4 รุ่น ADV พันธุ์ยุโรป …รุ่นไหน…น่าเล่น??
รถในกลุ่มเดินทางไกลกึ่งสายลุยที่ไม่ถึง 1000 ซีซี. มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง โฟกัสให้แคบลงมา เฉพาะแบรนด์ “ยุโรป” ก็เป็น 4 รุ่นที่เลือกมาให้ดูกันนี่แหละ
KTM 790 adventure R

KTM 790 Adventure R เครื่องยนต์ 4 จังหวะ, 2 สูบเรียง บล็อกใหม่รหัส LC8C, DOHC 8 วาล์ว, 799 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 94 แรงม้า แรงบิด 88 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังเกียร์ 6 สปีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ คันเร่งไฟฟ้า

โครงสร้างได้รับการพัฒนาจากนักแข่งที่ร่วมมือกับทีม Red Bull KTM Rally Factory Racing เป็นแบบ Steel Trellis Frame ที่มีความแข็งแรงและเบาและซับเฟรมแบบถักน้ำหนักเบา ทำให้น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 189 กก. เท่านั้น ระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะ IMU ถูกใส่เข้ามาเพื่อช่วยจับการเคลื่อนไหวและควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งระบบ Traction Control และ Cornering-ABS พร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมดที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่มาช่วยในความสะดวกสบายในการขับขี่ทั้ง Quickshifter, Cruise Control, ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน KTM MY RIDE ที่สามารถควบคุมผ่านหน้าจอแสดงผลจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย

ระบบกันสะเทือนหน้ามีช่วงยุบตัวยาวจาก WP-USD Xplor ขนาด 48 มม. ส่วนด้านหลังเป็น WP Xplor PDS พร้อมระบบเบรก ABS สามารถเลือกเปิด-ปิด ABS ได้ทั้งคู่หรือปิดแค่ล้อหลังก็ได้
สำหรับราคาค่าตัวอยู่ที่ 22,695 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 716,000 บาท) ถ้าเข้าไทยค่อยว่ากันอีกที
Ducati Multistrada 950s

น้องเล็กสุดในตระกูล Multistrada แฝงด้วยเทคโนโลยีต่างๆที่ถูกถ่ายทอด DNA จากรุ่นพี่อย่าง Ducati Multistrada 1200 ใช้เครื่องยนต์ L-Twin Testastretta 2 สูบ 4 วาล์ว Demodromic ขนาด 937 ซีซี. กำลังสูงสุด 113 แรงม้าที่ 9,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 96.2 นิวตัน-เมตรที่ 7,750 รอบ/นาที ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์ 6 สปีด ถังน้ำมันเชื้อเพลิง 20 ลิตร น้ำหนักตัว 229 กก.

จุดเด่นน่าจะเป็นระบบกันสะเทือนไฟฟ้า ‘Skyhook EVO’ ด้านหน้าเป็นโช้คอัพคู่ USD จาก KYB ขนาด 43 มม. ปรับระดับได้ ส่วนโช้คหลังเดี่ยวมาพร้อมสวิงอาร์ม ‘Twin Sided’ ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. ทำงานคู่กับปั๊ม BREMBO 4 ลูกสูบ เบรกหลังเป็นแบบดิสก์เดี่ยวขนาด 265 มม. ทำงานคู่กับปั๊ม BREMBO 2 ลูกสูบ
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เซ็นเซอร์ IMU 6 แกนใหม่ Traction Control สามารถปรับได้ถึง 8 ระดับ Cornering-ABS ปรับได้ 3 ระดับ ระบบ Vehicle Hold Control ควบคุมการทรงตัวและออกตัวบนทางชันและมีโหมดการขับขี่ที่ให้มาถึง 4 โหมดคือ Touring, Sport, Urban และ Enduro

Ducati Multistrada 950s Red Color ราคา 729,000 บาท White Color ราคา 739,000 บาท
BMW F 850 GS Adventure

GS รุ่นนี้ ใช้เครื่องยนต์ 2 สูบ 853 ซีซี. ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 84 มิลลิเมตร x 77 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 12.7:1 กำลังสูงสุด 95 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบต่อนาที ใช้หม้อน้ำระบายความร้อน เกียร์ 6 สปีด ระบบควบคุมไอเสีย closed-loop ชนิด 3 ทาง catalytic converter มาตรฐานไอเสีย EU4 และแน่นอน “ขับโซ่”

