2025 Indian Challenger Elite ขีดสุดของแบ็กเกอร์ ค.ศ.นี้
ค่ายรถอเมริกันทำถึงอีกแล้วหลัง อินเดียนมอเตอร์ไซเคิลเปิดตัวโมเดลสุดพิเศษลิมิเต็ดอิดิชันพร้อมกัน 2 โมเดล ทว่าในบทความนี้ขอพูดถึงเจ้า 2025 Indian Challenger Elite ขีดสุดของแบ็กเกอร์ใน ค.ศ.นี้ ที่ผลิตขึ้นอย่างจำกัดเพียง 350 คันเท่านั้น
ดีไซน์ของโมเดลนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Gene Walker นักแข่งแฟล็ตแทร็กสัญชาติอเมริกันฉายา Alabama Flash ที่เคยสร้างสถิติความเร็วทางบกไว้ในปี 1920 ด้วยรถอินเดียน PowerPlus จนได้ชื่อว่าเป็น ชายที่เร็วที่สุดในโลก (ในตอนนั้น)
เขาใส่ชุดสีไตรคัลเลอร์ที่ได้แก่สีดำ สีแดง และสีขาว ซึ่งก็เลยกลายเป็นสีของโมเดลพิเศษนี้บวกกับลูกเล่นในแก้วในเนื้อสีเพิ่มมิติและความโดดเด่นได้เป็นอย่างดี และชื่อของโมเดลในตำนานยังกลายเป็นชื่อเครื่องยนต์ให้กับโมเดลนี้อีกด้วย
พร้อมดีเทลพิเศษเป็นหมายเลขไม่ซ้ำกันบนคอนโซลตรงกลางพร้อมกับภาพของจีนวอล์กเกอร์ พร้อมกับตรา Elite พิเศษตลอดทั้งคัน รวมไปถึงเบาะนั่งสองระดับเดินด้ายสีเดียวกับตัวรถเพิ่มความหรูหราเหนือระดับไปอีกขั้น
สำหรับขุมพลังก็จะเป็นเครื่องยนต์ PowerPlus 112 ซึ่งเป็นเครื่องวีทวินขนาด 112 คิวบิกนิ้วหรือ 1,834 ซีซี แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด พร้อมระบบดับเบิ้ลโอเวอร์แคมชาฟต์ 4 วาล์วต่อสูบ เคลมตัวเลขสมรรถนะมาที่ 126 แรงม้ากับแรงบิด 181.4 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ส่งกำลังสู่ล้อหลังด้วยระบบสายพาน
ช่วงล่างมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 มม. ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมระบบปรับพรีโหลดด้วยไฟฟ้า ขณะที่ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo แบบเรเดียลเมาท์ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนล้อจะเป็นล้อแม็ก 5 ก้านรัดด้วยยาง Metzeler Cruisetec ขนาด 130/60 – B19 66H และ 180/60 – R16 80H หน้าหลังตามลำดับ
ระบบอิเล็กทรอนิกส์และฟีเจอร์ที่ให้มาก็จัดเต็มกันเลยทีเดียว อย่างระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ก็มีหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยแบบ 6 แกน แทรคชันคอนโทรล ระบบเบรก ABS ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา ระบบไฟแจ้งเตือนการชนด้านหลัง ระบบช่วยหยุดรถบนทางลาดชัน ระบบกระจายแรงเบรกไฟฟ้า ระบบเตือนการชนด้านหลัง ระบบไฟหน้าแบบปรับอัตโนมัติ ระบบครูซคอนโทรล
ยังมีฟีเจอร์เพื่อความสะดวกสบายอย่าง ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง ระบบชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า ช่องลมปรับได้ ระบบกุญแจแบบคีย์เลส กล่องข้างล็อกรีโมท และช่องชาร์จไฟแบบ USB
นอกจากนี้ยังมีระบบเครื่องเสียง PowerBand ที่มีลำโพงขนาด 100 วัตต์ 4 ตัวด้วยกัน สามารถปรับอีควอไลเซอร์ได้ 9 แบนด์ เพื่อให้การขับขี่ของคุณเพลิดเพลินกว่าที่เคย ที่สำคัญคือใช้ร่วมกับหน้าจอขนาด 7 นิ้วที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้หลากหลาย
เรียกว่าไม่เพียงแต่มีสไตล์ที่โดดเด่น ความหรูหราเหนือระดับ สมรรถนะที่ล้นเหลือ ยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่นั้นปลอดภัยและสะดวกสบายแบบสุด ๆ อีกด้วย เรียกว่าตอบโจทย์นักเดินทางไกลที่ต้องการสไตล์ที่โดดเด่นขั้นสุดได้อย่างยอดเยี่ยมจริง ๆ แต่สนนราคาเองก็เริ่มต้นที่ 39,999 เหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 1.34 ล้านบาทแบบยังไม่คิดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งมาไทยแน่นอนว่าราคาก็น่าจะแพงขึ้นอีก แต่สำหรับออปชันที่ให้มาก็บอกได้เลยว่าคุ้มค่าจริง ๆ
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่









