รีวิว MT-09 Y-AMT เกียร์ออโตเมติก ไม่มีคลัตช์ ขี่ง่ายมาก..!!
ครั้งแรกของโลกกับการ รีวิว MT-09 Y-AMT ระบบเกียร์ออโตเมติก ตัวใหม่ล่าสุดจากยามาฮ่าบิ๊กไบค์ ไทยยามาฮ่าได้เชิญเราเข้าร่วมทดสอบเป็นกลุ่มแรก ต้องบอกเลยเลยว่า ตื่นเต้นเป็นที่สุดจะได้มีโอกาสทดสอบระบบเกียร์ออโตเมติกอัจฉริยะรุ่นใหม่ในรถไฮเปอร์เน็กเก็ตคันนี้
ใครที่เคยสัมผัสการเปลี่ยนเกียร์แบบนี้ในรุ่น FJR1300AS ปี 2006 มาแล้วในระบบ YCC-S (Yamaha Chip Controlled Shift) ที่ควบคุมคลัตช์ผ่านระบบไฮดรอลิก นั่นคือต้นแบบของระบบนี้ ในปี 2013 ได้ต่อยอดพัฒนาใช้งานกับคันเร่งไฟฟ้า จนถึงปัจจุบันที่ทางยามาฮ่าเก็บข้อมูลนำมาพัฒนาต่อจนเปลี่ยนเป็นระบบ Y-AMT (Yamaha Automate Manual Tramission) จะสั่งงานตัวควบคุม 2 ตัวด้วยระบบไฟฟ้าเพื่อทำหน้าที่แทนมือซ้ายและเท้าซ้ายของผู้ขับขี่ ถูกติดตั้งลงในรุ่น MT-09 ที่มีโหมดการขับขี่ คันเร่งไฟฟ้า ระบบ IMU ที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลองอ่านระบบ Y-AMT อย่างละเอียด คลิกอ่านเพิ่มตรงนี้
สิ่งที่เปลี่ยนไป
![]() |
![]() |
|---|---|
![]() |
![]() |
MT-09 Y-AMT มีสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิม คือประกับคันเร่งไฟฟ้าด้านขวามีปุ่มกดเปลี่ยนสถานะฟังก์ชันของตัวเกียร์มาเพิ่มขึ้นมาคือ AT/MT ส่วนด้านซ้ายมี่ตัวแพดเดิ้ลชิฟต์สำหรับเพิ่มเกียร์ (+) ลดเกียร์ (-) ใส่เพิ่มเข้ามาใต้ประกับสวิตซ์ สิ่งที่หายไปแบบเห็น ๆ เลยคือก้านคลัตช์ และคันเข้าเกียร์ฝั่งพักเท้าซ้าย เพราะระบบที่ใส่มาให้ทำให้สิ่งเหล่านั้นไม่จำเป็นอีกต่อไป ท้ายสุดคือ ระบบสมาร์ทคีย์ ที่อยู่ในรุ่นของ MT-09 SP ถูกนำมาใส่อยู่ในคันนี้ด้วย วัตถุประสงค์หลัก ๆ เลย คันนี้จะช่วยให้คุณขับขี่ได้สนุกขึ้น นุ่มนวลขึ้น ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายมากขึ้นไปอีกด้วย
เลือกใช้ได้ตามชอบ
สำหรับตัวระบบ Y-AMT นั้นจะมีโหมดหลัก ๆ แบ่งเป็นโหมด Automatic และ โหมด Manual โดยก็จะมีรายละเอียดการใช้งานต่างกันไปดังนี้
โหมด Automatic
เรียกง่าย ๆ คือ เกียร์ออโตเมติก สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าตามรอบเครื่องยนต์ โดยใช้กล่อง ECU ประมวลผล พร้อมโหมดแยกย่อยเพิ่มเข้ามาให้อีก 2 โหมด ซึ่งโหมดแรกคือโหมด D จะเหมาะที่สุดสำหรับมือใหม่ การตอบสนองคันเร่งแบบปกติทั่ว ๆ ไป ระบบช่วยเหลือต่าง ๆ ทำงานไว เน้นขี่ง่าย และโหมด D+ ที่ตอบสนองคันเร่งไวขึ้นกว่าเดิม ขี่สนุกใครอยากได้ซิ่ง ๆ หน่อยต้องโหมดนี้ แต่ที่แน่ ๆ ของโหมดออโตเมติกคือ บิดอย่างเดียว ขี่ง่าย ขี่สบายจริง ๆ
โหมด Manual
นักบิดคนไหนต้องการความเร้าใจต้องโหมดนี้เลย เป็นโหมดที่ต้องเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวผู้ขับขี่เอง ผ่านปุ่มกด +/- แต่ก็ยังสามารถปรับเลือกให้เป็นโหมดพื้นฐานของตัวรถได้ทั้งหมดที่มีอยู่ Sport, Street, Rain, Custom1 และ Custom2 การชิฟต์เกียร์แบบรถสปอร์ตด้วยปลายนิ้วคุณจะได้ฟิลลิ่งแบบนั้นเลยเหมือนใช้โหมด MT ส่วนการตั้งค่าของโหมดการขับขี่ก็แล้วแต่ผู้ขับขี่ บอกเลยโหมด Sport มันส์มาก…
ฟีลลิ่งเปลี่ยนเกียร์!!