เมนเฟรมตัวเฟรม Bridge-type frame, steel shell construction ระบบกันสะเทือนหน้า USD ขนาด 43 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนหลังสวิงอาร์มคู่อลูมิเนียมพร้อม Central WAD spring strut ปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ด้วยระบบไฮดรอลิค (โช้คไฟฟ้าในรุ่นท็อป)

เบรกหน้าดิสก์เบรกคู่ 305 มม. คาลิปเปอร์สูบคู่ เบรกหลังดิสก์เดี่ยวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 265 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์สูบเดี่ยว วงล้อแบบซี่ลวดพร้อมยางล้อหน้า 90/90 R 21 ยางหลัง 150/70 R17
โหมดการขับขี่มาตรฐานสองโหมด “Rain” และ “Road” ให้เลือกต่อการกดปุ่มนอกจากนั้นด้วยโหมดการขับขี่แบบ Pro “Enduro” และ “Enduro Pro” ก็เป็นส่วนหนึ่งของโหมดการขับขี่มาตรฐานรถรุ่นนี้มีการตั้งค่าที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์การขับขี่ที่เหมาะสมและพื้นดินที่เกี่ยวข้อง ABS กลายเป็น ABS Pro และ ASC กลายเป็น DTC (ระบบควบคุมการรักษาเสถียรภาพการขับขี่แบบไดนามิก) สุดท้ายคือ น้ำหนักตัวรถ 244 กก. และความจุถังน้ำมัน 23 ลิตร

สนนราคาค่าตัว BMW F 850 GS Adventure 675,000 บาท
All-New Triumph Tiger 900

All-New Triumph Tiger 900 เวอร์ชั่นใหม่ของเสือ UK มีมาให้เลือกถึง 4 รหัส ได้แก่ Triumph Tiger 900 GT, Triumph Tiger 900 GT Pro, Triumph Tiger 900 Rally และ Triumph Tiger 900 Rally pro

เครื่องยนต์ ยืนพื้นฐาน 3 สูบเรียง DOHC 12 วาล์ว 888 ซีซี. กำลังสูงสุดที่ 94 แรงม้า (70 kW) แรงบิดสูงสุด 87 นิวตันเมตรที่ 7,250 รอบ/นาที หม้อน้ำแยกฝั่ง พร้อมขยับตำแหน่งมาด้านหน้าเล็กน้อยราว 1.6 นิ้ว เพื่อเพิ่ม “สมดุลน้ำหนัก” มาที่ล้อหน้า โครงสร้างมีจุดเด่นที่ซับเฟรมอลูมิเนียม ลดน้ำหนักได้ถึง 7.25 กก. ทั้ง 3 โมเดล หนักแบบไม่มีเชื้อเพลิง ที่ 192 กิโลกรัม(Tiger 900) 193.7 กิโลกรัม(Tiger 900 GT) และ 196 กิโลกรัม(Tiger 900 Rally)

ระบบช่วงล่างของโมเดลพื้นฐานและ GT นั้นได้ Marzocchi เข้ามาดูแลกับช่วงยุบโช้คหน้า 180.3 มม. ส่วนกันสะเทือนหลัง ช่วงยุบ 170 มม. โมเดลพื้นฐานสามารถปรับพรีโหลดกันสะเทือนหลัง ส่วนรุ่น GT เซ็ตโช้คได้ “เต็มระบบ”ขณะที่รุ่น GT Pro ได้โช้คอัพปรับไฟฟ้า

ส่วนสายลุยทั้ง 2 โมเดล Rally, Rally Pro นั้นจะเป็นโช้คอัพปรับแต่งได้เต็มระบบจาก Showa
“Brembo Stylema” ที่ได้ติดมาจากโรงงานในทุกรุ่น ทำงานร่วมกับจานเบรกคู่ขนาด 320 มม. ด้านหน้าพร้อม Cornering ABS แต่โมเดลพื้นฐานนั้นได้แค่ ABS ธรรมดา

ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เซ็นเซอร์ IMU ทำงานควบคู่กับระบบ Traction Control ซึ่งโมเดล “Pro” มีควิกชิพเตอร์ขึ้น-ลงมาให้ และมีหน้าจอ Full-Digital ขนาด 7 นิ้ว(ยกเว้นโมเดลพื้นฐาน) ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 20 ลิตรที่ได้รับการเคลมว่าสามารถประหยัดน้ำมันเฉลี่ยได้ถึง 23.4 กม./ลิตร
Tiger 900 GT ราคา 549,000 บาท
Tiger 900 GT Proราคา 639,000 บาท
Tiger 900 Rally ราคา 579,000 บาท
Tiger 900 Rally Pro ราคา 659,000 บาท

