รีวิว NIU FX PRO

รีวิว NIU FX PRO ราคาดีมีเรดาร์ นี่แหละมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ทัชใจ!

รีวิว NIU FX PRO ราคาดีมีเรดาร์ นี่แหละมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ทัชใจ!

รีวิว NIU FX PRO

NIU คือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าชั้นนำสัญชาติจีนที่พัฒนาโปรดักต์ได้ดีอย่างต่อเนื่อง เป็นแบรนด์ที่จัดหนักในด้านเทคโนโลยีไม่น้อยหน้าใคร ๆ ที่สำคัญยังมีโรงงานประกอบอยู่ในประเทศไทย ภายใต้บริษัท P80 Jet ซึ่งโรงงานก็อยู่ในฟรีโซน ถนนบางนา-ตราด กม.13 นี่เอง และหลังจากส่งมอบมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นเรือธงของทางค่ายพร้อมกับส่งมาให้ทีมงาน MTC ทำการทดสอบ เราก็เลยมี รีวิว NU FX PRO มาฝากดังนี้

หน้าตาแบบนี้ เทียบกับรถไซส์ไหน

รีวิว NIU FX PRO

ดีไซน์ของ FX PRO ความจริงให้มุมมองของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายุคใหม่ที่สวยเฉียบคม ด้วยทรง X-Shape ของระบบไฟส่องสว่าง Full LED ด้านหน้า ซึ่งให้ไฟโปรเจ็คเตอร์ที่สว่างชัด มองเห็นและจดจำได้แต่ไกลทั้งไฟหน้าและไฟท้าย

รีวิว NIU FX PRO

รีวิว NIU FX PRO

ส่วนขนาดของตัวรถ หากเทียบกับไซส์รถมอเตอร์ไซค์น้ำมันก็น่าจะจัดอยู่ในคลาสไม่เกิน 150 ซีซี. ที่เน้นความคล่องตัว ดูดี ทันสมัย เอาจริง ๆ จะบอกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ในรูปทรงแบบสกู๊ตเตอร์สายพาน CVT ก็ไม่ผิด

ขุมพลังไม่ธรรมดา

รีวิว NIU FX PRO

รีวิว NIU FX PRO

การขับเคลื่อนรถคันนี้ หัวใจหลักมาจาก “ฮับมอเตอร์” กำลังขับ 2,000 วัตต์ (พีค 4,000 วัตต์) ตามสเปคเคลมไว้ว่าทำความเร็วสูงสุดได้ 80 กม./ชม. ดังนั้นเราจึงออกไปทดสอบ (ในโหมด Sport) พบว่าทำได้ 80 กม./ชม. จริงตามที่ระบุ อีกจุดที่จับอาการได้เหมือนกันคือ “คันเร่ง” ตอบสนองละเอียดและสมูท แทบไม่ต่างไปจากคันเร่งรถน้ำมัน

Riding Mode 5+1

สิ่งที่ทางแบรนด์เสิร์ฟมาแบบ “จัดเต็ม” คือออปชั่นตัวเลือกในการจัดการขุมพลัง ภายใต้โหมดขับขี่มากถึง 5+1 บอกเลยโคตรเยอะ!!

1.Wet โหมดที่เซ็ทค่าทุกอย่างมาให้หน่วงและสมูท เหมาะกับการใช้งานตอนฝนตก ถนนเปียกลื่น ซึ่งในการทดสอบครั้งนี้มีโอกาสใช้งานจริงในสถานการณ์ฝนตกด้วย ซึ่งก็เวิร์คดี ไม่มีปัญหาอะไร

2.Eco Save โหมดนี้ตามชื่อเลย เน้นการประหยัดพลังงาน เหมาะใช้งานพื้นที่จำกัด

3.Comfort โหมดที่ให้ฟีลนุ่มนวลใกล้เคียงโหมดอีโค เหมาะสำหรับการใช้งานภายในซอยหมู่บ้าน ในพื้นที่ไม่ต้องใช้ความเร็วมากนัก แต่ยังสามารถทำความเร็วได้ประมาณ 40 กม./ชม.

