

ใครจะไปรู้ว่า “อากาศร้อนๆ ตอนบ่ายๆ..” วลีสั้นๆ ส่วนหนึ่งของเพลง อากาศร้อนๆ โดยศิลปิน Tattoo Colour นั้นอาจแต่งขึ้นมาจากตอนที่ ผู้เขียนกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่ารถติดก็เป็นได้ (ขำๆนะครับ) เป็นช่วงเวลาที่ผมได้รับรถบิ๊กสกู๊ตเตอร์สุดพรีเมียมจากฮอนด้า พร้อมโจทย์ “City Ride” ให้ผมบิดออกตัวจากใจกลางถนนลาดพร้าว เข้าสู่ย่านเมืองเก่าสุดชิค “เจริญกรุง” ผ่านถนนพระราม 4 สุขุมวิท และบางรัก.. ผมก็คิดแบบหลายๆคน “แย่แน่ๆ” ไหนจะรถติด ไหนจะขนาดรถ.. แต่เมื่อได้ลองสัมผัสการขับขี่จริงๆ หลายๆอย่างก็เปลี่ยนไป..



เทคโนโลยีสุดล้ำ “ชีวิตดี” ขึ้นเป็นกอง
ใส่ถุงมือ สวมหมวกกันน็อค บิดสวิทช์ แล้วพุ่งไปได้เลย.. ใช่ครับ เพียงบิดสวิทช์ ด้วยระบบกุญแจ Honda SMART Key ให้การควบคุมทุกอย่างง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ต้องง่วนหากุญแจมาเสียบอีกต่อไป พร้อมฟังก์ชันระบุตำแหน่งเป็นประโยชน์สุดๆ (เพราะผมชอบลืมที่จอดรถครับ) สัญญานกันขโมย และเปิด-ปิดสัญญานรีโมท
สภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพนั้น เราไม่รู้ว่าจะต้องอยู่บนถนนนานเท่าใด บางทีก็สามารถกดโทรศัพท์เล่นจนแบตหมดได้ ดังนั้นช่อง AC Socket ชาร์ตไฟมือถือ จึงออกแบบมาค่อนข้างเหมาะสมกับการใช้งาน มีที่เสียบวางโทรศัพท์และขวดน้ำได้อย่างลงตัวครับ
ส่วนที่ประทับใจผมก็เป็นพื้นที่ใต้เบาะนี่แหละครับ “กว้างขวาง” จริงๆ ใส่หมวกกันน็อคเต็มใบพร้อมกระเป๋าเดินทาง หรือของจิปาถะแบบไม่ต้องสะพายกันเลย สะดวกมากๆ และระบบปรับชิลด์บังลมหน้าไฟฟ้าก็ช่วยเรื่องการเดินทางให้สะดวกสบายไปอีกแบบครับ หากต้องการขี่รถหลบลมหน่อยก็ปรับให้สูงขึ้น หรือต่ำลงเมื่อไม่ต้องการใช้นั่นเอง

300 ซีซี. สิ บิดกำลังมัน..
ก็ต้องบอกว่า อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยระบายอารมณ์จากการฝ่าจราจรคือเจ้า “พละกำลัง” นี่แหละครับ ..ก็คนมันหงุดหงิดนี่นา ขอบิดแรงๆซัก 10-20 เมตรก็ได้.. ฮอนด้าจัดให้ กับเครื่องยนต์ 279 ซีซี. 1 สูบ ที่มีความสปอร์ตพอสมควร พร้อมระบบเพิ่มความปลอดภัย ABS หน้า-หลัง Torque Control? แถมสมรรถนะเมื่อก้าวเข้าสู่ย่านความเร็วยังทำให้ผมประหลาดใจขึ้นไปอีกขั้น เนื่องจากความสัมพันธ์ของ น้ำหนัก, ความสมดุล และการควบคุมนั้น “ลงตัว” อย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนตัวผมติดเพียงนิดเดียวที่การตั้งค่าระบบกันสะเทือนจากโรงงานซึ่งค่อนข้างเซ็ตมาให้ “แข็ง” ไปหน่อย อาจต้องไปหาทางปรับแต่งให้เข้ากับแต่ละคนนะครับ
นอกจากนี้การขับขี่ในสภาพที่ต้องการความคล่องตัวอย่างรถติดก็ไม่ “เทอะทะ” อย่างที่ประเมินไว้คราวแรก.. เพียงพับกระจกมองหลังเข้ามา ก็สามารถ “มุด” ได้น่าพอใจ ไม่อายรถเล็กเลย แต่ด้วยความที่ด้านท้ายรถอาจจะกว้าง เลยอยากให้เพื่อนๆเพิ่มความระมัดระวังเวลาหักเลี้ยวผ่านทางแคบๆหน่อยนะครับ


