แปล/เรียบเรียง: GUN1000R
เจาะลึก.. All New 2021 Suzuki Hayabusa” เจ็นฯ 3 ตำนานพญาเหยี่ยว!

เปิดตัวกันไปเมื่อวันศุกร์ที่ 5 ก.พ. กับเจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถ Hyperbikeในตำนาน ..“Suzuki Hayabusa” ..ซึ่งหลายๆคนคาดหวังถึงการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี ดีไซน์ หรือมิติต่างๆ เพราะหลังเปิดผ้าคลุมหลายคนอาจผิดหวังกันบ้างเนื่องจากดูไม่มีอะไร “หวือหวา” กว่าเดิมเท่าไร ..แต่ผมอยากขอเวลาสักนิด มาวิเคราะห์สเป็คกันว่า “ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?”
เครื่องยนต์ 1,340 ซีซี. “ดีที่สุด”
ไม่ใช่ว่าทางวิศวกรของซูซูกิขี้เกียจทำงาน แค่เอาไส้ในมาย้อมแมวเปลือกนอกเสียใหม่.. กลับกัน ตลอดเวลา 14 ปี ซูซูกิไม่ได้นิ่งนอนใจ ทดลองเครื่องยนต์ต้นแบบหลายชุดมาก ไม่ว่าจะลองใส่เทอร์โบชาร์จเพิ่มการอัดอากาศ ลองขยับปรับเปลี่ยนจำนวนลูกสูบ หรือขยาย ซีซี. ด้วยซ้ำ.. แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พ้นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงแบบเดิมที่ให้ผลน่าพอใจมากที่สุด “มีทั้งพลัง และการควบคุมอยู่มือ..”

ต้องยอมรับว่าเครื่องเทอร์โบชาร์จนั้นแรงจริง แต่ก็ทำได้ดีเฉพาะในทางตรง ไม่สามารถสู้กับสมรรถนะรอบด้านของเครื่องยนต์แบบเดิมได้ ทำให้ทางซูซูกิหันมาพัฒนาเครื่องยนต์ 1,340 ซีซี. ลูกเดิม ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดแรงบิดปลายลงไปหน่อย แต่ได้แรงบิดในช่วงกลางเครื่องยนต์ที่ “ติดมือ” เต็มกำลังอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมค่าไอเสียที่ปรับให้ได้ตามมาตรฐานสากล.. ดังนั้น แม้ว่ามองเพียงตัวเลขและรูปลักษณ์ภายนอกจะดูเหมือนเดิม แต่ก็มีแค่ “ภายนอก” เท่านั้น เพราะทุกอุปกรณ์ภายใต้บล็อคเครื่องยนต์ของ Hayabusa Gen 3 นั้น “ใหม่หมด”!!!

แล้วทำไมไม่ใช้เครื่องแบบ ตระกูล GSX-R1000 ที่มี variable valve timing (VVT)? คำตอบก็คือ “เครื่องยนต์แบบนี้มันดีที่สุด สำหรับรถในสไตล์นี้” เพราะนอกจากความแรงที่ได้มาแบบรถสปอร์ตแล้ว “ค่าบำรุง” ก็อาจแพงเกินความจำเป็นด้วย ..ถ้าได้เครื่องยนต์ที่มีความแรง และสมรรถนะลงตัว..จะเสียเงินค่าบำรุงที่แพงมากขึ้นทำไม?
*เพิ่มเติม* – ตัวเลขความเร็วหน้าไมล์จะถูกล็อคไว้ที่ 300 กม./ชม. ซึ่งสามารถ “ปลดล็อคได้” *
เดิมเดิม.. “แต่ดีกว่า”
อีกจุดที่หลายๆคนคาดหวังกับเรื่อง “หน้าตา”.. เพราะนี่มันปี 2021 เข้าไปแล้วนะ จะมาบึกบึนเป็นเหยี่ยวอ้วนไปถึงเมื่อไร? ซึ่งพี่ Hayabusaของเรายังคงรักษาน้ำหนักเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นที่ 264 กิโลกรัม.. แต่ก็นั่นแหละ “อย่าไปมองแต่ตัวเลขครับ” มาดูด้วยว่าได้อะไรมาเพิ่มบ้าง.. อีกอย่างคือความต้องการในการรักษาความเป็น Hayabusaเอาไว้ ดังนั้นมีหลายสิ่งที่ผู้พัฒนาต้องคำนึงถึงมากพอสมควร

แม้ว่ามองจากภายนอก“หน้าตา” ของ Hayabusaจะดูไม่เปลี่ยนไปมากเท่าไร แต่ทางผู้พัฒนาก็ออกมาบอกว่า “เชื่อเถอะ นี่คือ Hayabusa ที่จะเติมเต็มคุณได้ดีที่สุดแล้ว” ด้วยการใช้พื้นฐานเฟรมเดิมทำให้มิติรถดูไม่เปลี่ยนไปมากเท่าไรกับการเปลี่ยนชิ้นซับเฟรมด้านหลังเล็กน้อย.. แต่ทุกๆสิ่งถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ระหว่างคำว่า “ความสบาย” กับ “ความสปอร์ต” ของผู้ขับขี่ให้มากที่สุด ..แน่นอนว่าระบบแอโร่ไดนามิกของพญาเหยี่ยวคันนี้ยังยอดเยี่ยมเหมือนเช่นเคย