4.Sport + Ultra Boost โหมดที่ “เหมาะมือ” และเหมาะสมสุด ๆ กับการใช้งานบนท้องถนนที่การจราจรวุ่นวาย เพราะอัตราเร่งและแรงบิด มีให้เรียกใช้ได้แบบไม่ติดล็อกใด ๆ อีกทั้งยังเป็นโหมดที่สามารถเรียกการ “บูสต์” เพิ่มอัตราเร่งจากสวิทช์ในตำแหน่งนิ้วชี้ที่แฮนด์ด้านขวา ซึ่งมีประโยชน์มาก ๆ ในการเป็นตัวช่วยเร่งแซง วิธีการใช้งานก็ไม่ยาก เพียงแค่ยกคันเร่งเล็กน้อยแล้วเหนี่ยวสวิทช์บูสท์เข้าหาตัว รถจะพุ่งพาเราเร่งแซงผ่านไปได้ทันท่วงที

5.Master ความพิเศษใส่ไข่อยู่ที่โหมดมาสเตอร์นี่เอง ซึ่งเป็นออปชันที่เปิดให้เราเข้าไปกำหนดกราฟลักษณะของอัตราเร่งได้ตามพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเอง รวมทั้งเซ็ทการเปิด-ปิด TCS และ ABS เอาไว้ได้เมื่อเซ็ทติ้ง+เซฟเรียบร้อย หากไปกดปุ่ม – + ที่ปุ่มตรงปะกับแฮนด์ฝั่งขวา เราจะพบว่าถัดจาก Sport Mode จะมี Master โชว์เพิ่มขึ้นมาตรงหน้าจอ สำหรับโหมดนี้แอดมินมองว่าเหมือน Short Cut เพื่อช่วยให้เราข้ามไปเซ็ทติ้งที่ใช้บ่อย ๆ ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปไล่เปิดปิดอะไรต่าง ๆ อีกรอบ

ชาร์จเต็มวิ่งไกลแค่ไหน

แหล่งพลังงานของ NIU FX PRO มาจากแบตเตอรี่ 72V 32AH รองรับการใช้งานด้วยระยะทางสูงสุด 80 กิโลเมตร ต่อชาร์จ อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับโหมด-ความเร็วที่ใช้ด้วยนะ เพราะการใช้พลังงานก็ผกผันโดยตรงกับพฤติกรรมการขับขี่ของเราเอง

รีวิว NIU FX PRO

ซึ่งในประเด็นนี้แอดมินประเมินว่าหากให้โหมด Sport ตลอดเวลา ก็อาจจะได้ระยะทางต่อ 1 ชาร์จประมาณ 50 กม. ซึ่งในลักษณะการใช้งานแบบ “คนเมือง” ที่เน้นขี่ไปออฟฟิศ-กลับบ้าน หรือขี่ไปโรงเรียน ไปซื้อของ ก็เพียงพออย่างแน่นอน

สำหรับการชาร์จต้องเสียบชาร์จผ่านอแดปเตอร์ กระแส 10A ที่ NIU แถมมาให้ สามารถชาร์จถึง 0-100% ภายใน 3 ชั่วโมง โดยต้องชาร์จผ่านตัวรถอย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถถอดแบตฯยกเข้าบ้านได้ เนื่องจากน้ำหนักแบตเตอรี่มากถึง 21.2 กก. และติดตั้งเอาไว้ใต้ตำแหน่งวางเท้าใต้ฟลอร์บอร์ดนั่นเอง

รีวิว NIU FX PRO

จากการทดสอบในครั้งนี้ แอดมินอยากบอกว่าการบริหารจัดการ % แบตเตอรี่ ทำได้ค่อนข้างดี เพียงพอต่อการใช้ต่อรอบแน่นอน เราลองใช้โหมดต่าง ๆ รวมทั้งเร่งความเร็วอัลตร้าบูสต์และกดความเร็วสูงสุด ขับขี่ถ่ายทำจนจบยังเหลือถึง 29% ดังนั้นเมื่อมองถึงการใช้งานจริง หากชาร์จเต็ม 100 แล้วขี่ไปทำธุระ-ไปทำงาน กลับบ้านแล้วก็ยังมีแบตเตอรี่เหลือ หรือหากที่ทำงานมีจุดชาร์จแบบไฟบ้านปกติก็ยิ่งลงตัว

ออปชั่นความปลอดภัย มีอะไรบ้าง?

