รีวิว Z900RS SE 2026 ออพชั่นขนาดนี้ ขี่ดีขนาดไหน??
ล่าสุดเรามีโอกาสทดสอบ-รีวิว Z900RS SE 2026 ที่บอกได้เลยว่านี่คือการกลับมาอย่างเฉียบขาดของมอเตอร์ไซค์สปอร์ตไฟกลมเรือธงของ Kawasaki ที่เพิ่มคุณค่าความเป็นบิ๊กไบค์ชั้นดีให้ตระกูล Z ได้อย่างโคตรน่าสนใจ!!
อ่าน 7 ข้อนี้..แล้วจะเข้าใจว่าทำไม!!
1.หน้าตาแบบนี้ คุ้นกันไหม?

ไอคอนความเป็น “คาวาซากิ” อยู่ในความทรงจำอันยาวนานของนักบิดทั่วโลกผ่านเจ้า Z1 (Kawasaki 900 Super4) และยังคงส่งต่อความภาคภูมิมาสู่ตัวตนใหม่ Z900RS ที่รักษาอารยธรรม Z เอาไว้อย่างครบถ้วนบนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงเป็น “ยุคใหม่” เต็มตัว
ภาพลักษณ์แบบนี้ วัยรุ่นยุค 90 อย่างและไบเกอร์ร่วมสมัยคนอื่น ๆ คงจำกันได้กับการ์ตูนเรื่องดัง GTO ที่มีตัวเอก “โอนิซึกะ เอเคจิ” กับมอเตอร์ไซค์คาวาซากิคู่ใจที่หน้าตาคล้าย ๆ Z900RS แต่คันนั้นของโอนิซึกะคือ Z2 (750ซีซี) ที่โดดเด่นจนสร้างภาพจำสปอร์ตไฟกลมสี่สูบเรียงในแบบฉบับคาวาซากิได้ตรึงตรา
เมนเฟรมแบบท่อ ร้อยและยึดโยงเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงเอาไว้อย่างสวยงามไม่ขัดตา โชว์คอท่อโครเมี่ยม 4 ออก 1 ตัดกับแคร้งค์เครื่องยนต์สีดำ ขณะที่ถังน้ำมันทรงหยดน้ำสดสี Fire Ball เอกลักษณ์คาวาฯ (ความจุถัง 17 ลิตร) รับกับไฟหน้ากลมทำเลเยอร์แยกไฟ LED สูงต่ำล้อมด้วยกรอบโครเมียม รวมถึงเรือนไมล์ที่ไม่ทิ้งความเป็นญี่ปุ่นคลาสสิก เพราะยังรักษา “จอคู่” ทรงหัวกระสุน แยกวัดความเร็ว (ซ้าย) และวัดรอบขวาพร้อมจอดิจิทัล LCD ตรงกลาง

ขณะที่บั้นท้าย ก็ยังรักษาทรง “ตูดเป็ดแบบคาวาซากิ” พร้อมไฟท้ายหลอด LED ที่รูปทรงสวยงาม โดยรวมแล้วเป็นรถที่สื่อถึง Timeless Z เจอปั๊บชี้ชัดตัวตนได้ทันทีไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ตาม
2.การควบคุม…อย่ามองแค่ภายนอก!
