ใครที่ได้ติดตามศึกการแข่งขันรถจักรยานยนต์ ‘โปรดักชั่น’ ชิงแชมป์โลก “WorldSBK” แล้วล่ะก็จะต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับรถ Yamaha YZF-R1 สีน้ำเงินกับนักบิดหมวกกันน็อคสีส้ม ‘Michael Van Der Mark’ ขี่เกาะตำแหน่งอยู่ในกลุ่มผู้นำ พร้อมจะขยี้แชมป์ #1 Jonathan Rea ตลอดเวลา ยิ่งสนามๆหลังๆ พี่แกแทบจะสอยโพเดียมเอาทุกรอบ! ….ขาดแค่เพียงประสบการณ์ที่ด้อยกว่านักบิดรุ่นพี่บ้างนิดหน่อยเท่านั้น..
ส่วนคุณภาพรถแข่งคงไม่ต้องใช้การพิสูจน์อะไรมากอีกแล้ว ทั้งผลงานแชมป์รายการ Suzuka 8 Hours (2015, 2016, 2017, 2018) รวมถึงแชมป์ 2016/2017 FIM Endurance World Championship โดยฝีมือของทีม GMT94 Yamaha Official EWC และล่าสุดในปี 2018 กับโพเดียมอันดับ 1 ถึง 3 สนามรายการ FIM Superbike World Championship (WorldSBK) จากการบิดกดความเร็วของ Michael van der Mark และ Alex Lowes

ต่างจากเวอร์ชั่นขายตรงไหน?
เมื่อนำมาใช้เพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะแล้ว ออพชั่นต่างๆที่คำนวณถึงความปลอดภัยในการใช้งานบนถนนจึงจำเป็นต้องถูกตัดออกไป เพื่อสมรรถนะที่สูงที่สุดในการกดทำความเร็วทั้งนี้ยังคงอยู่บนพื้นฐานของรถที่ผลิตเพื่อวางจำหน่ายทั่วไป.. ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟท้าย กระจกมองข้าง ถูกถอดเกลี้ยง ชิ้นส่วนตัวถังต่างๆถูกแทนที่ด้วยพาร์ทที่ผลิตจากวัสดุเกรดสนามแข่ง รวมถึงการออกแบบการทำงานของเครื่องยนต์ใหม่ ที่คำนวณถึงความเร็วเป็นสำคัญ ระบบไอเสีย ช่วงล่าง ระบบเบรคและชิ้นส่วนเครื่องยนต์ถูกปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานบนสนามมากที่สุด!

เครื่องยนต์
แน่นอนเป็นเครื่องยนต์ในเวอร์ชั่นวางขาย แต่ได้รับการปรับจูนให้มีพละกำลังสูงทะลุ 220 แรงม้าไปแล้ว (เวอร์ชั่นสแตนดาร์ด 200 แรงม้า) และการปรับเปลี่ยนพาร์ทต่างๆให้ใช้เกรดสนามแข่งนั่นก็ทำให้น้ำหนักตัวลดไปแตะน้ำหนักขั้นต่ำตามที่กติกาได้ระบุไว้ ‘168 กิโลกรัม’ เท่านั้น!


โครงสร้าง
ยังยึดเฟรม Aluminum Deltabox ไว้เหมือนเดิม แต่มีการปรับออพชั่นต่างๆให้เหมาะสมกับการทำการแข่ง ทั้งโช้คอัพด้านหน้าจาก Ohlins ลดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลงไป 1 มม. ลดพื้นที่เสียดสี ในขณะที่เพิ่มระยะยุบตัวอีก 10 มม. รองรับการเบรคอย่างหนักหน่วงก่อนเข้าโค้งของนักแข่งได้เป็นอย่างดี ตามด้วยระบบเบรคหน้า-หลังจาก Brembo.. ดิสก์เบรคหน้าคู่ที่เพิ่มขนาดขึ้นมาถึง 336 มม. จาก 320 มม. ในเวอร์ชั่นสแตนดาร์ด และไปปรับลดขนาดของดิสก์เบรคด้านหลังลงแทน จากลักษณะการเบรคที่นักแข่งมักใช้เบรคหน้าหนักกว่า และขนาดของยางหลังก็เพิ่มขึ้นมาเป็นหน้ากว้าง 200 เพื่อการยึดเกาะขณะเอียงรถเข้าโค้งด้วยความเร็วได้ดียิ่งขึ้น