รีวิว NIU FX PRO

นอกจากมอเตอร์-แหล่งพลังงานและโหมดขับขี่แล้ว สิ่งที่ FX PRO พกมาเต็มร่าง คือ “ตัวเลือก” ด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ ซึ่งเยอะจัด ๆ

ระบบ Cruise Control

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เรียกใช้งานโดยการกดปุ่มที่มีสัญลักษณ์ล็อกความเร็วที่แฮนด์ฝั่งซ้ายค้างไว้ราว ๆ 3 วินาที จากการทดสอบครั้งนี้เราสามารถเรียกระบบครูซคอนโทรลมาใช้ได้ในทุกช่วงความเร็ว เมื่อจะยกเลิกก็แค่กำเบรกเหมือนการใช้งานครูซคอนโทรลของรุ่นอื่น ๆ

ระบบ Reverse และระบบ Assist

ระบบ “เกียร์ถอยหลัง” เรียกใช้งานได้จากปุ่มเดียวกับที่สั่งการครูซคอนโทรล เพียงแต่ต้องกด 1คลิก ให้สัญลักษณ์ Reverse โชว์ขึ้นมา จากนั้นก็กดปุ่มอีกครั้งให้ค้างเอาไว้ ตัวรถจะถอยหลังให้ด้วยความเร็วระดับหนึ่ง โดยที่เราไม่ต้องบิดคันเร่ง ข้อดีของวิธีนี้ คือเรายังมีมือขวากำแฮนด์ประคองรถเอาไว้ทำให้ถอยหลังได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียหลัก และยังมีระบบ Assist ช่วยให้รถเคลื่อนที่ไปด้านหน้า ใช้ช่วยเวลาต้องการขยับรถเพื่อเข้าหรือออกจากที่จอดรถได้สะดวกยิ่งขึ้น

ระบบ Blind Spot Warning

รีวิว NIU FX PRO

แจ้งเตือนจุดอับสายตาจากรถด้านหลัง เป็นฟังก์ชั่นแบบเดียวกับรถยนต์หรือบิ๊กไบค์ตัวท็อป โดย FX PRO มีเรดาร์อยู่ด้านท้ายรถ เมื่อมีรถขับเข้ามาด้านหลังในตำแหน่งอับสายตา สัญลักษณ์แจ้งเตือนสีส้มจะปรากฏขึ้นบนมุมกระจกมองข้าง แน่นอนว่าการใช้งานจริงระบบนี้เวิร์คมากๆ เป็นหนึ่งในความเจ๋งของ FX Pro เลยก็ว่าได้

ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง

รีวิว NIU FX PRO

อันนี้เป็นอีก 1 ระบบที่ใช้งานได้จากการมีเรดาร์ด้านหลัง คอยเตือนให้ผู้ขับขี่ได้ระมัดระวังว่ากำลังมีรถขับผ่านที่ด้านหลังเวลาถอยรถ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก

ระบบ TCS

รีวิว NIU FX PRO

แทรคชั่นคอนโทรล ของดีที่ควรมี และ NIU ก็ไม่กั๊ก แถมยังคิดเผื่อถึงบางสถานการณ์ที่อาจจะต้องให้รถปั่นล้อหลังต่อเนื่อง เพื่อพ้นจากอุปสรรคบนเส้นทาง จึงมีออพชั่นให้เข้าไปเปิด-ปิดได้ ทั้งปรับที่ตัวรถโดยตรง และปรับจากแอพ NIU EV

ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล

รีวิว NIU FX PRO

มาพร้อมดิสก์เบรกหน้า-หลัง และมือเบรกแบบปรับระดับได้ จากการทดลองใช้งานเบรกแบบกำแรงๆฉับพลันเพื่อดูการทำงานของระบบป้องกันล้อล็อก พบการบีบและคลายของคาลิเปอร์ที่ละเอียดพอสมควร หยุดความเร็วได้ปลอดภัย