ความลับของ Z900RS SE 2026 ที่ซุกซ่อนเอาไว้ภายใต้บอดี้สปอร์ตเปลือยไฟกลม ..ถูกเผยออกมาเมื่อได้ลองขี่จริง ๆ นั่นคือฟีลลิ่งการควบคุมอัน “ยอดเยี่ยม” ที่คาวาซากิทำได้ดีกับการพัฒนายกระดับจนเปลี่ยนความคาดหวังและภาพจำเดิม ๆ ของรถเน็กเก็ดไบค์ไซส์ 900 ซีซี ไปได้อย่างสิ้นเชิง
เริ่มจากท่านั่งที่เป็นธรรมชาติบนเบาะคลาสสิกทรงกว้าง ความสูงเบาะ 820 มม. (810 มม. ในรุ่น STD) นั่งแล้วจะพบว่าตำแหน่งวางเท้าเยื้องไปด้านหลังเล็กน้อย รับกับการยื่นแขนจับแฮนด์พร้อมสเปซของการยกเข่าขึ้นหนีบถังได้อย่างเหมาะเจาะ อยากบอกว่านี่เป็นไรดิ้งโพสิชั่นที่รีเสิร์ชกับสรีระมาอย่างดีครับ เพราะผู้ทดสอบต้องขี่รถต่อเนื่องนับ 100 กม. นอกจากกระชับคล่องตัวแล้ว ยังแทบไม่มีอาการเมื่อยปวดหลัง เนื่องจากน้ำหนักถูกกระจายลงไป ไม่ปักในจุดใดจุดหนึ่ง

ขณะเดียวกัน Z900RS SE 2026 ยังให้ท่าทางของการเลี้ยวที่ดีมาก ๆ ตัวรถมีความ “อยู่มือ” เลี้ยวได้คม พลิกรถง่าย แม้กระทั่งเลี้ยวกลับรถยังทำได้ง่ายดาย โดยเฉพาะเมื่อคุ้นเคยกับรถดีแล้วอารมณ์ของการขี่จะเปลี่ยนไปเป็น “ความมั่นใจ วางใจ และสนุกสนาน” ได้ครบถ้วน ทั้งที่น้ำหนักตัว (รวมของเหลว) ขนาด 216 กก. นั้นไม่ถือว่าเบา แต่กลับกลายเป็นรถคันนี้เข้าถึงง่ายไม่ว่าจะเป็นนักขับขี่เลเวลไหนก็ตาม…นั่นหมายถึงถ้าคุณเป็นเพียงนักบิดทั่ว ๆ ไปที่ชื่นชอบสี่สูบไฟกลม ไม่ต้องมีสกิลสูงนัก ก็ยังขี่ได้สบาย ๆ
3.เครื่องยนต์ Z900RS SE 2026
948 ซีซี 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ เป็นขุมพลังที่ไม่ธรรมดา เพราะมีแรงม้าสูงสุดถึง 117 แรงม้า ที่ 9,300 รอบ/นาที เวอร์ชั่นนี้มีการปรับปรุงลิ้นปีกผีเสื้ออิเล็กทรอนิกส์ อัพเกรดพอร์ตไอดี ปรับแคมฯ โปรไฟล์ รวมถึงเซ็ท ECU ใหม่ รวมถึงมีข้อเหวี่ยงใหม่เบาลง 10% แต่เพิ่มกำลังอัดขึ้น 10.8:1 เป็น 11.8:1 สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขพวกนี้คือเมื่อลองขี่แล้วพบว่าย่านกำลังที่ปล่อยลงสู่ถนน มีความสมูทต่อเนื่องดีมาก
ยิ่งชุดเกียร์ 6 สปีดเวอร์ชั่นนี้ สับและงัดได้เบามือเนื่องจากมี Assist & Slipper Clutch รวมถึงยังได้ควิกชิฟเตอร์ที่ปลดปล่อยความอิสระให้การใช้งานเกียร์ในย่านกำลังต่าง ๆ โดยไม่ต้องกำคลัตช์ได้สะดวกขึ้นอีกเท่าตัว
สำหรับตัวเลขความเร็วปลาย(เส้นทางที่ไปทดสอบไม่มีโอกาสทำได้แบบTop Speed) สามารถกดไปได้ 200km/h โดยที่ยังเหลือในมืออีกเยอะ ดังนั้นตัวเลขหน้าปัดคาวาซากิให้มาสุดแค่ 240 km/h จึงมีโอกาสเยอะมากที่ Z900RS SE 2026 จะเป็นอีกคันที่วิ่ง “จมไมล์”
4.อิเล็กทรอนิกส์
หัวใจหลักของการพัฒนาสู่เวอร์ชั่น 2026 คือระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้ IMU 6 แกน ซึ่งมีผลต่อการขับขี่อยู่หลายจุด
