วันนี้ขอนำเสนอสินค้าที่ถูกจับตามองและได้รับความสนใจในหมู่วัยรุ่นวัยทำงานอย่างเรา มีทั้งเปิดตัวไปแล้วและกำลังจะเปิดตัวเร็วๆนี้ ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องไม่ธรรมดา!!
1. LG Puricare

เปิดตัวไปได้สักพักแล้ว แต่ตอนนี้เชื่อเถอะครับว่า มีใครหลายคนอยากจะสู้ราคา ด้วยเชื้อไวรัส Covid -19 ที่กลับมาระบาดอีกครั้ง อาจเลือกใช้ตัวช่วยนี้ก็สมเหตุสมผลกับความปลอดภัยที่จะได้รับ LG Puricare หน้ากากอนามัยสุดไฮเทคที่ใช้เทคโนโลยีไส้กรองอากาศ H13 HEPA ซึ่งเป็นไส้กรองแบบเดียวกับเครื่องกรองอากาศในบ้าน ทำให้อากาศที่กรองออกมาสะอาดสดชื่น อีกอย่างที่ทำให้ LG Puricare เป็นหน้ากากอัจฉริยะ คือฟีเจอร์การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน โดยสามารถส่งการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานทุกครั้งเมื่อต้องเปลี่ยนไส้กรอง อีกทั้งด้านในของหน้ากากมีแสงไฟ UV เอาไว้ฆ่าเชื้อโรคได้อีกด้วย ตัวหน้ากากมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 820 mAh สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง นอกจากนี้ LG PuriCare มีอุปกรณ์เสริม เป็นกล่องฆ่าเชื้อ UV และตรวจสอบการทำงานได้จากแอปพลิเคชัน LG ThinQ

ราคาจำหน่าย LG PuriCare อยู่ที่ 5,490 บาท และกล่องฆ่าเชื้อ UV เคาะราคาที่ 4,490 บาท.
2. iPad Pro 2021

เปิดตัวออกมาแล้วแบบสดๆร้อนๆ สำหรับ iPad Pro รุ่นใหม่ปี 2021 รอบนี้อัพเกรดมาใช้หน้าจอแบบ Mini-LED ค่ารีเฟรชเรทเท่าเดิม 120 Hz ชิปเซ็ตอัปเกรดมาใช้เป็นตัวเทพอย่าง Apple M1 มาพร้อม CPU 8-Core ที่ทำงานเร็วขึ้นกว่า A12Z Bionic ถึง 50% และใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก GPU แบบ 8-cores เร็วขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 40% ในส่วนของ RAM สูงสุดอยู่ที่ 16 GB สิ่งที่ทำให้ iPad Pro เครื่องนี้ราคาสูงกว่ารุ่นอื่นๆ เพราะมีความจุสูงสุดอยู่ที่ 2 TB นอกจากนี้ยังมีสเปคใหม่และโหดขึ้นกว่าเดิม
– หน้าจอ 12.9 นิ้ว
– รองรับการเชื่อมต่อกับจอยเกม
– กล้อง Ultra ความคมชัด 12 MP
– กล้อง Ultra-wide ความคมชัด 10 MP
– มีฟีเจอร์ Center Stage จัดให้หน้าอยู่ตรงกลาง
– หน้าจอ Liquid Retina XDR ที่ให้ความสว่างสูงสุด 1000 nits
iPad Pro 2021 มีให้เลือก 2 รุ่น ตามขนาดหน้าจอ คือ รุ่น 11″ และ 12.9″ โดยมีความแตกต่างกันในเรื่องของสเปคเล็กน้อย รุ่นจอใหญ่ใช้หน้าจอแบบ Liquid Retina XDR บนพื้นฐาน Mini-LED ส่วนรุ่น 11″ ใช้เป็น Retina แบบเดิม อีกทั้งความจุแบตเตอรี่ iPad Pro 2021 รุ่นจอ 12.9″ ก็ให้มาเยอะกว่าและทั้งสองตัวสามารถสั่งจองได้ตั้งแต่ 30 เมษายน ก่อนวางขายอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคมที่จะ ถึงนี้
3.PlayStation 5

สำหรับทาง Sony ได้เปิดให้จอง PlayStation 5 อย่างต่อเนื่องเดือนละครั้ง ซึ่งสิ่งที่ปรากฏคือ หมดเพียงไม่กี่นาที ซึ่งบอกได้เลยว่า PlayStation 5 ได้รับความสนใจแม้จะเปิดตัวไปนานแล้ว สเปคของ PlayStation 5 และ PlayStation 5 Digital Edition มาพร้อม CPU AMD Zen 2 ความเร็วสูงสุด 3.5 GHz ด้านกราฟิกใช้ GPU AMD RDNA 2 ความเร็วสูงสุด 2.23 GHz ใช้ RAM แบบ GDDR6 ขนาด 16 GB มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ขนาด 825 GB สามารถประมวลผลได้เร็วถึง 5.5 GB ต่อวินาที หากเทียบกับ PS 4 แล้วเร็วกว่าถึงเท่าตัว ซึ่งทาง Sony ระบุว่านี่คือเครื่องเล่นเกมที่มีความเร็วดุจสายฟ้า ด้วยการใช้ประโยชน์จาก CPU, GPU และ Ultra-High Speed SSD รองรับการแสดงผลสูงสุดที่ระดับ 8K UHD และระบบเสียงแบบ 3 มิติ
ด้วยราคาที่ทาง Sony ตั้งมานั้นมันคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ต้องเสียไป โดย PlayStation 5 รุ่นมีช่องอ่านแผ่น Ultra HD Blu-ray ราคา 16,990 บาท และคอนโซล PlayStation 5 Digital Edition ราคา 13,990 บาท
4.Just 1 J-GPR