ระบบ Regenerative Brake

เป็นระบบที่ทำงานทั้งการ “ชาร์จคืน” ในตอนที่ยกคันเร่ง พร้อม ๆ ทำให้เกิด “เอนจินเบรก” เพิ่มความหน่วงของตัวรถตอนที่ยกคันเร่ง ซึ่งจะมีประโยชน์มากในตอนที่ขี่ลงเนินลงทางลาดเอียง เพราะช่วยลดความเร็วของรถได้โดยไม่ต้องใช้เบรกเพียงอย่างเดียว สามารถตั้งค่าผ่านหน้าจอหรือในแอพ NIU EV ได้ 5 ระดับ

ระบบ Auto Hold

เพิ่มความปลอดภัยขณะจอดในทางลาดชัน ใช้งานโดยการกำเบรกค้าง 3-5 วินาที ระบบจะโชว์คำว่า Auto Hold ที่หน้าจอ และจะเบรกรถเราให้ขณะที่จอดค้าง จากการทดสอบพบว่าสามารถปล่อยมือทั้งสองข้างได้เลย เมื่อจะปลดล็อค ก็แค่บิดคันเร่ง ก็สามารถไปต่อได้ทันที

การออนระบบรถทำยังไง?

ก่อนใช้งานรถเราสามารถใช้วิธีเหล่านี้เพื่อ On ระบบเปิดการใช้งาน

รีวิว NIU FX PRO

  1. ใช้การ์ด NFC แตะสัญลักษณ์ NFC ใต้หน้าจอที่ตัวรถ
  2. เซ็ทวิธีการผ่าน แอพ NIU EV ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี แต่ในการทดสอบครั้งนี้ เราทำลอง 3 วิธีการ

– แตะไอคอนเปิดออนระบบโดยตรงผ่านแอพฯ

– เปิดฟังก์ชั่นในแอพให้ “ขาตั้งข้าง” เป็นสวิทช์ออนระบบ เมื่อเดินไปเตะขาตั้งขึ้น เราจะได้เห็นทำงานของตัวรถที่ On ระบบพร้อมพร้อมขี่ได้ทันที

– เปิดฟังก์ชั่นในแอพให้ “เขย่าตัวรถ” เป็นสวิทช์ออนระบบ

ส่วนอีกหนึ่งออพชั่นที่เซ็ทแอพฯให้ใช้การออนระบบรถผ่าน “รหัสตัวเลข” ก็ทำได้เช่นเดียวกัน ซึ่งอันนั้นเหมาะสำหรับการนำรถของเราไปปล่อยเช่าอะไรแบบนั้นมากกว่าครับ เพราะหากเป็นยูซเซอร์ที่ซื้อรถมาใช้ในชีวิตประจำวัน การเลือกใช้ระบบ On สตาร์ทที่ง่ายที่สุด สะดวกที่สุดจะเหมาะกว่า เอาเป็นว่าใช้การ์ดนั่นแหละเวิร์คสุด

และเมื่อ On ระบบรถขึ้นมาแล้ว รถจะยังคงอยู่ในโหมด P หรือ พาร์คกิ้ง ดังนั้นต้องกำเบรกพร้อมกดสวิทช์ที่ปะกับแฮนด์ฝั่งซ้ายให้คำว่า Ready สีเขียวโชว์ขึ้นก่อนทุกครั้ง จึงจะสามารถบิดคันเร่งพารถออกไปได้

อาการรถ ฟีลลิ่งและการควบคุม

รีวิว NIU FX PRO รีวิว NIU FX PRO

ด้วยช่วงเวลาที่ใช้กับรถนานหลายชั่วโมง ทำให้สัมผัสฟีลลิ่งจากการ รีวิว NIU FX PRO ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะประเด็นที่อยากเล่าเป็นพิเศษในด้านความเสถียรของตัวรถ อันเนื่องมาจากการตั้งใจออกแบบให้รถรุ่นนี้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ กล่าวคือน้ำหนักตัว 95 กก.(รถเปล่า) บวกน้ำหนักแบตเตอรี่ 21.2 กก. รวม ๆ น้ำหนักทั้งคันไม่มากนักแค่ 116.2 กก. แต่ทางค่ายเลือกวางแบตเตอรี่ไว้ใต้ตำแหน่งวางเท้า ทำให้เป็นเหมือนการถ่วงน้ำหนักตรงจุดซึ่งเกือบจะกึ่งกลางของตัวรถ ผลก็คือรถล้อเล็กขอบ 12นิ้วแบบนี้ ขับเคลื่อนได้นิ่งขึ้นอย่างชัดเจน

