รีวิว ID Hybrid 2026 หมวกเปิดคาง มาตรฐานยุโรป ในราคาเบา ๆ
สำหรับหมวกรุ่นนี้จะเป็นหมวกแบบเปิดคางในสไตล์สปอร์ตทัวริ่ง แต่จริง ๆ แล้วก็เหมาะกับการขับขี่ในหลากหลายรูปแบบทั้งในชีวิตประจำวัน แบบสปอร์ต แบบเดินทางไกล แต่แบบเรซซิ่งอาจจะไม่ได้นะสนามแข่งเขามีกฎห้าม
ความปลอดภัยเป็นอย่างไร
สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดและทันสมัยที่สุดจากยุโรป หรือก็คือ (ECE 22.06 ) โดยเปลือกหมวกผลิตจากวัสดุ SIRT (Super High Impact Resistant Thermoplastic) ซึ่งแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทกสูง เมื่อบวกกับ โฟมด้านข้างแบบ Side Impact Protection (SIP) ซึ่งได้รับการออกแบบ ให้มีการรองรับแรงกระแทก หรือการเกิดอุบัติเหตุ จากด้านข้างบริเวณศีรษะโดยเฉพาะ และยังมีเทคโนโลยีโฟม Mutidensity EPS ช่วยซับและกระจายแรงกระแทก จึงทำให้หมวกนั้นมีความปลอดภัยสูง
มีฟีเจอร์อะไรบ้าง
ระบบระบายอากาศ ช่องระบายอากาศ รับลมเข้า 4 จุด เปิดปิดได้ แบ่งเป็น ด้านหน้าส่วนบนหมวก 2 จุด คางหมวก 2 จุด
และช่องระบายอากาศออก 2 จุด แบ่งเป็นใต้สปอยเลอร์ 1 จุด และด้านหลังส่วนบนหมวก 1 จุด
รูปทรงหมวกออกแบบตามหลักแอโรไดนามิก พร้อมมีสปอยเลอร์หลัง ช่วยให้ตัวหมวกลู่ลมและไม่ส่ายไปมา เพิ่มความนิ่งในขณะใช้ความเร็ว
ระบบสายรัดคางเป็นแบบควิกรีรีส (Quick Release) ช่วยให้ถอดใส่ง่าย สไลด์บาร์ปรับความกระชับละเอียดได้หลายระดับ
ชิลด์หน้า/แผ่นหน้าหมวกทำจากโพลีคาร์บอเนต (PC) หนา และแข็งแรง ทัศนวิสัยคมชัดไม่หลอกตา แข็งแรงทนทาน ไม่แตก ต้านทานการเจาะทะลุ ด้วยเทคโนโลยี OPTICAL CLASS 1 ยังมีการเคลือบสีปรอท เทคนิคพิเศษ Revo Ilidium มองจากด้านนอกเห็นสีปรอทสวยชัด มองจากภายใน ทัศนวิสัยคมชัด ไม่หลอกตา และยังเคลือบสารป้องกัน UV และป้องกันรอยขีดข่วน ทั้งหมดนี้ให้การผ่านค่าแสงส่องผ่านตามมาตรฐาน มอก. 369-2557 ตัดแสงได้ 50 % และป้องกันรังสี UV 99%
แว่นด้านในแบบบิลต์อิน จัดเก็บภายในได้อย่างลงตัว ทัศนวิสัยคมชัดไม่หลอกตา วัสดุโพลีคาร์บอเนตเช่นกัน แน่นอนว่าแข็งแรงทนทาน ไม่แตก ป้องกันรอยขีดข่วน กรองแสงได้ 80% และป้องกันรังสี UV 99% โดยมีมีสวิตช์เปิด/ปิด ได้สะดวกคล่องตัว
ระบบ Flip up มีกลไกระบบล็อคส่วนคางหมวก พร้อมสวิตช์ปลดล็อคยกเปิดคางได้ง่าย
ระบบกลไกยึดแผ่นหน้าหมวกแบบ tool-less ไม่ต้องใช้เครื่องมือ จะถอดหรือจะใส่ สะดวก
ระบบล็อคแผ่นหน้าหมวก ติดตั้งตัวล็อคแผ่นหน้าหมวก ป้องกันแผ่นเปิดในขณะใช้ความเร็ว
ระบบอากาศไหลเวียนภายใน ออกแบบโฟม ร่องนำอากาศ ให้ไหลเวียนทั่วหมวก ช่วยระบายความร้อนภายใน
ชุดซับในดีไซน์แบบ Asian Fit เหมาะกับรูปศีรษะชาวไทย บวกกับผ้านวมใหม่ ตัดเย็บดีไซน์แบบ 3D Cutting มีคุณสมบัตินุ่ม สบาย ใส่กระซับ อีกทั้งตัวผ้าซับในใช้วัสดุที่มีเทคโนโลยี DRY TECH แห้งเร็ว ป้องกันแบคทีเรียลดการเกิดกลิ่นอับ
มีเส้นเรืองแสงที่นวมซับใน เพิ่มความปลอดภัยในเวลากลางคืน นวมสามารถถอด ประกอบได้ง่าย และสามารถนำไปซักได้
แผ่นปิดใต้คางป้องกันเสียงลมหวน
