2025 Aerox Alpha สปอร์ตสกู๊ตเตอร์จาก Yamaha เผยโฉมที่อินโด
2025 Aerox Alpha สปอร์ตสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดของทางค่าย Yamaha เปิดตัวไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยที่ จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งครั้งนี้บอกเลยว่าน่าจะถูกใจไบค์เกอร์บ้านเราอย่างแน่นอน เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่ออลนิวสติกเกอร์แบบที่หลายคนชอบแซว แต่ครั้งนี้ปรับใหม่หมด ทั้งภายนอกภายในกันเลยทีเดียว
สำหรับโมเดลนี้ดีไซน์และพัฒนาด้วยแนวคิดที่จะปฏิวัติการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกระดับ โดยมีแรงบันดาลใจมาจาก DNA ของ R-Series มาใส่ในสกู๊ตเตอร์คันนี้ และผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะช่วยซัพพอร์ตความต้องการของนักบิดรุ่นใหม่ ๆ ให้ได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโมเดลใหม่นี้นี่เอง
ซึ่งดีไซน์ของเจเนอเรชันที่ 3 นี้ก็จะสปอร์ตมากขึ้นและมีการออกแบบแอโรไดนามิกส์ให้เหมือนกับเจ้า R1M โดดเด่นด้วยไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์คู่สุดดุดัน และระบบไฟส่องสว่างที่ต้อนนี้เป็น Full LED เต็มระบบแล้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
เรือนไมล์เป็นแบบดิจิทัลเต็มระบบ ซึ่งสามารถปรับการแสดงผลให้สอดคล้องกับสภาพแสงได้ แสดงผลได้ 3 โหมด
- หน้าจอหลัก เพื่อการแสดงผลข้อมูลที่มากกว่า
- โหมดหน้าจอความเร็วรอบ เพื่อเน้นที่ความเร็วและความเร็วรอบ
- โหมด Track ที่เป็นหน้าจอแบบเรซซิ่งที่จะแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับการขับขี่ในสนาม และเวลาแล็ป
ขุมพลังของเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์ Blue Core 155 ซีซีพร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA พร้อมระบบชามไฟฟ้า Yamaha Electric CVT (YECVT) (เฉพาะรุ่น) ที่ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่สปอร์ตถึงขีดสุด ด้วยตัวเลขสมรรถนะ 11.3 กิโลวัตต์หรือ 15.15 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 14.2 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที
และด้วยเทคโนโลยีชามไฟฟ้าดังกล่าวทำให้โมเดลนี้มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 2 โหมด คือ T สำหรับการขับขี่ชิลล์ ๆ สบาย ๆ และโหมด S สำหรับคนที่ต้องการการตอบสนองที่ฉับไวและดุดันเหมาะกับการซิ่ง
ยังมีเรื่องของ Y-Shift ซึ่งเป็นการชิฟต์เกียร์อีก 3 รูปแบบ (1: Low, 2: Medium, 3: High) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเร่งความเร็วหรือลดความเร็วได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
เพื่อตอบสนองการขับขี่แบบสปอร์ต ท่านั่งของรถจึงถูกปรับให้ดุดัน บวกกับการปรับปรุงช่วงล่างให้ดียิ่งขึ้น มีการปรับให้แกนโช้คหน้ามีขนาดใหญ่ขึ้น โช้คหลังพร้อมซับแทงค์ ใช้ยางทูบเลสที่หน้ากว้าง และระบบเบรกแบบดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ส่วนเทคโนโลยีที่เด่น ๆ เลยก็จะเป็นเรื่องระบบแทรคชันคอนโทรล ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล ระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกะทันหันหรือ ESS เพิ่มเข้ามาอีกด้วย
ยังมีหน้าจอสี TFT ที่สามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชัน Y-Connect เพื่อดูข้อมูลต่าง ๆ บนสมาร์ทโฟนได้สะดวก หรือใช้งานระบบนำทางแบบเทิร์นบายเทิร์น หรือฟังก์ชั่นแจ้งเตือนข้อความเข้า สายเรียกเข้าบนหน้าจอเรือนไมล์ก็ทำได้เช่นกัน
และสุดท้ายฟีเจอร์เพื่อการใช้งานอื่น ๆ ก็จะมีช่องจ่ายไฟแบบ USB – A ระบบสมาร์ทคีย์ ระบบสตาร์ทแอนด์สต็อปช่วยประหยัดน้ำมัน และช่องเก็บของใต้เบาะนั่งขนาดใหญ่ 24.5 ลิตร
สุดท้ายนี้วางจำหน่ายด้วยกันมากถึง 4 รุ่นย่อย ซึ่งก็จะมีออปชันและสีสันต่างกันออกไป
– รุ่น Standard มีสีดำ เงิน แดง และน้ำเงินเข้ม ราคาประมาณ 63,716.90 บาท
– รุ่น Cyber City มีสีน้ำเงิน แดง และน้ำเงิน เหลือง ราคาประมาณ 72,432.69 บาท
– รุ่น Turbo มีสีเทาเข้ม ราคาประมาณ 84,281.05 บาท
– รุ่น Turbo Ultimate มีสีเทาเข้มชิลด์ส้ม ราคาประมาณ 88,926.63 บาท
ส่วนสาวกบ้านเราก็เก็บเงินรอกันได้เลย คุ้มค่ากับการเปลี่ยนแปลงและรอคอยอย่างแน่นอนครับโมเดลนี้
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่



















