5 ไฮไลท์ สไตล์พี่เบิ้ม!! ไทรอัมพ์ Rocket 3R และ Rocket 3 GT

เมื่อปลายปี 2019 ที่ผ่านมาไทรอัมพ์ ร็อคเก็ต 3 อาร์ (Rocket 3R)และ ร็อคเก็ต 3 จีที (Rocket 3 GT) ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ให้ผู้คนทั่วโลกได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกที่งาน EICMA 2019 ส่วนในประเทศไทยก็ได้รับสิทธิ์เปิดตัวเป็นที่แรกของเอเชียแปซิฟิกในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ที่จัดเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา
และนี่คือ 5 ไฮไลท์ ของ ไทรอัมพ์ ร็อคเก็ต 3 อาร์ (Rocket 3R) และร็อคเก็ต 3 จีที (Rocket 3 GT)ที่ไบเกอร์ควรต้องรู้ไว้!!

1.เครื่องรถจักรยานยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก

ปัจจุบันรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ ร็อคเก็ต 3 อาร์ (Rocket 3R) และ ร็อคเก็ต 3 จีที (Rocket 3 GT) ถือเป็นรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ได้รับการผลิตบนสายพานการผลิต โดยมาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลัง 3 สูบ ขนาด 2,500 ซีซีส่งกำลังสูงสุด 167 แรงม้า ที่ความเร็ว 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 221 นิวตันเมตร ที่ความเร็ว 4,000 รอบต่อนาที ตลอดจนให้พลังเสียงท่อ 3 สูบคำรามนุ่มลึกตามแบบฉบับของร็อกเก็ต รถคันนี้ มีอัตราเร่งอันน่าทึ่งโดยสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 2.73วินาที
2.การออกแบบที่มีเอกลักษณ์

รูปลักษณ์ที่ได้รับการออกแบบรายละเอียดที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED คู่ รวมไปถึงตราสัญลักษณ์ไทรอัมพ์รูปสามเหลี่ยม และท่อไอเสียรวม 3 หัวแกะสลัก อีกทั้งที่พักเท้าแบบพับเก็บได้ และล้ออลูมีเนียมหล่อขึ้นรูปแบบ 20 ก้าน มาพร้อมกับความกว้างของยางหลังที่มีขนาด 240 มิลลิเมตร ตลอดจนชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ผ่านกระบวนทางวิศวกรรมออกมา ทำให้ทั้ง 2 รุ่นมีโครงรถ และรูปลักษณ์น่าทึ่งมากๆ
3.โครงสร้างนวัตกรรมวิศวกรรมยานยนตร์ระดับสูง

ไทรอัมพ์ ร็อคเก็ต 3 อาร์ (Rocket 3R) และ ร็อคเก็ต 3 จีที (Rocket 3 GT) มาพร้อมน้ำหนักรถที่เบาลงกว่าเดิมถึง 40 กิโลกรัม ด้วยคุณลักษณะพิเศษของ “โครงรถอะลูมิเนียมใหม่” ที่ได้รับการออกแบบภายใต้นวัตกรรมล่าสุด ผลคือมีโครงสร้างที่แข็งแรง การกระจายน้ำหนักดีขึ้น และยังรวมเอาออพชั่นคุณภาพสูงไว้ครบทั้ง ระบบเบรกและระบบกันสะเทือนไม่ว่าเป็น เบรก Brembo Stylema Monobloc และระบบกันสะเทือนของ Showa แบบปรับค่าได้
4.เทคโนโลยีการขับขี่

ไทรอัมพ์ร็อคเก็ต 3 ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมคุณสมบัติและเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ชุดอุปกรณ์หน้าจอแสดงผลแบบ TFT รุ่นที่ 2 และปุ่มควบคุมแบบเรืองแสง ระบบ ABS ในการเข้าโค้ง (Optimised Cornering ABS) ระบบตรวจจับแรงเฉื่อย (IMU – Inertial Measurement Unit) โหมดการขับขี่ 4 แบบ ได้แก่ ถนน (Road) ฝนตก (Rain) สปอร์ต (Sport) และการขับขี่ที่กำหนดตามลักษณะของผู้ขับขี่(Rider configurable) ระบบไฟ LED และไฟหน้า DRL ,ระบบการช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Hold Control) นอกจากนี้ยังมาพร้อมอุปกรณ์เสริมด้วย ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบไม่ใช้คลัตช์(Triumph Shift Assist)ระบบควบคุมกล้อง GoPro ครั้งแรกของโลกระบบนำทางแบบ turn- by – turnการใช้งานระบบโทรศัพท์ และการใช้งานระบบเพลงที่สามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน My Triumph
5.คัสตอมได้ง่ายตามสไตล์ผู้ขับขี่

รถสองรุ่นนี้ ยังสามารถตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้เข้ากับความต้องการและสไตล์ของผู้ขับขี่ได้ด้วยอุปกรณ์เสริมของแท้จากไทรอัมพ์กว่า 50 รายการ ทั้งชุดใส่สัมภาระ และอุปกรณ์เสริมใหม่ทั้งหมด เพื่อความสะดวกสบายใช้งานได้จริงและยังมีความปลอดภัย รวมถึงยังมีชุดแต่ง “Highway” ใหม่ ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขับขี่ทางไกลได้อย่างสมบูรณ์

ใครอยากรู้ราคาและรายเอียดเพิ่มเติมก็ลองแวะไปชมเว็บไซต์ www.triumphmotorcycles.co.th หรือไปสัมผัสตัวจริงได้ที่ร้านผู้จำหน่ายไทรอัมพ์ทั่วประเทศ