รีวิว NIU FX PRO

ขณะที่ฟลอร์บอร์ดกว้างกับเบาะนั่ง 2 สเตป ความสูงเบาะ 765 มม. ให้ท่วงท่าขับขี่รองรับผู้ใช้งานได้หลายสรีระ ขี่ง่าย เบามือ และคล่องตัวสูง คนร่างเล็กก็ขี่ได้อย่างแน่นอน

สำหรับระบบกันสะเทือนโช้คหน้าเป็นเทเลสโคปิค โช้คหลัง YSS ปรับสปริงพรีโหลดได้ 5 ระดับ ให้ฟีลลิ่งนุ่มนวลใช้ได้ ส่วนล้อหน้า-หลัง 12นิ้ว รัดยางจุ๊บเลส IRC Mobicity SCT001 ก็สอบผ่านสบาย ๆ กับการใช้งานทั่วไป ซึ่งยางชุดนี้ก็มีส่วนสำคัญในการลดอาการกระเด้งด้านหน้าตามธรรมชาติของล้อเล็กได้พอสมควร

ฟังก์ชั่น

ตามปกติของมอเตอร์ไซค์ยุคใหม่ของที่ขาดไม่ได้เลยคือฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกสบาย ซึ่ง NIU FX PRO มีมาให้ครบถ้วนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นช่องชาร์จ TYPE A และ C ที่อยู่ในช่องใส่ของด้านซ้าย ตรงจุดกึ่งกลางคอนโซลมีฮุคแขวนของติดตั้งไว้ให้

ทีเด็ดคือช่องใส่ของใต้เบาะ ทั้งกว้างและลึกมากพอให้ใส่หมวกกันน็อคได้ 1 ใบเลยทีเดียว ที่เป็นแบบนั้นเพราะ NIU เลือกใช้พื้นที่ใต้ฟลอร์บอร์ดในการติดตั้งแบตเตอรี่ ทำให้มีที่ว่างมากพอในบริเวณใต้เบาะนั่ง ในจุดนี้ยังแอบคิดไม่ได้ว่า การออกแบบที่ชาญฉลาดนี้ อาจจะทำให้การเพิ่มแบตเตอรี่ให้กับรถรุ่นนี้ในอนาคต ทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

การจะใช้งานเบาะนั่ง ทำโดยการกดปุ่มเพื่อเปิดเบาะที่ตำแหน่งนิ้วโป้งมือขวา 2 ครั้งแบบคลิก ๆ หรือจะเสียบกุญแจบิดเปิดเบาะเหมือนมอเตอร์ไซค์ทั่วไป รวมทั้งแตะปุ่มไอคอนเปิดเบาะในแอพ NIU ก็ได้เช่นกัน

จอ TFT คือความโดดเด่นข้อถัดมาของ NIU FX PRO เพราะเป็นจอสีที่สวยงามคมชัด อ่านง่ายสุด ๆ การควบคุมหน้าจอ ผ่าน ระบบ Cloud ที่ “แป้นหมุน” หรือ Knob ซึ่งติดตั้งอยู่บนปะกับแฮนด์ฝั่งขวา โดยสามารถหมุนวงแหวนรอบนอกของแป้น เพื่อเข้าดูข้อมูลและใช้ฟังก์ชั่นในการเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนกับตัวรถผ่านบรูทูธ เช่นดูการจัดการแบตเตอรี่, ระบบการนำทางร่วมกับฟังก์ชั่น Go Play ในแอพ, ข้อมูลการขับขี่, นาฬิกาจับเวลา, การแจ้งเตือนสายเข้า, แจ้งเตือนแรงดันลมยางร่วมกับอุปกรณ์เสริม(ไม่ได้แถมมากับตัวรถ)

