เปิด 5 เหตุผล Yamaha R7 ทำไมเป็นรถที่ “สนุกที่สุด”

คลอดมาให้เห็นหน้าตากันเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว จนล่าสุดทางยามาฮ่าได้เผยโฉมใหม่ของ Yamaha R7 สีขาวสดใส.. อิงจากสีเรซซิ่งคลาสสิกของยามาฮ่า ..พาลให้ผมหวนย้อนกลับไปคิดถึงวันที่ได้ขับขี่ทดสอบครั้งแรกกับเจ้าสปอร์ตโรดสเตอร์คันนี้ ที่ประทับใจไม่รู้ลืม.. นี่คือ 5 เรื่องราวของ Yamaha R7 ที่ผมอยากจะยกให้เป็น “สปอร์ตโรดสเตอร์เบอร์ต้น” สำหรับนักทดสอบคนหนึ่ง

“กำลัง” ดี
ขุมพลัง 2 สูบ CP2 ของยามาฮ่าพิสูจน์ความยอดเยี่ยม ด้วยเสียงชื่นชมจากไบเกอร์ทั่วโลกภายใต้รหัส MT-07 มาหลายปี ทั้งความสนุกของแรงบิดในช่วงรอบต่ำ รวมถึงกำลังเหลือๆในช่วงรอบเกียร์สุดท้ายที่เรียกความเร็วสูงสุดได้อย่างไม่ธรรมดา…

เมื่อถึงเวลาที่รถสปอร์ตอย่าง R7 จะต้องเฉิดฉายและได้รับการสืบทอดทุกความดีเหล่านั้นมาเต็มเปี่ยม แถมเพิ่มเติมความสนุกเข้าไปอีกจากอัตราทดที่จัดจ้านมากขึ้นในช่วงเกียร์ต้น ทำให้เราได้คาแรคเตอร์ที่สปอร์ตขึ้นอีกหน่อย บนพละกำลังที่นำไปขับขี่ในสนามก็ดี หรือหวดเล่นออกทริปก็ได้ “ไม่ตึงมือเกินไป”

โครงสร้าง
เมนเฟรมแบบ “แบ็คโบน” เช่นเดียวกับ MT-07 แต่เปลี่ยนรูปแบบซับเฟรมให้เหมาะกับสไตล์ พร้อมพัฒนาให้เพิ่มความแข็งแรงของเฟรมในจุดที่ต้องทำงานหนักขึ้น อย่างจุดเชื่อมต่อสวิงอาร์มที่ต้องต้องรองรับแรงบิดและลักษณะการทำความเร็วที่มากขึ้น

เมื่อผสานการทำงานกับช่วงล่างชุดใหม่ ทำให้ Yamaha R7 มีลักษณะการเปลี่ยนทิศทาง เอียงรถซ้าย-ขวาได้ดีขึ้น มีโครงสร้างที่เอื้อต่อการขยับร่างกายในการขับขี่แบบสปอร์ตมากขึ้นตามไปด้วย

ช่วงล่างเพลิน
เพราะว่าได้ชุดกันสะเทือนหน้าหัวกลับขนาด 41 มม. ที่มีการปรับจูนมาเฉพาะรุ่น R7 ให้มีการตอบสนองทั้งอัตราการยุบและคืนตัวของโช้คให้เหมาะสมกับการขับขี่ที่ต้องพลิกเลี้ยวได้อย่างกระฉับกระเฉง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่เล่นโค้งทั่วไปหรือในสนามแข่งซับแรงในโค้งได้อย่างดี

ส่วนโช้คอัพหลังเดี่ยวลิงค์-ไทป์วางนอน แบบเดียวกับ MT-07 ก็ทำให้การจัดการบาลานซ์น้ำหนักของรถทำได้ง่าย รวมถึงอาการโช้คหลังยังถูกเซ็ตมาแบบกลางๆให้เรานำมาขับขี่บนถนนทั่วๆไปได้อย่างไม่กระด้างสะเทือนร่างกายด้วย

ตอบสนองความเสี้ยน
สำหรับคนที่ชื่นชอบความสปอร์ตของยามาฮ่า คุณจะได้รับการตอบสนองความต้องการส่วนนี้ได้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะด้วยเสียงเครื่องยนต์ CP2 ที่วิ่งรอบสูงแล้วคำรามยังกะเครื่อง CP4 หรือท่านั่งขับขี่ที่ได้บอดี้ดีไซน์มาจากซูเปอร์ไบค์ตระกูล R-Series ที่มีจุดเด่นเรื่องการกระชับสรีระได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะเมื่อเราต้องขับขี่แบบล็อกร่างกายไปกับรถอย่างการขี่แทร็คเดย์ หรือจะนั่งแบบผ่อนคลายก็ยิ่งทำได้ดีกว่าใครใน R7 เนื่องจากบอดี้ตัวถังรถ “ผอมที่สุด” ในทุกรุ่น R-Series แล้ว

พร้อมต่อยอด
มิติรถเดิมๆของ R7 มีความสปอร์ตใกล้เคียงกับรถ Racing Replica อย่างมาก ทั้งรูปร่างถังน้ำมันที่ล็อกกับแขนได้พอดีเมื่อโหนตัว แฮนด์จับโช้คในตำแหน่งไม่ต่ำมากแต่ก็อยู่ในระดับเกือบพอดีกับเบาะนั่ง ซึ่งก็เป็นท่านั่งที่ดุดันเอาการ ..แม้จะไม่มากเท่ารุ่นพี่พร้อมแข่งอย่าง R6 ก็ตาม..

ดังนั้นเราจึงเห็นยูสเซอร์หลายท่านนำ R7 มาตกแต่งในสไตล์รถแข่งแบบที่ตัวเองชื่นชอบกันเยอะมาก ไม่ว่าจะแต่งเอาสวยหรือเอาสมรรถนะก็สามารถต่อยอดได้อย่างไม่ยากเย็น
พร้อมกันนี้ เจ้า R7 ยังมีควิกชิฟเตอร์ ที่รอให้เราเสียบปลั๊ก (ออปชั่นเสริม) เข้าไปเท่านั้น ก็จะได้ฟีลลิ่งของความมันเพิ่มขึ้นมาอย่างเต็มพิกัดด้วย..

ที่สำคัญราคาของ Yamaha R7 นั้นอยู่ที่ 339,000 บาทเท่านั้น! ซึ่งเป็นราคาที่นับว่าเข้าถึงง่าย สำหรับรถสปอร์ตมิดเดิลเวท นำเงินที่เหลือไปซื้อของแต่งให้มันเข้ากับตัวเราได้อีกต่อ

สุดท้าย.. คำว่า “โรดสเตอร์” แม้จะเป็นคำง่ายๆ แต่กลับต้องใช้ความลงตัวของส่วนประกอบต่างๆเพื่อให้ได้มามากอยู่พอตัว.. เรื่องความแรง.. ผ่าน .. ความสนุก.. ผ่าน .. ความสวยงาม .. ยิ่งกว่าผ่าน .. รวมถึงความเข้าถึงง่าย ขี่ง่าย ควบคุมง่าย ถูกกฎจราจร และนำสมรรถนะความสปอร์ตมาสู่มือของคุณได้ทุกเมื่อ ที่สำคัญคือตอบโจทย์ความสุขของการขับขี่ได้อย่างดี.. ดังนั้น Yamaha R7 จึงเป็นรถเบอร์ต้นๆที่คุณจะ “สนุกไปกับการขับขี่ได้ทุกวันอย่างไม่ยากเย็น” นั่นเอง