…ปลายหนาว ตีสามห้านาที ผมเดินทางออกจาก “บางกอก” ท่ามกลางอากาศค่อนข้างแย่ในช่วงที่ฝุ่นพิษ PM 2.5 ยังคงอบอวลไปทั่วเมืองหลวง จุดหมายอยู่ไกลออกไปอีก ร่วม 200 กม. แต่โชคดีที่ทริปนี้ ผมมากับบิ๊กสกู๊ตเตอร์โคตรฮิตอย่าง Yamaha XMAX นี่เป็นรถที่ขี่สบาย อยู่มือ และซ่อนความแรงเอาไว้อย่างกลมกล่อม และก็ทำให้ทุกอย่างในทริปหนีฝุ่นไปเจอควันครั้งนี้ง่ายขึ้นมาก และหลังจากจบทริป ผมก็ได้ 3 ประเด็นน่าสนใจกับ XMAX 2019 มาเล่าให้ฟังกัน…
1.เครื่องยนต์ 300 ซีซี. แรงปลายแตะ 150 กม./ชม.
นิยามของคำว่า Blue Core เป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ของเครื่องแทบทุกรุ่นในรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ที่กำลังสร้างทิศทางน่าสนใจมาก โดยเฉพาะในแง่มุม “ความแรง” ซึ่งยามาฮ่าทำได้อย่างโดดเด่น และแน่นอนว่า เครื่องสูบเดี่ยว ปริมาตร 292 ซีซี. ของ XMAX ก็อยู่ในข่ายนี้ บอกเลยว่าประทับใจตั้งแต่สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเปิดคันเร่งออกสู่ถนน อัตราทดที่ออกแบบไว้ Cover ทั้งการใช้งานแบบ “คนเมือง” ที่เน้นแรงบิด ติดมือหนึบหนับ และสามารถเอาไปวิ่งทริปได้สบายครับ อัตราเร่งเครื่องบล็อกนี้เหลือเฟือสำหรับการชู๊ตเร่งแซง ซึ่งต้องใช้บ่อยช่วงที่เดินทางในถนนเพชรเกษม ขณะที่ความเร็วปลายของทริปนี้ผมกดไปได้ 150 กม./ชม. ซึ่งก็เป็นความเร็วท็อปสปีดในสแตนดาร์ดเดิมๆของ XMAX เขาเลย ทั้งนี้อาการ “สะท้าน” ของเครื่องในรอบสูงๆก็มีให้รู้สึกน้อยมาก ที่สำคัญยังมี Traction Control ฟังก์ชั่นสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากอาการล้อหลังฟรีอีกด้วย ถึงทริปนี้จะไม่ได้ใช้ แต่มีไว้อุ่นใจครับ
2.เบรกดี มี ABS แก้เคล็ดเพิ่มสักนิดกับช่วงล่าง
ออพชั่นที่ผมให้ความสำคัญมากๆ โดยเฉพาะกับรถสกู๊ตเตอร์ที่เน้นใช้งานในเมือง คือ “ระบบเบรก” ครับ บอกเลยว่าการจราจรในเมืองนั้น เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากมาก บางทีขี่ไหลๆ ก็เจอรถเก๋งคันหน้าเบรกกะทันหัน ซึ่งช่วงที่นำ XMAX คันนี้มาใช้งานในเมือง ก็มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น 4- 5 ครั้งแถวๆย่านลาดพร้าว และเมื่อต้องกำเบรกแน่นๆแบบฉบับพลัน ระบบเบรก ABS ของ XMAX ก็ทำงานได้อย่างแม่นยำ