อย่างแรกคือระบบป้องกันล้อลื่นไถล KTRC (Kawasaki Traction Control) ที่เลือกค่าได้ 2 ระดับ เป็น 1 และ 2 โดยทริปนี้เรามีโอกาสลองทั้ง 2 ตัวเลือก ได้ข้อมูลว่า ในระดับ 1 ความเซ็นสิทีฟจะน้อยกว่า ส่วนระดับ 2 ความเซ็นสิทีฟจะเพิ่มขึ้นมา (คล้าย ๆ โหมดแบบ Road /Rain ในยี่ห้ออื่น) และ KTRC สามารถเปิด-ปิดได้ จากการใช้ปุ่มคอนโทรลที่แฮนด์ฝั่งซ้ายครับ
ถัดมาคือ 2 ทีเด็ดที่สรุปง่าย ๆ ว่ามีประโยชน์มากในด้านความสนุกและปลอดภัย นั่นคือระบบ Cornering ABS ที่ช่วยให้แต่งเบรกในโค้งได้ ตัวนี้ช่วยขยายศักยภาพในการเลี้ยวได้ดีมาก ๆ ยกตัวอย่างการขี่ที่เราอาจจะเติมความเร็วไปล้นแล้วจำเป็นต้องเบรกเร็ว ๆ ในโค้ง ระบบนี้ก็ช่วยให้รถเลี้ยวไปได้โดยเสียอาการน้อยที่สุดนั่นเอง
ยังไม่พอแค่นั้นเพราะคาวาซากิใส่ KCMF (Kawasaki Cornering Management Function) มาทำงานร่วมกับเบรก โดยจะมีเซ็นเซอร์พารามิเตอร์ของเครื่องยนต์และแชสซีส์ตลอดโค้ง ตั้งแต่เข้าโค้ง ผ่านจุดสูงสุด ไปจนถึงเร่งออกโค้ง จากนั้นก็ควบคุมแรงเบรกและกำลังเครื่องยนต์เพื่อให้การเปลี่ยนจากการเร่งความเร็วเป็นการเบรกและกลับมาเป็นปกติได้สมูทที่สุด
ทั้งสองระบบที่ใส่มาให้ บอกเลยว่าทำให้ผลของขี่ “เล่นโค้ง” ด้วย Z900RS 2026 ในทริปนี้ เต็มไปด้วยความมั่นใจและสนุกจริง ๆ จัดเป็น “ของดี” ที่หากเป็นไปได้ ควรมีไว้ในบิ๊กไบค์ทุกรุ่นเลยครับ
5.ช่วงล่างหนึบ-นุ่มจริง
ในข้อนี้ เป็นคุณค่าเฉพาะตัวของเวอร์ชั่น SE ที่ได้เพิ่มขึ้นมาจากรุ่น STD และก็เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ผมหลงรัก Z900RS SE 2026 เพราะตลอดเวลาของการทดสอบ ระบบช่วงล่างของรถคันนี้ให้ความรู้สึกแบบ “ขี่เมฆ” ยังไง ยังงั้น!!
ต้นเหตุคือโช้คหน้าหัวกลับแกน 41 มม. กับค่าเซ็ทติ้งตากโรงงาน ที่บาลานซ์ดีจัด ๆ ขณะเดียวกันก็ยังให้ขอบเขตการปรับค่ามาได้น่าสนใจมากๆด้วย สามารถปรับความหนืดของโช้คอัพได้ทั้งแบบยุบตัว (12 ระดับ) และแบบคืนตัว (10 ระดับ) รวมถึงปรับพรีโหลดแบบไม่มีสเต็ป ซึ่งแบบนี้หมายถึงถ้าเราอยากเซ็ตค่าโช้คหน้าเอาไว้ให้เหมาะกับสไตล์การขี่ของตัวเอง ก็จะทำได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ
โช้คหน้าว่ามาดีแล้ว โช้คหลังเดี่ยวยิ่งเทพไปอีกขั้น กับการได้ Öhlins S46 (เฉพาะรุ่น SE) ที่ใช้โครงสร้างอะลูมิเนียมแบบท่อเดี่ยว ลูกสูบขนาดใหญ่ ø46 มม. แยกห้องน้ำมันและก๊าซภายในออกจากกันด้วยลูกสูบแบบลอยตัว ส่งผลให้สัมผัสการยึดเกาะและการควบคุมอยู่มือกว่า สังเกตว่าการวางองศาเยื้องค่อนข้างมากตามแนวโครงสร้างของรถ จุดยึดแขนกระเดื่องก็แตกต่างด้วยการวางเอาไว้เหนือสวิงอาร์ม ช่วยกันสะเทือนหลังอยู่ห่างจากท่อไอเสียมากพอที่ความร้อนจะไม่ส่งผลต่อการทำงานนั่นเอง
ที่น่าสนใจไปอีกขั้นคือ โช้ค Öhlins S46 ต้นนี้ จากการจับอาการในช่วงขี่ทดสอบครั้งนี้ ฟันธงได้เลยว่าค่าช่วงล่างเดิม ๆ แบบ “แฟคเตอรี่เซ็ทติ้ง” เหลือเฟือสำหรับการใช้งานได้ทุกเส้นทางออนโรดแล้วครับ เก็บอาการทุกย่านความเร็วได้ยอดเยี่ยม จนแอบคิดว่าถึงจะเป็นสายซิ่งก็แทบไม่ต้องติดกันสะบัดแผงคอด้วยซ้ำ!!
