2026 KLX230 DF สายลุยลูกผสม พร้อมลุยทุกมิชชัน จาก Kawasaki
2026 KLX230 DF คืออีกหนึ่งโมเดลใหม่จากค่ายเขียว Kawasaki ที่มาในแนวคิดแปลกใหม่ แต่น่าสนใจ กับมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะกับการใช้งานในทุก ๆ วัน แต่ก็สามารถเปิดโหมดสเตลท์เพื่อทำภารกิจแนวลอบเร้น แฝงตัวแบบลับ ๆ ด้วยเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรต่อผู้ขับขี่
เรียกว่าแตกหน่อออกมาได้อีกจากเครื่องยนต์บล็อกเดียวได้ออกมาหลายรุ่นเลยทีเดียวกับมอเตอร์ไซค์สไตล์ดูอัลเพอร์โพส หรือรถวิบาก หรือเอ็นดูโร่จากทาง Kawasaki โดยโมเดลนี้มีจุดเด่นที่ดีไซน์และความแตกต่างจากโมเดลอื่น ๆ พอสมควร
อย่างแรกเรื่องดีไซน์จะเห็นได้ว่ามองเผิน ๆ จะดูคล้ายกับเจ้า Sherpa เอ็นดูโร่สำหรับคนร่างเล็กหรือคนไม่เน้นลุยมาก อาจจะไม่ได้แตกต่างอะไรมากนอกจากสีสัน แต่จริง ๆ แล้วทางคาวาซากิจับทำสีเข้ม พร้อมกันนี้ยังทำชิ้นส่วนโลหะต่าง ๆ โดยเฉพาะส่วนเครื่องยนต์ ให้เป็นสีดำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตามแนวคิดลอบเร้นนั่นเอง และมีการเพิ่มตัวแร็คท้ายที่แข็งแรงเข้ามาสำหรับขนสัมภาระหนัก ๆ ได้ดียิ่งขึ้น
อีกส่วนนึงที่แตกต่างออกไปคือเรื่องของช่วงล่าง โดยโมเดลนี้จะมีมิติตัวรถที่สูงมากกว่าเจ้า Sherpa และตัวสแตนดาร์ด แต่มีระยะยุบของระบบกันสะเทือนที่เท่ากันกับ KLX แต่สูงกว่า Sherpa ก็คือยังลุยได้มากกว่า
และจุดที่สำคัญที่สุดของโมเดลนี้คือล้อหลังที่มาเป็นล้อซี่ลวดแบบทูบเลส ซึ่งเป็นความตั้งใจของทางค่ายตามแนวทางที่เน้นการใช้งานแบบออฟโร้ด ซึ่งล้อหลังแบบทูบเลสนั้นง่ายต่อการปะยาง แตก รั่วได้ยากกว่า ซึ่งแน่นอนว่ามีประโยชน์อย่างมากเวลาต้องเดินทางไกลในเส้นทางที่ทุรกันดาร เข้าป่า เข้าพง เพื่อไปทำภารกิจอะไรซักอย่าง หรือจะเป็นการผจญภัยในแบบที่คุณเลือกเองก็เป็นได้
ส่วนสเปคอื่น ๆ จะเหมือนกันโดยเฉพาะเรื่องของเครื่องยนต์ที่ยังคงเป็นสูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาด 233 ซีซี เคลมตัวเลขมาที่ 18 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดที่ 19 นิวตันเมตรที่ 6,400 รอบต่อนาที มีถังน้ำมันขนาด 7.6 ลิตร ขับเคลื่อนผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบสตาร์ทไฟฟ้า
แชสซีตัวรถจะเป็นเฟรมแบบเซมิดับเบิ้ลเครเดิ้ล มีโช้คหน้าเป็นเทเลสโคปิก ขนาด 37 มม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่องปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีล้อหน้าเป็นล้อซี่ลวดแบบต้องใช้ยางในขนาด 21 นิ้ว ขณะที่ล้อหลังเป็นล้อซี่ลวดแบบไม่ต้องใช้ยางใน ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางแบบออฟโร้ด
ส่วนเทคโนโลยีที่มีให้ก็มีระบบเบรก ABS แบบเปิดปิดได้ ระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ
สนนราคาตั้งต้นที่อเมริกาประเทศที่เปิดตัวโมเดลนี้แพงกว่าตัว Sherpa อยู่ประมาณ 100 เหรียญหรือราว ๆ 3,500 บาท ถ้าบ้านเรามีขายราคาก็จะแพงกว่าตัว Sherpa ที่บ้านเราจำหน่ายอยู่ตอนนี้อย่างแน่นอน งานนี้ใครอยากจะทำภารกิจลอบเร้นหรืออยากจะเข้าป่าบอกเลยว่าเฟี้ยวแน่ ๆ ว่าแต่จะลอบเร้นหลบเมียได้มั้ย ไม่อาจคาดเดา เพราะปกติแค่สตาร์ทเมียก็มายืนรอหน้าประตูแล้วแท้ ๆ ฮ่า ๆ
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่