ลงแทร็กทดสอบกันหน่อย ครั้งแรกของโลกกับการ รีวิว MT-09 Y-AMT ในสนามขับขี่ Yamaha Riding Academy ที่ปรับเลย์เอาท์ให้เราได้ทดสอบฟังก์ชั่นของระบบ Y-AMT ทั้งในส่วน AT/MT โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นรอบใหญ่ ไม่ต้องคดเคี้ยว ใช้ความเร็ว รอบเครื่องยนต์สัมผัสฟีลลิ่งการเปลี่ยนเกียร์ ส่วนที่สอง ถูกออกแบบเส้นทางที่มีทางเลี้ยวแคบ โค้งซ้าย ขวา ต่อเนื่อง สถานการณ์ที่จะทำให้เพิ่มความกังวลจากปกติที่ต้องกำคลัตช์ ทำให้ผู้ทดสอบเห็นได้ด้วยตัวเองว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องกำคลัตช์ มองทางออกแล้วบิดอย่างเดียว
ในรอบแรกเราทดสอบกันแบบรอบวงใหญ่ ในโหมดออโต้ D / D+ ขี่แบบทางยาว ๆ ฟีลลิ่งที่รู้สึกได้ถึงฟีลลิ่งของการสับเกียร์ ไม่ได้เหมือนรถออโตเมติกสายพานทั่ว ๆ ไป การตอบสนองการเปลี่ยนด้วยความเร็วกลาง ๆ การเปลี่ยนเกียร์ของรถจะถูกเปลี่ยนให้เหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์ แต่เมื่อใดที่เราบิดคันเร่งแบบเต็มข้อ ECU ของรถจะลากรอบไปจนสุดถึงจะสั่งเปลี่ยนเกียร์ให้ รวมไปถึงชะลอความเร็ว หรือลดความเร็วลงมาโดยอัตโนมัติ ECU ทำงานกับระบบได้อย่างรวดเร็วเหมาะสม แต่ถ้าไม่ทันใจก็กดลดเกียร์ลงมาได้เองแม้จะอยู่ในโหมดออโต้ก็ตาม
ส่วนของรอบบ่าย เราเริ่มมาลองโหมด MT กันหน่อย โดยได้ลองใช้ Riding Mode แค่ “Street และ Sport” เล่นตัวแพดเดิ้ลชิฟต์แบบจัดเต็ม ใครที่เคยขับรถที่มีเกียร์แพดเดิ้ลชิฟต์ก็จะได้ฟีลแบบนั้นเลย ต่างกันเพียงใช้ปลายนิ้วกดสัมผัสเท่านั้น รอบนี้เราเข้าสถานีที่มีโค้งต่อเนื่องมากขึ้น ต้องบอกเลยว่า การเปลี่ยนเกียร์ทำได้รวดเร็วกดแบบขณะเปิดคันเร่งก็สามารถเปลี่ยนได้ ลากรอบได้มากขึ้นตอบสนองได้เป็นอย่างดี จังหวะเปลี่ยนเกียร์สามารถเปลี่ยนได้เลย ลดเกียร์ก็เช่นกัน แต่แนะนำให้เปลี่ยนเกียร์ที่มีรอบเหมาะสมจะดีกว่าสนุกกว่าเยอะ เพราะนี้คือโหมด MT มันต้องขับให้สนุกสิ ระบบก็ฉลาดดีนะว่ามั้ย จะว่าไป ถ้าอยากจะเปลี่ยนจาก MT เป็น AT แค่ปิดคันเร่งขณะขับขี่ก็สามารถกดเปลี่ยนโหมดได้เลย
สรุป ตรงนี้เลยว่าใครที่เป็นมือใหม่อยากจะก้าวเข้ามาขี่รถบิ๊กไบค์ก็ขี่ได้ง่ายขึ้น คล่องตัวขึ้น หรือถ้าใครที่เป็นมือตึง มือเก๋า ถ้าได้มาลองจะบอกเลยว่าขี่ได้แบบสนุกมาก เปลี่ยนเกียร์ด้วยปลายนิ้วมันดีอย่างนี้นี้เอง ถ้าใครได้ลองบอกเลย ชีวิตใช้งานในเมืองง่ายขึ้นเยอะเลย ส่วนเรื่องของราคาจะอยู่ที่ 519,000 บาท เนื่องจากระบบ Y-AMT ที่เพิ่มเข้ามา รวมถึงตัวระบบสมาร์ทคีย์ด้วย
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่