รูปหล่อ ไฮโซ ต้อง All New Honda Forza สิ!
ด้วยการออกแบบใหม่หมดจด จึงทำให้เจ้า All New Honda Forza (2018) นี้มีมิติที่ “กระชับ” กว่าโมเดลเก่าอย่างมาก แถมเส้นสายลวดลายที่มองปร๊าดเดียวก็รู้ว่า “นี่มันสกู๊ตเตอร์ไฮโซชัดๆ” ผมจึงต้องขออนุญาตแต่งตัวให้เข้ากับรถ(อิอิ) เพราะว่ามันมีความพรีเมียมเป็นเอกลักษณ์ชัดเจนมาก แถมระบบไฟส่องสว่าง Full-LED ยิ่งตอกย้ำ ในจุดนี้เข้าไปอีก และธีมสีก็มาในรูปแบบเรียบหรูเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสี เทา (Silver), ขาว-น้ำเงิน (White-Blue) และเจ้าคันที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสในครั้งนี้ ดำ-เทา (Black-Silver)

แล้วชีวิต(บนถนน)ของคุณจะเปลี่ยนไป…
มองผิวเผินแล้ว เจ้าบิ๊กสกู๊ตเตอร์ออกใหม่จากฮอนด้า “All New Honda Forza (2018)” คันนี้ หลายๆ คนมักจะส่ายหัว ออกตัว “Say No” ก่อนเลย.. ทำไมล่ะ? อ๋อ เพราะมันดูใหญ่ตุ๊ต๊ะ จะไปขี่ลุยรถติดได้ไง?… แล้วการขับขี่ในเมืองสภาพรถติดของเพื่อนๆแต่ละวันเป็นอย่างไรล่ะครับ? ร้อน เหนียวตัว เหนื่อย เมื่อยก้น ล้าแขน.. จะดีแค่ไหนหากพาหนะของเราถูกเสริมด้วยพละกำลังเร่งแซงที่ “ติดมือ” นั่งสบาย ทำความเร็วได้ดีขึ้น ไร้อาการ ‘สะบัด’ แถมยังไม่เสียความสามารถในการ “มุด”…
ใช่ครับ All New Forza(2018) คือคำตอบของตัวเลือกเหล่านั้น เพิ่มเติมด้วยรูปลักษณ์ดูดี โฉบเฉี่ยว แถมเทคโนโลยีที่ต้องเรียกว่า “ชีวิต(บนถนน)ดี” ขึ้นอีกเป็นกอง.. จากการขับขี่ที่ร้อน พาหงุดหงิด กลับกลายเป็นการขับขี่ท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงเบาสบายขึ้นมาทันที สำหรับ 1 วันของผมและ “All New Forza (2018)” ณ ใจกลางเมืองแห่งการจราจรคับคั่งอย่างกรุงเทพฯ น่าจะเปลี่ยนความคิดเดิมๆของคุณ ให้หันมาสนใจเพิ่มพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์คันนี้ไว้ที่บ้านก็เป็นได้… ด้วยราคาเริ่มต้นเบาๆ 169,000 บาทเองนะ