มิติรถ
โดยรวมยังคงความเป็น R1 เวอร์ชั่นที่เราคุ้นตากันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความยาวตัวถัง ความกว้าง ความสูงรถ และความสูงเบาะ แต่หากสังเกตุดีๆ จะเห็นตัวเลขของความยาวฐานล้อที่เพิ่มขึ้นถึง 45 มม.! จากเดิมที่ 1,405 มม. เป็น 1,450 มม. ทั้งนี้ก็เพื่อความเสถียรในการทำความเร็วสูงสุดบนสนาม ลดอาการหน้าไว (แบบที่หลายๆคนต้องไปซื้อกันสะบัดมาใส่) และอยู่ในช่วงความยาวที่ทำให้การเข้าโค้งในสนามแข่งเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างพอดิบพอดี รวมทั้งขนาดของถังน้ำมันยังถูกเพิ่มให้จุได้มากถึง 24 ลิตร เพื่อใช้งานให้จบการแข่งขันได้ด้วย (สังเกตว่าในรายการแข่งเล็กๆนั้นมีจำนวนรอบการแข่งที่น้อยกว่า.. ขนาดของถังน้ำมันเชื้อเพลิงก็เป็นหนึ่งในปัจจัยนั้นครับ)
ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมาบนสังเวียน WorldSBK นั้น ยามาฮ่าได้พิสูจน์แล้วว่า YZF-R1 เป็นอีก 1 ตำนานแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ต ด้วยผลงานที่ดีและพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัดเจน.. เฉพาะจากทีม Pata Yamaha Official WorldSBK ก็ปาเข้าไป 14 โพเดียมแล้วในปี 2018 ทั้ง Michael van der Mark (10) และ Alex Lowes (4) ซึ่งสถานการณ์ในฤดูกาล 2019 ของ Yamaha ตอนนี้ก็ดูจะร้อนแรงที่สุด จากการที่อยู่กลุ่มผู้นำตลอดแทบทุกรอบการแข่งขันนั่นเอง

แน่นอนว่านอกจากจะเป็นรถที่ใช้ในการแข่งระดับโลกแล้ว แฟนๆยังสามารถติดตามผลงานความแรงของ Yamaha YZF-R1 พื้นฐานโมเดลเดียวกันนี้ได้จากหลายรายการใกล้บ้านเราเลยล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็น “Asia Road Racing Championship” ที่ตอนนี้ถือว่าโชว์ฟอร์มร้อนแรง จากการขับขี่ของ 2 นักบิด #24 แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศธนานนท์ และ #56โฟลท – รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ คะแนนสะสมรั้งอันดับ Top 10 ในรุ่น ASB1000! ..หรือรายการ “R2M Thailand SuperBike 2019” ยังเปิดฤดูกาลด้วยดับเบิ้ลโพเดียมของ #10ซุป – อนุชา นาคเจริญศรี และ #65เบียร์ – เฉลิมพล ผลไม้ บนหลังเบาะของ Yamaha YZF-R1 เช่นเดียวกัน
..ส่วนใครที่ชอบแต่งรถก็ลองนำตารางสเปคด้านล่างไปแต่งดูนะครับ.. ได้ผลอย่างไรก็อย่าลืมกระซิบมาบอกผมบ้าง.. อย่างไรก็แล้วแต่ ต้องไม่ลืมนะครับว่า “เราไม่ใช่นักแข่งระดับโลก” จะขับขี่ใดๆก็ขอให้นึกถึง ‘ชีวิต’ และความปลอดภัยเป็นหลักด้วยนะครับ ..สวัสดีครับ^^
| เครื่องยนต์: | 998 ซีซี. 4 สูบเรียง 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ |
| พละกำลังสูงสุด: | มากกว่า 220 แรงม้า |
| ระยะชัก: | 79.0 มม. x 50.9 มม. |
| คลัทช์: | คลัทช์เปียกซ้อนกันหลายแผ่น |
| ระบบจ่ายน้ำมัน: | หัวฉีด |
| ระบบจุดระเบิด: | Marelli MLE |
| ระบบสตาร์ท: | ไฟฟ้า Electric |
| ระบบส่งกำลัง: | เกียร์ธรรมดา 6-speed |
| ระบบไอเสีย: | Akrapovic Exhaust System |
| เฟรม: | Aluminium Deltabox |
| กันสะเทือนหน้า: | Ohlins Ø 46 มม. |
| ระยะยุบหน้า: | 130 มม. (Standard 120 มม.) |
| กันสะเทือนหลัง: | สวิงอาร์ม, (link suspension) |
| ระยะยุบ: | 120 mm |
| เบรคหน้า: | Hydraulic dual disc, Ø 336 มม. Brembo (Standard Ø 320 มม.) |
| เบรคหลัง: | Hydraulic single disc, Ø 218 มม. Brembo (Standard Ø 220 มม.) |
| Front tyre: | 120/70 17” Pirelli |
| Rear tyre: | 200/50 17” Pirelli (Standard 190 มม.) |
| ระยะฐานล้อ: | 1,450 มม. (+/- 15) (Standard 1,405 มม.) |
| น้ำหนัก(เปียก): | 168 กก. (Standard 200 กก.) |
| ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง: | 24 ลิตร (Standard 17 ลิตร) |
.
.
GUN1000R
ข้อมูลรถจาก : michaelvandermark.com/yamaha-yzf-r1/

