6 รุ่น Smart Watch เพิ่มความสะดวกให้แก่เหล่าไบเกอร์
การเดินทางไกลๆเราก็ควรเตรียมร่างกายให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือพักผ่อนให้เพียงพอ ที่กำลังเป็นประเด็นฮอตและได้รับความนิยมกันอย่างล้นหลาม สำหรับ Smart Watch นาฬิกาอัจฉริยะที่สามารถวัดอัตราเต้นของหัวใจได้ โดยความสามารถของ Smart Watch นั้นไม่ได้จำกัดเอาไว้แค่นี้ แต่ยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ อาทิ คำนวณอัตราการฟื้นฟูร่างกาย ฟังเพลง และเพิ่มความสะดวกแก่ไบเกอร์ที่ชอบการท่องเที่ยว แต่ไม่แม่นเส้นทางและต้องการความสะดวกในการดู MAP เพื่อให้เดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย Smart Watch ก็สามารถตอบโจทย์เรื่องนี้ให้ได้ เรียกว่ามีความสามารถรอบด้านเลยทีเดียว และนี่คือ 6 รุ่น Smart Watch ที่น่าเลือก!!
• GARMIN FENIX 5S PLU

GARMIN FENIX 5S PLUS นาฬิกา GPS มัลติสปอร์ตแบบพรีเมี่ยม จอแสดงผลขนาดใหญ่ 1.2 นิ้ว อ่านผลกลางแดดได้ มาพร้อมแผนที่ TOPO รองรับเครือข่ายดาวเทียมที่หลากหลาย ( GPS , GLONASS และ Galileo ) ในการติดตามเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์นำทาง ภายในประกอบด้วยเข็มทิศสามแกน, ไจโรสโคปและเครื่องวัดความสูงในบรรยากาศ รวมทั้งสมรรถนะในเครือข่ายดาวเทียมหลายดวง (GPS, GLONASS และ Galileo) ความจุภายในตัวเครื่อง 16GB ใส่เพลงได้สูงสุดถึง 500 เพลง มีระบบการแจ้งเตือน Smart Notifications , อัพโหลดอัตโนมัติไปยัง Garmin Connect , live tracking มีระบบนับจำนวนก้าว, วัดแคลอรี่ วัดอัตราการเต้นของหัวใจ พ่วงด้วย Garmin Pay™ เอาไว้สำหรับชำระเงิน โดยไม่ต้องใช้เงินสด ราคา : 23,300 บาท
• XIAOMI AMAZFIT GTR

Xiaomi Amazfit GTR นาฬิกาอัจฉริยะ ดีไซน์ดูมีระดับ ให้ลุคสไตล์นาฬิกาหรู ผสมดีไซน์สปอร์ตด้วยจอ AMOLED 1.39 นิ้ว ที่ปรับเปลี่ยนดีไซน์หน้าปัดได้ ประหยัดพลังงาน ใช้งานได้ยาว ถึง 24 วัน เป็นนาฬิกาออกกำลังกายสำหรับคนเล่นกีฬา หรือกลุ่มคนรักสุขภาพอย่างแท้จริง ด้วยระบบ GPS+GLONASS จับตำแหน่งอย่างแม่นยำ พร้อมโหมดสำหรับการออกกำลังกายที่มากถึง 12 ประเภท วัดอัตราการเต้นหัวใจแบบ Real-Time และกันน้ำระดับ 5ATM ลุยได้ทั้งกีฬาบนบก หรือกีฬาทางน้ำ เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทั้ง Android และ iOS เพื่อรับการแจ้งเตือนต่างๆและอ่านค่าต่างๆ ผ่านตัว Amazfit GTR ได้เลย ราคา : 5,199 บาท
• HUAWEI WATCH GT

หลัง HUAWEI เพิ่งเปิดตัว WATCH GT 2 ไป ทำให้รุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Huawei Watch GT ที่ยังคงน่าซื้ออยู่ ราคาได้ลดลงมาอีกด้วย สำหรับ Huawei Watch GT มาพร้อมกับดีไซน์สลิมดูดีและแข็งแกร่ง หน้าจอ AMOLED ทัชสกรีนขนาด 1.4 นิ้ว มีแบตเตอรีที่อึด ถึกไม่แพ้ตัวเรือน กับช่วงเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ต่อการชาร์จครั้งเดียวเท่านั้น มาพร้อมเทคโนโลยี HUAWEI TruSeen 3.0 ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจอย่างแม่นยำ แบบ Real-time รองรับระบบตรวจจับตำแหน่ง 3 แบบ รวดเร็ว ไม่ผิดพลาด เสริมด้วยระบบโค้ชสำหรับกีฬา และ กิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งทางบก และทางน้ำ ติดตามแม้แต่คุณภาพการนอนหลับ เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์พร้อมออกเดินทาง ราคา : 4,990 บาท
• SUUNTO SPARTAN SPORT WRIST HR

