ส่อง “Harley-Davidson LiveWire” มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสปอร์ตสุดเก๋า เปิดให้ Pre-Order แล้ว!

Harley-Davidson LiveWire” มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสปอร์ตสุดเก๋า เปิดให้ Pre-Order แล้ว!

 

นับเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแห่งอนาคตอย่างแท้จริง หลังจากที่หลายๆคนคงมีโอกาสได้สัมผัส พบเห็นผ่านตามาบ้างกับ Harley-Davidson LiveWire โมเดลคอนเซ็ปต์ตั้งแต่ปี 2014 เรียกเสียงฮือฮาไปได้ถล่มทลาย นอกจากนี้เจ้ารถคอนเซ็ปต์คันเก่งยังได้มีโอกาสโชว์ความหล่อในภาพยนต์ฟอร์มยักษ์อย่าง “Avengers: Age of Ultron (2015)” ในฉากไล่ล่าสุดมันมาแล้ว

ล่าสุด เราก็ได้เปิดศักราช 2019 ด้วยความตื่นเต้นจากการเปิดราคาของ Harley-Davidson LiveWire เริ่มต้นที่ $29,799 (ราวๆ 950,000 บาท) พร้อมพรีออเดอร์ได้แล้ว โดยได้รับการพัฒนาออกแบบต่อยอดจากคอนเซ็ปต์ไบค์ สู่โมเดลพร้อมวางขาย หน้าตาหล่อเหลา มีมิติที่ดูลงตัวมากขึ้น พร้อมปล่อยให้เป็นเจ้าของกันภายในไม่เกินปี 2020 ที่จะถึงแน่นอน ทั้งนี้ Harley-Davidson ขอทำตลาด LiveWire ที่อเมริกาซะหน่อย รอดูท่าทีและผลตอบรับ ส่วนวันนี้ผมขอพาเพื่อนๆ ไปชมความเจ๋งของโมเดลไฟฟ้าที่ต้องบอกกันตามตรงว่า สวย โหด น่าขี่สุดๆกันดีกว่าครับ

แรงบิดโหดจัดปลัดบอก

เคลมกันแบบเน้นๆ เพียงแค่สะบัดข้อมือนุ่มๆของคุณก็จะได้สัมผัสแรงบิดแบบเต็มๆไม่ต้องรอรอบ สามารถพุ่งทยานความเร็ว 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.5 วินาที ตามจุดเด่นของรถพลังงานไฟฟ้า คลัทช์ไม่ต้องกำ เกียร์ไม่ต้องใส่ เตรียมใจแล้วบิดไปได้เลยสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้ พร้อมระบบส่งกำลังใต้แบตเตอรี่ รักษาสมดุลรถให้อยู่ต่ำที่สุดเพื่อการควบคุมอย่างอยู่หมัด

1 ชาร์จ 1 จังหวัด

คำกล่าวข้างต้นคงไม่เกินจริงเท่าใดนักสำหรับเจ้า Harley-Davidson LiveWire คันนี้ เพราะมันสามารถทำระยะทางได้ถึงกว่า 177 กิโลเมตร (110 ไมล์) จากการชาร์จแบตเต็มถังเพียงครั้งเดียว ด้วยพลังจากแบตเตอรี่พลังงานสูงภายในที่ยังให้คุณสามารถเลือกชาร์จไฟได้ง่ายๆไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือตามสถานีชาร์จไฟก็สะดวกสบาย

H-D™ CONNECT SERVICE

ตัวอยู่ไกลใจไม่เคยห่าง หมดปัญหาเป็นห่วงรถเวลาจอดทิ้งไว้ข้างนอกด้วยระบบ Build-in LTE และ GPS รายงานสถานะรถของคุณได้ที่หน้าจอโทรศัพท์แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นสถานะแบตเตอรี่ แผนที่ (ตำแหน่งรถปัจจุบัน) และการแจ้งเตือนความปลอดภัยในกรณีที่รถถูกเคลื่อนที่ กระแทก หรือถูกรบกวน

ออพชั่นแน่น ล้ำสมัย

ไม่ว่าจะเป็นเฟรมอลูนิเนียมน้ำหนักเบา กันสะเทือนหน้า-หลังจาก Showa ปรับแต่งได้เต็มระบบ เบรคจาก Brembo หน้า-หลัง เช่นกัน ยางจาก Michelin Scorcher สุดพรีเมี่ยม 180 มม. ด้านหลัง และ 120 มม. ด้านหน้า พร้อมหน้าปัดทัชสกรีน! ขนาด 4.3 นิ้ว แสดงผลแบบชัดเจนทุกเฉดสี บอกข้อมูลอย่างครบถ้วนพร้อมฟังก์ชั่น เชื่อมต่อบลูทูธ GPS และ Built-in LTE ตามที่กล่าวข้างต้น ปรับแต่งส่วนของการแสดงผลได้ตามต้องการ (แทบจะเป็นสมาร์ทโฟนเลยทีเดียว) มาพร้อมกันใน 3 ธีมสี ส้ม, เหลือง, ดำ

สำหรับประเทศไทยคงต้องรอดูท่าทีกันอีกสักพักว่าจะได้สัมผัสกันตัวเป็นๆเมื่อไร หากใครติดตามก็คงเริ่มเห็น Harley-Davidson (อเมริกา) ทำโปรโมทกันแล้ว ที่สำคัญคือเสียงเครื่องยนต์ไม่ได้เงียบเชียบแบบที่ใครๆกลัวกัน กลับมีเสียงการทำงานของระบบส่งกำลังอันไพเราะ(ไปอีกแบบ) นี่อาจจะเป็นใบเบิกทางเข้าสู่โลกใหม่ของ Harley-Davidson ที่น่าจับตามอง แน่นอนว่าอาจจะมีเสียงตอบรับไปในทางลบจากแฟนๆสายคลาสสิค แต่หากลองมองย้อนไปในอดีตก็เป็น Harley-Davidson นี่แหละ ที่เบิกทางสร้างเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์มาก่อนใครจนขึ้นแท่นเป็นที่ 1 ในใจหลายๆคนมาทุกยุคทุกสมัย