2026 Africa Twin ปรับสีและลายใหม่ ส่วนหัวใจยังคงเดิม
เปิดตัวโมเดลใหม่อีกแล้วกับค่ายปีกนก Honda กับ 2026 Africa Twin ที่ครั้งนี้ไม่ได้มีการอัปเดตอะไรอื่น นอกจากการปรับสีสันและลวดลายกราฟิกใหม่เท่านั้น ทั้งนี้จะมีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 3 เฉดสี
🏍️2026 Africa Twin มีสีอะไรบ้าง?
สำหรับเจ้าแอดเวนเจอร์ระดับเรือธงจากค่ายปีกนกรุ่นนี้จะมาพร้อม 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่
![]() |
![]() |
![]() |
| สีแดง Grand Prix Red (ปรับสีเฟรมและลายกราฟิกใหม่) | สีดำเมทัลลิกด้าน Matt Ballistic Black Metallic (ปรับสีเฟรมใหม่กับแต่งสีทอง) | สีขาวมุก Pearl Glare White (ลายไตรคัลเลอร์ + ล้อท้อง) |
⚙️แล้ว Africa Twin ใช้เครื่องยนต์อะไร แรงม้า แรงบิดเท่าไหร่?
Honda CRF1100L Africa Twin นั้นใช้เครื่องยนต์บล็อกเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง (นับตั้งแต่ปี 2024) โดดเด่นเรื่องแรงบิดที่มีให้มากขึ้นตั้งแต่รอบต่ำ ๆ เหมาะกับการขับขี่แบบออฟโร้ด โดยจะมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์แมนวลและเกียร์ DCT
– เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 1,084 ซีซี
– กำลังแรงม้า 100.58 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที
– แรงบิด 112 นิวตันเมตร ที่ 5,500 รอบต่อนาที
– อัตราการสิ้นเปลือง 20.5 กม./ลิตร
🛠️ช่วงล่าง เป็นอย่างไรบ้าง?
เรื่องของช่วงล่างนั้นโดดเด่นด้วยเฟรมน้ำหนักเบาและซับเฟรมท้ายอลูมิเนียม พร้อมล้อและยางสำหรับขับขี่ออฟโร้ดเต็มรูปแบบ และถ้าหากคุณต้องการความสุดยังมีตัวโช้คไฟฟ้าให้เลือกเสียเงินอีกด้วย
– เฟรมแบบเซมิดับเบิ้ลเครเดิ้ล
– ถังน้ำมันขนาด 18.8 ลิตร
– โช้คหน้าหัวกลับ Showa 45 มม. ปรับพรีโหลดได้ ระยะยุบ 230 มม.
– โช้คหลังเดี่ยว Showa ร่วมกับสวิงอาร์มกับระบบโปรลิงก์ ปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 220 มม.
– โช้คหัวกลับ Showa พร้อมระบบโช้คไฟฟ้า Showa EERA ปรับคอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 230 มม. (เฉพาะรุ่นโช้คไฟฟ้า)
– โช้คหลังเดี่ยว Showa ร่วมกับสวิงอาร์มกับระบบโปรลิงก์ พร้อมระบบ Showa EERA ปรับคอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 220 มม. (เฉพาะรุ่นโช้คไฟฟ้า)

– ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกหน้าคู่ 310 มม. คาลิเปอร์เบรกเรเดียลเมาท์ Nissin 4 ลูกสูบ
– ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดี่ยว
– ล้อซี่ลวดอลูมิเนียมซี่ลวดแบบไม่ต้องใช้ยางใน
– ยาง Metlzer Karoo Street ขนาด 90/90 – 21” และ 150/70 – R18” หน้าหลังตามลำดับ
🛡️เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น
เทคโนโลยี
– ระบบ IMU 6 แกน
– คันเร่งไฟฟ้า
– โหมดการขับขี่
– ระบบเบรก Conering ABS แบบ 2 ชาแนล
– ระบบ HSTC แทรคชันคอนโทรล
– ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ
– ระบบครูซคอนโทรล
– หน้าจอเรือนสี TFT 6.5 นิ้ว แบบสัมผัส รองรับ Apple Carplay และ Android Auto
– เชื่อมต่อบลูทูธได้
– ชิลด์หน้าปรับระดับได้ 5 ระดับ
– ช่องจ่ายไฟแบบ USB และ 12V
– ระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกะทันหัน
– แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน
– โช้คไฟฟ้าเฉพาะรุ่น ES
– อุ่นมือและช่องจ่ายไฟเพิ่มสำหรับรุ่น ES
⛰️ คันนี้เหมาะกับใคร
แอฟริกาทวินโมเดลนี้จะเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย การขับขี่แบบออฟโร้ด ซึ่งตัวรถตอบโจทย์มาก ๆ บวกกับเทคโนโลยี
ราคาเท่าไหร่ ขายเมื่อไหร่
สำหรับราคา ปัจจุบันประเทศไทยขายตัว MT อยู่ที่ 569,000 บาท (ตัวพื้นฐาน) กับรุ่น Adventure Sport DCT ที่ 709,000 บาท ส่วนตัวใหม่นี้ถ้าเข้าไทยก็อาจจะราคาเดิม หรือเพิ่มราคาขึ้นอีกเล็กน้อย แต่เร็วหน่อยก็คงปลายปีนี้เลยล่ะครับ
คู่แข่งที่ใกล้เคียง
สำหรับเรื่องคู่แข่งที่ใกล้เคียงกับแอดเวนเจอร์ไบค์พิกัดเรือธงคันนี้มีหลายคันเลย เช่น
– BMW R1300GS / GSA (ล้อหน้า 19”)
– Ducati Multistrada V4 (ล้อหน้า 19”)
– KTM 1390 Super Adventure
– Suzuki V-Strom 1050DE
– Triumph Tiger 1200 Rally Explorer
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่