ตัวหมวกยังดีไซน์แบบ Easy Fit เพิ่มความสบายสำหรับผู้ที่ใส่แว่นตาในการขับขี่ รองรับการสวมทั้งแว่นกันแดดและแว่นสายตา รองรับระบบ Bluetooth โดยมีการออกแบบโฟมและชุดนวมให้รองรับการติดตั้ง ชุดหูฟัง bluetooth สำหรับหมวกกันน็อคโดยเฉพาะอีกด้วย
สุดท้ายนี้ตัวหมวกมีน้ำหนัก 1,800 กรัม +/- 50 กรัม และมีให้เลือกด้วยกัน 3 ไซส์ M, L และ XL
ฟีลลิ่งหลังใส่ ID Hybrid
หมวกที่ผมได้มาทดสอบเป็นไซส์ XL ซึ่งตรงกับรอบหัวของผมที่มีขนาด 59.5 เซนติเมตร หากวัดตามมาตรฐานไซส์หมวกทั่วไป เนื่องจากหมวกใบนี้เหมาะสำหรับขับขี่ทั่วไป ใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือสายทัวริ่งเดินทางไกล ผมจึงเลือกหมวกที่พอดีกับศีรษะเพื่อให้ใส่ได้นาน ๆ แล้วไม่บีบรัดศีรษะจนเกินไป
ก่อนจะใส่ผมมองดูภายนอก แล้วก็นึกคิดว่าด้วยความที่หมวกรุ่นไฮบริดนั้นเป็นหมวกแบบยกคาง ผมจึงไม่ค่อยซีเรียสเรื่องความร้อนเท่าไร การระบายอากาศจึงเป็นเรื่องรอง เพราะถ้าร้อนผมก็แค่ยกคางขึ้น อากาศก็เข้าเต็ม ๆ อยู่แล้ว แต่ทางแบรนด์ ID เองก็ไม่ได้ลืมเรื่องจุดนี้มีช่องลมเข้าออกเพื่อช่วยระบายอากาศอยู่หลายจุด
ทว่าจุดที่สำคัญที่ผมใส่ใจคือความแน่นหนาของกลไกเปิดคางต้องแข็งแรงแน่นหนา ซึ่งใบนี้เองก็มีการล็อกแบบเป็นสเต็ปแข็งแรงมาก เปิดคางค้างไว้แล้วไม่มีอาการสับกลับลงมาเอง ตรงนี้สำคัญกับความปลอดภัยมาก เพราะถ้าขับขี่อยู่แล้วชิ้นคางตกลงมาบังสายตาอาจเกิดอุบัติเหตุได้
สัมผัสแรกตอนสวมลงศีรษะ ด้วยเทคโนโลยี Multi-Density EPS + SIP (โฟมซับแรงกระแทกหลายความหนาแน่น) ทำให้หมวกกระชับแน่นทุกส่วน สัมผัสได้ทันทีถึงความมั่นใจ อีกอย่างที่รู้สึกได้คือความใสของชิลด์หน้าปรอทแดง ซึ่งมีเทคโนโลยี Optical Class 1 ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน ไม่หลอกตา ภายนอกดูสวย แต่ไม่บิดเบือนภาพ ภายในมองออกไปเคลียร์มาก อันนี้ดีจริง ๆ
จากการลองขับขี่กับรถสกู๊ตเตอร์ 350 ซีซี อย่าง ADV350 ส่วนตัวมองว่าหมวกยกคางใบนี้โอเคเลย ถึงจะมีน้ำหนักประมาณ 1,800 กรัม แต่ถ้าเลือกไซส์ที่พอดีจะรู้สึกไม่หนักคอมากนัก ฟังก์ชันการใช้งานขณะขับขี่ ทั้งการยกคาง การเปิดแว่นกันแดด หรือการปรับกลไกเปิด-ปิดรูระบายอากาศ สามารถทำได้ง่ายด้วยมือซ้ายเพียงข้างเดียว แรก ๆ อาจจะยังไม่ชินมือ แต่พอขี่ไปสักพักจนรู้จังหวะรู้ตำแหน่งก็ทำได้คล่อง
สรุป
หลังจาก รีวิว ID Hybrid ใบนี้ก็พบว่าเหมาะมากสำหรับสายใช้งานในเมืองและสายเดินทางท่องเที่ยว หมวกใบนี้สามารถตอบโจทย์ได้ดี ทั้งตอนยกคางเพื่อดื่มน้ำ พูดคุย หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ มุมมองกว้าง ใส่สบาย ผมว่าถ้าใครได้ลองหมวกเปิดคางแล้วจะหลงรัก เพราะมันทำอะไรได้หลากหลายกว่าจริง ๆ ไม่ได้โม้
ที่น่าตกใจคือราคาวางจำหน่ายในบ้านเรา โดย ID Helmet Thailand เปิดค่าตัวมาในราคาเพียง 2,390 บาท เท่านั้น แต่ฟังก์ชันจัดเต็ม แถมผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงอย่าง ECE 22.06 ที่ฝั่งยุโรปยอมรับ เรียกว่าเรื่องปลอดภัยมั่นใจได้แน่นอน แถมเมื่อมากับราคาแค่นี้บอกเลยว่าคุ้มจริง ๆ อยากให้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่


