Suunto รุ่น Spartan Sport Wrist HR ความยาวสายขนาด 25 ซม. เคสตัวเรือนผลิตจาก Polyamide ควบคุมการใช้งานด้วยระบบทัชสกรีน แบบสัมผัสหน้าจอ สามารถเปลี่ยนหน้าปัดได้หลากหลายรูปแบบ ระบบเทรนนิ่ง คำนวณอัตราการฟื้นฟูของร่างกาย, คำนวณความก้าวหน้า, และการวางแผนการเทรนนิ่ง กำหนดรูทเส้นทางผ่านแอปพลิเคชั่น Heatmaps , Suunto Movescount วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ข้อมือ มีความเที่ยงตรงสูงเทคโนโลยีล่าสุดจาก Valencell มาพร้อมระบบ GPS/GLONASS , เข็มทิศดิจิตอลนำทาง , การนับก้าว , ระบบสั่นแจ้งเตือน , การเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth รองรับการซิงค์ข้อมูลและสามารถแจ้งเตือนกับสมาร์ทโฟนระบบ Android และ iOS กันน้ำในความลึกระดับ 100 เมตร ใช้งานได้ต่อเนื่อง 12 ชั่วโมงใน Training Mode ราคา : 15,900 บาท
• TICWATCH PRO

TICWATCH PRO มาพร้อมเทคโนโลยีการแสดงผลแบบ Layered Display ของ TicWatch Pro ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น ในการชาร์จไฟครั้งเดียว หน้าจอ OLED ขนาด 1.39 นิ้ว Essential Mode โหมดประหยัดพลังงานที่จะช่วยยืดระยะเวลาให้นานขึ้น 3 วัน ฟังก์ชั่นครบครันไม่ว่าจะเป็น แสดงวันที่ , เวลา , จำนวนก้าว และอัตราการเต้นของหัวใจ รวมถึงเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่เก็บข้อมูลของระยะทางการเดิน , จำนวนแคลอรี่ ความเร็ว และอีกมากมาย ตามปกติจะถ่ายโอนข้อมูลเข้ามือถือทันทีเมื่อเราชาร์จแบตและกลับมาใช้งาน Smart Mode ราคา : 9,900 บาท
• APPLE WATCH SERIES 5

มาถึง Smart Watch ที่คนนิยมใช้กันมากนั่นคือ Apple Watch ที่เปิดตัวรุ่นใหม่อย่าง Apple Watch Series 5 โดยมีการพัฒนาฟีเจอร์และอื่นๆ เพิ่มเติมที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มวัสดุตัวเรือนแบบไทเทเนียม และเซรามิค ที่เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ชอบความทนทาน , WatchOS 6 ที่เพิ่มฟังก์ชั่นต่างๆ เข้ามา โดยเฉพาะการเพิ่ม App Store ที่ทำให้ Apple Watch สามารถติดตั้งแอปฯ ได้ด้วยตัวเอง นอกจากนั้นอีก 1 ฟีเจอร์เด่นของรุ่นนี้ คือการที่หน้าจอของ Apple รองรับ Always On หรือหน้าจอติดตลอดเวลาแล้ว มาพร้อมระบบGPS/GLONASS และเข็มทิศ ในส่วนของแบตเตอร์รี่เป็นลิเธียมไอออนชนิดชาร์จซ้ำภายในตัวเครื่อง เซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบไฟฟ้า การตรวจจับการล้ม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยกับตัวผู้ใช้และฟังก์ชั่นอื่นๆอีกมากมาย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 13,400 บาท สำหรับรุ่น GPS วัสดุอลูมิเนียม หน้าปัด 40 มม. และราคาเริ่มต้นที่ 16,400 บาท สำหรับรุ่น GPS+Cellular