และหากกดปุ่มตรงกลางแป้นหมุนลงไปค้างไว้ ราว 3 วินาที ก็จะเข้าสู่การปรับตั้งฟังก์ชั่นและระบบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวรถ หรือ Vehicle Setting ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิด TCS, เปิด-ปิด ABS และ เปิด-ปิด Auto Hold, Assisted Reverse, UltraBoost ,Driving Mode Memory, ฟังก์ชั่นการล็อคคอ, ฟังก์ชั่นควบคุมสปีดลิมิต, รวมถึงการคัสตอมโหมดขับขี่ไว้ใช้เอง และปรับ Regenerative Braking ที่จะปรับสุดหรือปิดไปเลยก็ได้

ยังมีฟังก์ชันเท่ ๆ พรีเมียม ๆ ที่ปกติไม่มีมอเตอร์ไซค์คันไหนมี กับไฟส่องพื้นซึ่งก็ดูเป็นกิมมิกที่เท่ดี

แอพพลิเคชั่น NIU EV

แน่นอนว่ารถ FX PRO และจอ TFT ชุดนี้ออกแบบมาให้เชื่อมต่อผ่านระบบบลูทูธ เพื่อใช้งานร่วมกับ แอพพลิเคชั่น NIU EV ที่จะควบคุมฟังก์ชั่นที่เรากล่าวถึงมาก่อนนี้ทั้งหมด รวมทั้ง Go Play ที่จะพาเราเข้าสู่ระบบนำทางของ NIU ได้โดยตรง

ฟังก์ชั่นที่จะใช้จากแอพ NIU EV มีเยอะมาก ๆ แต่หลัก ๆ ก็ตามนี้ครับ

 

-เปิด/ปิด ออนระบบรถจากระยะไกล

-เปิดเบาะจากระยะไกล

-ตั้งค่าค้นหาตัวรถด้วยเสียงแจ้งเตือน

-ตั้งค่าระบบ Smart Start เช่น เตะขาตั้งหรือเขย่ารถเพื่อออนระบบรถ

-ปรับเสียงเอฟเฟคท์ที่จะดังตอนแจ้งเตือนหรือเปิดไฟเลี้ยว/ไฟฉุกเฉิน

-ทำชอตคัท สั่งการรถด้วยเสียง

-ตั้งค่าระบบกันขโมย

-ตั้งค่าลักษณะการขับขี่ Customise Your Ride ซึ่งจะแตกย่อยไปถึงการกำหนดความหน่วงของระบบ Regenerative Brake, กำหนดสปีดลิมิต, ระบบล็อคคอเมื่อจอดแล้วหักแฮนด์ไปด้านซ้ายอัตโนมัติ, ตั้งค่าระบบ Auto Auto Hold, เปิดระบบ Ultra Boost, เปิด-ปิด ABS, เปิด-ปิด Traction Control รวมทั้ง Master Mode ที่เราจะเซฟเอาไว้ใช้ได้

รีวิว NIU FX PRO

อย่างไรก็ตามแอพฯ NIU EV นี้จะใช้งานได้สมบูรณ์ที่สุดในกรณีที่เป็นเจ้าของรถเอง ดังนั้นใครซื้อรถมาก็ควรอ่านคู่มือให้ละเอียดอีกทีครับ

สรุป

จากออปชั่นที่ให้มาแบบจัดเต็ม แถมยังสามารถจัดการกับรถได้ทั้งแบบแมนวลและทำผ่านแอพฯ สมรรถนะการขับขี่ดี คล่องตัว ขี่ง่าย ระบบความปลอดภัยครบถ้วน เทคโนโลยีไม่มีกั๊ก ราคาจำหน่าย 69,000 บาท แต่เดี๋ยวก่อนยังมีราคาพิเศษ จากมาตรการ EV 3.5 จากทางรัฐเหลือเพียง 59,000 บาท ถือว่าไม่แพงครับ..เล่นได้!!

อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่

ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่