6.เบรกดีสมราคา!
แรงดี ช่วงล่างดี สิ่งที่ต้องมีมาให้ “สมน้ำสมเนื้อ” ไม่แพ้กันคือระบบการหยุดความเร็วนี่แหละ โดยในรุ่น SE ได้ดิสก์เบรกหน้าคู่จาน 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Brembo M4.32 ส่วนเบรกหลังคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยวพร้อมสลักสไลด์จับยึด จานเบรกขนาด 250 มม. ความแม่นยำของจังหวะเบรกรวมถึงการแอคทีฟของน้ำหนักเบรกที่สัมผัสได้ว่านุ่มนวลแต่ตอบสนองแบบไม่ดีเลย์ ถือว่าไล่มาได้ดีมาก ๆ เช่นกัน โดยที่มือเบรกเดิม ๆ เป็นแบบก้านเหรียญหมุนปรับได้ 6 ระดับ
ทั้งนี้ Z900SE 2026 ได้ยาง Dunlop SPORTMAX GPR-300 หน้า 120/70ZR17 M/C (58W) หลัง 180/55ZR17 M/C (73W) ที่ใช้งานได้พอตัว แต่ในความเห็นผู้ทดสอบ หากเป็นสายเล่นโค้งก็อาจจะต้องอัพเกรดไปใช้ยางที่ตอบโจทย์มากขึ้นจะเหมาะสุดครับ
7.ฟังก์ชั่นและบทสรุป
ด้วยความเป็นรถในแนว Modern-Retro ดังนั้นฟังก์ชั่นจึงไม่ใช่จุดที่เน้นมากนัก แต่ก็ยังมีช่องชาร์จ USB-C ติดตั้งมาให้ที่ปะกับแฮนด์ด้านขวา

ส่วนหน้าจอดิจิทัล LCD บอกข้อมูลสำคัญ ๆ ครบ ไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิเครื่องยนต์ เลขเกียร์ ระดับเชื้อเพลิง เซ็ททริปได้ 2 ทริป A-B และอัตราสิ้นเปลืองแบบเรียลไทม์-เฉลี่ย
นอกจากนี้ Z900RS SE 2026 มีครูซคอนโทรล ที่ติดตั้งปุ่มควบคุมมาให้บนแฮนด์ฝั่งซ้าย ใช้งานสะดวกง่ายดายสำหรับสายทัวริ่ง
ขณะที่การสั่งงานปุ่ม Mode/Select และ Reset บนปะกับฝั่งซ้ายเพื่อการตั้งค่าหน้าจอในฟังก์ชั่นต่าง ๆ ก็ใช้ง่ายไม่ซับซ้อน เป็นระบบเดินหน้า-ย้อนกลับ-กดปุ่มค้างเพื่อรีเซ็ท ตรงนี้คงถูกใจหลาย ๆ คนเพราะช่วยลดความยุ่งยากในการเซ็ทติ้งได้ดีทีเดียว
ส่วนเรื่องบทสรุป – ราคาจำหน่าย ถ้าให้คะแนนสำหรับการทดสอบรีวิว Z900RS SE ปี 2026 คันนี้ ผมอยากให้คะแนนไปถึง 9/10 เลย เพราะตัวรถนอกจากจะอัพเกรดสเปคทางด้านเทคนิคมาเต็มร่าง ยังให้ฟีลลิ่งการขับขี่ควบคุมที่ดีเยี่ยมในทุก ๆ มิติ
– รุ่น STD ราคาแนะนำ 409,000 บาท (ตัดออพชั่น คาลิเปอร์หน้า Brembo, โช้คหลัง Ohlins และ USB-C )
– รุ่น SE ราคาแนะนำ 449,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว คูปองเงินสดมูลค่า 10,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 1 ปี พร้อมทะเบียน, พรบ.
…ราคาและโปรมาแบบนี้ บอกเลยว่า..ยังไงก็คุ้ม!!
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่

















