ช่วงสถานการณ์แบบนี้เราต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ครั้งนี้กลับมาระบาดหนักกว่าช่วงแรกมาก จำนวนคนติดเชื้อก็เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ผลกระทบครั้งนี้มันส่งผลต่อใครหลายคนที่ไม่สามารถออกไปทำงานได้ บางคนก็มองหารายได้เสริม และการเลือกเป็นฟู้ดไรเดอร์ตามแอพพลิเคชันต่างๆก็เป็นตัวเลือกที่ใครหลายคนให้ความสนใจอยู่ไม่น้อยวันนี้ทางนิตยสารโมโตครอสจึงอยากนำโทรศัพท์มือถือในราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่สามารถใช้ในการรับออเดอร์อาหาร รับลูกค้า รวมไปถึงการใช้งานทั่วไปได้ มีรุ่นไหนที่น่าสนใจบ้าง เราไม่ดูพร้อมๆกันเลยครับ…
1. Samsung Galaxy A12

มาพร้อมหน้าจอแสดงผลกว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียดHD+ ดีไซน์รอยแหว่งแบบ Infinity-V มีกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ในขณะที่กล้องหลังมาด้วยกันถึง 4 เลนส์ ถูกจัดวางแบบสี่เหลี่ยม ประกอบไปด้วนเลนส์หลัก ความละเอียด 48MP, เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล, เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ระบบปฏิบัติการ One UI Core 2.5 บนพื้นฐานของ Android 10 ส่วน RAM จะมีตัวเลือกสูงสุด 6GB และ ROM 128GB สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 1TB ในขณะที่แบตเตอรี่มีขนาด 5,000mAhรองรับการชาร์จเร็ว 15Wและ Samsung Galaxy A12 เครื่องนี้ราคาอยู่ที่ 4,999 บาท ถือว่าคุ้มค่าเลย การใช้งานทั่วไปก็ครบครันแถมแบตอึดทนอีกต่างหาก ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยสำหรับ Samsung Galaxy A12

2. Vivo Y31

Vivo Y31 อัดสเปคมาให้แบบน่าสนใจเลยทีเดียว จุดเด่นอยู่ที่หน้าจอขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2408 x 1080) ใช้จอแบบ Halo FullView Display ชิป Snapdragon 662 RAM 6GB ความจุ 128GB (รองรับ microSD card สูงสุด 1TB) กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 48MP + กล้องจับความลึก 2MP + กล้องมาโคร 2MP ที่สามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอออกมาได้สวยเป็นธรรมชาติด้วยระบบ AI ที่ช่วยประมวลผลในการตัดขอบวัตถุ+เบลอพื้นหลัง โหมดถ่ายกลางคืน Super Night Mode ใช้ระบบ AI ช่วยในการควบคุม Noise แถมยังมี Stylish Night Filter ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ภาพถ่ายกลางคืนโดดเด่นขึ้น แถมยังมาพร้อมระบบ Android 11 ตั้งแต่แกะกล่อง ด้านแบตเตอรี่อึดไม่น้อยเพราะมาในความจุ 5000 mAhรองรับชาร์จไว 18 W ใช้กันแบบยาวๆ และเจ้า Vivo Y31 รุ่นนี้มาในราคา 7,499 บาทเท่านั้น

3. OPPO A74 5G

OPPO A74 5G สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายอย่าง เริ่มจากหน้าจอแสดงผล Hyper-Color ขนาด 6.5 นิ้ว รองรับอัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) ที่ระดับ 90Hz และอัตราความไวต่อการสัมผัสหน้าจอ (Touch Sampling Rate) ที่ระดับ 180Hz ทั้งแสดงผลครอบคลุมขอบเขตสีแบบ DCI-P3 ได้ 100% หน่วยความจำ RAM 6GB ROM 128GB กล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และกล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดการถ่ายรูปครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโหมดกลางคืน โหมดโปร โหมดภาพถ่ายบุคคล โหมด Slow-Motion โหมดสแกนตัวอักษร ไปจนถึง Google Lens ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAhพร้อมรองรับระบบชาร์จเร็วด้วยกำลังไฟ 18W (18W Fast Charge : 9V/2A) พร้อมฟังก์ชัน Super Power Saving และ Super Nighttime Standby มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 11 ราคาอยู่ที่ 8,999 บาท

4. Realme C25

Realme C25 เครื่องนี้ถูกใจสายใช้งานแน่นอนเพราะมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 6,000 mAhชาร์จเร็วระดับ 18W การออกแบบอย่างพิถีพิถันในดีไซน์ Geometric Art อันเป็นเอกลักษณ์ หน้าจอแสดงผลแบบ Mini-Drop Fullscreen ขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTekHelio G70 ความเร็ว 2.0 GHz มีพลังการประมวลผลโดดเด่นกว่ารุ่นอื่น ๆ พร้อมด้วยหน่วยความจำ RAM 4GB และ ROM 64GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมด้วยการ์ด microSD ได้อีกสูงสุด 256GB บนถาดแบบ Triple Slot และให้กล้องหลังมา 3 ตัว มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยกล้อง Macro กล้อง B&W ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โหมดการถ่ายรูปแบบครบถ้วน รวมถึงโหมดกลางคืน และโหมดโปร สามารถถ่ายรูปแบบเต็มความละเอียดที่ 48 ล้านพิกเซลได้ ขณะที่กล้องหน้าที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมใช้งานตั้งแต่ออกจากศูนย์มาในราคา 5,499 บาท

5. XiaomiRedmi Note 10 Pro

Redmi Note 10 มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แบบ DotDisplay ที่มีการเจาะรูฝังกล้องหน้าความละเอียด 13MP ไว้ ไม่รบกวนสายตาถือว่าดีไซน์ได้สวยเลยทีเดียว ตัวหน้าจอผ่านการรับรองจาก SGS ว่าใช้แล้วสบายตาเพราะมีโหมดสำหรับอ่านหนังสือที่ช่วยตัดแสงสีฟ้าออกจากหน้าจอได้ หน่วยประมวลผลขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 678 ใช้หน่วยความจำแบบ UFS 2.2 อ่านเขียนข้อมูลได้ไวมาพร้อมลำโพงคู่สเตอรีโอเสียงกระหึ่มเอาใจคอเพลงกันไปเลย ด้านกล้องถ่ายรูป Redmi Note 10 ให้กล้องหลังมา 4 ตัว ความละเอียดหลัก 48MP บวกกับกล้อง Ultra Wide มุมกว้าง 118 องศา ความละเอียด 8MP และมีกล้อง Macro ความละเอียด 2MP รวมถึงยังมีกล้องจับความลึกความละเอียด 2MP เพื่อประมวลผลแผนที่ความลึกสำหรับภาพพอร์เทรตแบบหน้าชัด-หลังละลาย แบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAhรองรับระบบชาร์จไว Mi Turbo Charge 33W ชาร์จเร็วทันใจแน่นอน และราคาก็น่าสนใจไม่น้อยเพียง 8,499 บาทเท่านั้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงรุ่นที่น่าสนใจและทางเราชอบเป็นพิเศษจึงยกขึ้นมานำเสนอให้เป็นอีกทางเลือกในการตัดสินใจเท่านั้นยังมีอีกหลายรุ่นที่น่าสนใจและ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท เช่นกัน เลือกตามความชอบและการใช้งานของเราจะดีที่สุดครับ..