JUST1 แบรนด์หมวกกันน็อค MX วิบาก, ENDURO แบรนด์ดังจาก ITALY ได้ออกโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุดกับหมวกกันน็อคทางเรียบที่ชื่อว่า J-GPR หมวกกันน็อคสปอร์ต สุดโฉบเฉี่ยว ผลิตด้วยวัสดุ FULL CARBON FIBER รุ่น TOP โดยได้ร่วมพัฒนาและออกแบบหมวก SPORT RACING ตัวใหม่ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีกับ NITEK เราคงคุ้นเคยกับแบรนด์ SPORT แบรนด์นี้ หมวกกันน็อคเพียวคาร์บอนไฟเบอร์ คุณภาพสูง น้ำหนักเบา JUST1 รุ่น J-GPR ดีไซน์ รูปทรงสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ (AERODYNAMIC) ทดสอบภายในห้องปฏิบัติการอุโมงค์ลมควบคู่กับสถานการณ์การทดสอบจริง พัฒนาระบบช่องระบายอากาศที่ทำหน้าที่ควบคู่ไปกับการไหลเวียนอากาศขนาดใหญ่ บริเวณ ส่วนหัว ส่วนคิ้ว และ ช่องลมปาก สามารถนำอากาศเข้าสู่ศีรษะ และระบายความร้อนออกจากหมวกผ่านสปอยเลอร์หลัง พร้อมทำหน้าที่รักษาความนิ่งของหมวกเมื่อทำความเร็วได้อีกด้วย สายรัดคางแบบ DOUBLE D RETENTION SYSTEM วัสดุ TITANIUM นวมภายในแบบ PROTX2™ เทคโนโลยีการต่อต้านแบคทีเรียแบบใหม่ สัมผัสนุ่มกระชับ ระบบถอดนวมขณะฉุกเฉิน EMERGENSY REMOVE และอุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาประกอบด้วย การ์ดจมูก NOSE COVER แผ่นกันฝ้า PINLOCK ชิลด์ดำ DARK VISOR เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ซึ่งเทียบกับราคาที่วางจำหน่ายมานั้น มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพียงหมื่นต้นๆ เท่านั้น.

5.ADIDAS YEEZY BOOST 700 BRIGHT BLUE

adidas ประกาศจะวางจำหน่ายรองเท้า sneaker รุ่นเรือธงอย่าง YEEZY BOOST 700 BRIGHT BLUE มาในโทนสีน้ำเงิน-ส้ม โดย YEEZY BOOST 700 BRIGHT BLUE โดดเด่นด้วยส่วน upper ผลิตจากหนังกลับคุณภาพพรีเมี่ยม สัมผัสนุ่ม รองรับด้วยวัสดุเมชที่ช่วยในการระบายอากาศ เสริมด้วยรายละเอียดสะท้อนแสงบริเวณส้นเท้า ทำให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จัดเต็มความนุ่มสบายและความแข็งแกร่งในทุกย่างก้าวด้วยเทคโนโลยี BOOST อันเป็นเอกลักษณ์ของอาดิดาส
พบกับ YEEZY BOOST 700 BRIGHT BLUE ได้แล้ว ในราคา 8,500 บาท ที่ร้านอาดิดาส ออริจินอลส์ สยามเซ็นเตอร์ ร้านคาร์นิวาล สยาม ร้านแอทมอส เซ็นทรัลเวิลด์ และทางออนไลน์ที่ www.adidas.co.th

6.Nike Air Max 2090

สำหรับรองเท้า Air Max 2090 เป็นโมเดลพิเศษที่ออกมาเพื่อฉลองครบรอบ 30 ปีของ Nike Air Max 90 ฉะนั้นดีไซน์ของรองเท้ารุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้ายอดฮิตระดับตำนานแบบเต็มๆ จุดเด่นก็คงหนีไม่พ้นกับ Zoom Air ที่มีชิ้นส่วนแอร์ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 200% ซึ่งกินพื้นที่ของพื้นชั้นกลางไปเกือบครึ่ง สามารถมองทะลุได้เช่นเคย และชิ้นส่วนรอบๆ แอร์ที่เป็นแถบเส้นๆ รอบๆ ส้นแทนของเดิมที่เป็นลายทางด้านข้าง พร้อมกับหน้าเท้าเป็นโฟม EVA มีความนุ่มเพิ่มมากขึ้น เพื่อการสวมใส่ที่สบายเท้ามากกว่าเดิม และอีกสิ่งนึงที่ให้กลิ่นอายของ Air Max 90 ก็คือ แผ่นคล้ายรูปหัวใจที่ส้นเท้า โดยมีการปรับให้ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยมากขึ้น ใช้คำว่า Air และ โลโก้ Swoosh แทน คำว่า Nike Air และ Swoosh แบบเดิม พร้อมกับสายยางกลมๆ มาเป็น Heel pull tab ส่วนพื้นชั้นนอกเป็นพื้นลายวาฟเฟิลแบบเดียวกับ Air Max 90 และมีการปรับเป็นร่องลึกเพื่อให้รองเท้ามีความยืดหยุ่น บริเวณส้นเท้าก็ใช้วัสดุอีกรูปแบบเป็นสีเดียวกับ Cassette ชิ้นพลาสติกรอบ Air Unit

ใครที่เป็นแฟน Air Max และอยากได้รองเท้าสวยๆ มาพร้อมความสบาย ไม่ควรพลาดกับรองเท้ารุ่นนี้ ซึ่งวางจำหน่ายแล้วที่ nike.com ราคา 5,200 บาท และมีรุ่น BETRUE คอลเลคชันพิเศษสำหรับ Pride Month ด้วยนะ

