2025 Street Glide Ultra

2025 Street Glide Ultra ยอดอเมริกันทัวริ่ง อัปเดตใหม่รอบด้าน

2025 Street Glide Ultra ยอดอเมริกันทัวริ่ง อัปเดตใหม่รอบด้าน

2025 Street Glide Ultra

เปิดตัวแล้วกับสุดยอดอเมริกันทัวริ่งอย่าง 2025 Street Glide Ultra จาก Harley-Davidson ที่ครั้งนี้เป็นการอัปเดตใหม่ ใส่ใจทุกรายละเอียดรอบด้าน ให้สมเป็นสุดยอดทัวริ่งสายพันธุ์ยักษ์ที่เพียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบาย สมรรถนะและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

2025 Street Glide Ultra

เริ่มกันที่เรื่องของดีไซน์กันก่อน มองภายนอกอาจจะไม่ได้แตกต่างอะไรจากปี 2024 นัก ทว่าจริง ๆ แล้วมีการออกแบบที่สอดคล้องกับเรื่องของอากาศพลศาสตร์ และหลักของการยศาสตร์ เพื่อมุ่งเน้นความสบายในการขับขี่ทางไกลอย่างแท้จริง

2025 Street Glide Ultra

 

โดยตัวแฟริ่งทั้งคันออกแบบผ่านเครื่อง CFD ซึ่งจะประมวลผลการไหลของอากาศ รวมถึงวิเคราะห์ในอุโมงค์ลมและทดสอบขับขี่จริง โดยทางค่ายเคลมว่าช่วยลดแรงปะทะที่หมวกกันน็อกได้จริง ๆ ช่วยให้ขับขี่ได้สบายมากขึ้นทั้งคนขับขี่และคนซ้อน

แฟริ่งด้านล่างเองก็ช่วยป้องกันลมและป้องกันฝนบริเวณขาได้ดีเช่นกัน นอกจากนี้แฟริ่งด้านล่างยังมีช่องลมที่สามารถปรับเพื่อให้อากาศไหลผ่านได้ตามต้องการได้ แถมยังมีช่องเก็บของขนาด 4.2 ลิตรเก็บของเล็ก ๆ ได้สะดวก

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายส่วนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในเรื่องแอโรไดนามิกส์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนในเรื่องความสวยงามเด่น ๆ เลยก็จะเป็นตราที่ถังน้ำมันเป็นโลโก้ดีไซน์ใหม่ดูเด่นแปลกตา มีกระจกมองหลังบิลต์อินมาในแฟริ่งเลยนอกจากนี้ยังมีสีสันใหม่ ๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องถูกใจสาวกแน่นอน

ยังมีเรื่องของความสบายตามหลักการยศาสตร์อีกด้วย ก็จะมีเรื่องของเบาแบบชิ้นเดียวที่ปรับใหม่ให้นั่งสบายมากขึ้น โดยขึ้นรูปใหม่บวกกับใช้วัสดุบุใหม่ ไม่เพียงแต่สวยยังนั่งได้สบายทั้งคนขี่คนซ้อน และเมื่อบวกกับการรีดน้ำหนักจากการเลือกใช้วัสดุที่เบาลงในหลายจุด ทำให้น้ำหนักรถเบาลง 22.2 กิโลกรัมยังช่วยขับขี่ได้ง่ายและสบายมากขึ้นอีกด้วย

2025 Street Glide Ultra

เรื่องของสมรรถนะนั้น โมเดลนี้จะได้เครื่องยนต์ใหม่เป็น Milwaukee-Eight 117 เครื่องสองสูบแบบวีทวิน ที่มีความจุมากขึ้นเป็น 1,923 ซีซี มีระบบเกียร์ 6 สปีด ส่งกำลังด้วยระบบสายพาน มีถังน้ำมันขนาด 22.7 ลิตร ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 105 แรงม้าที่ 4,600 รอบต่อนาที กับแรงบิดที่ 176 นิวตันเมตรที่ 3,250 รอบต่อนาที ซึ่งเมื่อเทียบกับเครื่องเก่า 114 แล้วถือว่ามีแรงม้ามากขึ้นถึง 12.9 เปอร์เซ็นต์และแรงบิดมากขึ้นถึง 6.6 เปอร์เซ็นต์

ช่วงล่างเองก็มีการอัปเกรดใหม่ในส่วนของระบบกันสะเทือน ด้านหน้าโช้คเทเลสโคปิก แต่ที่ใหม่คือด้านหลังที่ได้โช้คคู่จาก Showa มาสามารถปรับพรีโหลดแบบชั่วคราวผ่านระบบไฮดรอลิกได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือและไม่ต้องถอดกล่องข้างออก รองรับการบรรทุกน้ำหนักเพิ่มเติมหรือว่าคนซ้อนได้สะดวกมากขึ้น แต่หากต้องการปรับใช้งานในระยะยาวก็สามารถทำได้แต่ต้องใช้เครื่องมือที่เตรียมไว้ให้

ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่กับคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 ลูกสูบ ด้านหลังก็จะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนล้อและยางจะมีขนาด  130/60 – B19 และ 180/55 – B18 โดยได้ยางจาก Dunlop Harley-Davidson Series

มาถึงเรื่องเทคโนโลยีกันบ้าง ตัวรถมีเทคโนโลยีทีทันสมัย มีโหมดการขับขี่ 3 โหมด คือ Road, Sport และ Rain บวกกับคัสตอมได้เองอีก 1 โหมด ซึ่งแต่ละโหมดก็ตอบสนองต่างกันออกไปตามชื่อเลย ยังมีระบบช่วยความปลอดภัยอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเบรก Cornering ABS แทรคชันคอนโทรล ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก ระบบช่วยหยุดรถบนทางลาดชัน ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง

ส่วนเรื่องเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายก็จะมีระบบอุ่นมือ มีหน้าจอสีแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่ขึ้น ใหญ่เบิ้มถึง 12.3 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อไวไฟเพื่อใช้งานคาร์เพลย์แบบไร้สายได้ หรือจะอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA ก็ยังทำได้ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าระบบนำทางก็ใช่งานได้สะดวกสบายมาก ๆ สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้เลย

ยังไม่หมดครับ ยังมีเรื่องของระบบเครื่องเสียงอีก โดยโมเดลนี้จะมาพร้อมแอมพลิฟายเออร์ 4 แชนแนลกำลังขับรวม 200 วัตต์ มาขับลำโพง 5.25 นิ้วทั้ง 2 ตัวที่ด้านหน้าเพื่อระบบเสียงที่ยอดเยี่ยม

และสุดท้ายเรื่องของการขนสัมภาระ โมเดลนี้มาพร้อมกล่องท้ายและกล่องข้างความจุรวมกว่า 138.8 ลิตรจุใจกันไปเลย

2025 Street Glide Ultra

ส่วนเรื่องของการจำหน่ายนั้นราคาน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 1.6 ล้านบาทจากฟีเจอร์ที่ให้มาถือว่าอัปเกรดรอบด้านและมีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว เรียกว่าน่าจะเป็นตัวจบของทางค่ายได้เลยหากว่าคุณต้องการความสบายสูงสุดในการเดินทางไกล แต่จะจำหน่ายในไทยเมื่อไหร่คงต้องอดใจรอกันอีกสักพักล่ะครับ

2025 Street Glide Ultra

อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่

ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่