ส่องลิสต์ไอเทม“อัพเดต”
เครื่องยนต์ใหม่ จากการเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในเครื่องเกือบหมดทุกชิ้น ตั้งแต่ ระบบทางเดินไอดี-ไอเสีย, วาล์วสปริงใหม่, ลูกสูบใหม่(ที่เบากว่าเดิม), ห้องจุดระเบิดใหม่, ก้านสูบใหม่(แข็งแรงขึ้น เบาลง), ระบบไหลเวียนน้ำมันเครื่องใหม่, ชุดเกียร์รองรับ Quick Shifter, ระบบ Assist&Slipper Clutch, ค่าไอเสียผ่านมาตรฐาน EURO5 และคันเร่งไฟฟ้าทำงานร่วมกับชุดเซ็นเซอร์ IMU 6 แกน..

ระบบกันสะเทือน ที่ถูกตั้งค่ามาเพื่อการขับขี่ “บนถนนเป็นหลัก” ดังนั้นโช้คอัพจาก KYB ถูกเลือกนำมาใช้งานเช่นเดียวกับโมเดล Gen 2 แต่ถูกปรับตั้งค่าใหม่ เพิ่มความเสถียรในการทำงานกับการขับขี่ทางตรง และรองรับแรงกระแทกได้มากยิ่งขึ้น ..ไม่มีระบบไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง.. ยังคงปรับอะไรแบบทันใจไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อความง่ายต่อการใช้งานและคุมราคาเอาไว้ไม่ให้โดดเกินไปโดยไม่จำเป็น..

ระบบเบรก ที่ได้รับการอัพเกรด “แก้ไขจุดอ่อน” ซึ่งมีเสียงตำหนิติเตียนมากจากโมเดลที่ผ่านมา ครั้งนี้ทางซูซูกิไม่นิ่งเฉยจัดชุด Brembo ‘Stylema’ มาให้ ทำงานร่วมกับดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. ด้านหน้า, Cornering ABS พร้อมระบบ Combine Brake.. ทั้งหมดเพื่อเพิ่มพลังการหยุดรถให้กับผู้ขับขี่ให้เต็มขั้นเท่าที่จะทำได้ ซึ่งระบบทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็ได้กล่อง IMU จาก Bosch ที่มีฟังก์ชั่นกันล้อหลังยก และระบบ Hill Hold Control ช่วยสตาร์ทรถบนเนินได้ง่ายดายขึ้นด้วย

ระบบไฟฟ้าใหม่ เรียกว่า “มาช้า แต่มานะ มาเต็มด้วย” เริ่มกันที่ Suzuki Drive Mode Selector Alpha(SDMS-α ).. ว่ากันซื่อๆก็ “โหมดขับขี่” นี่แหละ ที่มาให้เลือกสรรค์กันทั้งหมด 3 โหมด พร้อมอีก 3 โหมดให้ผู้ขับขี่ได้ปรับแต่งเอง, แทรคชั่นคอนโทรลปรับระดับได้ 10 ระดับ, ควิกชิฟเตอร์ขึ้น-ลง, ระบบ Anti-Lift Control 10 ระดับ, Engine Brake Control 3 ระดับ, Speed Limiter (ป้องกันการตรวจจับความเร็ว), Launch Control 3 ระดับ, ระบบเตือนหยุดรถกระทันหัน, Cruise Control, ระบบ Combined Braking, Cornering ABS, ระบบช่วยเบรกบนทางชัน และระบบ Hill Hold Control.. มีใครอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหมครับ?

หน้าปัดใหม่.. ก็ไม่เชิง เพราะเกจเรือนไมล์กลมๆ 4 อันของ Hayabusaเป็นอีกสิ่งที่หลายคนหลงใหล ดังนั้น All New 2021Suzuki Hayabusaยังคงรักษาภาพเดิมเอาไว้ เพิ่มเติมหน้าจอ Digital TFT ตรงกลางเพื่อแสดงผลข้อมูลทั้ง Power Mode, TC Setting, ตำแหน่งเกียร์, ระยะทริป, องศาการเอียงรถ และข้อมูลมาตรฐานอื่นๆ (ระยะทางรวม อุณหภูมิภายนอก อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ฯลฯ) รวมถึงตั้งค่าระบบไฟฟ้าต่างๆตามที่ได้กล่าวข้างต้น

หลายๆคนที่อ่านมาถึงตรงนี้น่าจะเริ่มเอะใจแล้วล่ะ “เอ๊ะ ปรับใหม่เกือบหมดเลยนี่หว่า?” ใช่ครับ.. ซึ่งส่วนตัวผมก็ถือว่ามันค่อนข้างเข้าท่าอยู่นะ เพราะคนที่เลือกขับขี่ Hayabusaจริงๆก็คงต้องการ “ความเป็น Hayabusa” ให้มากที่สุด จะมาอัพเดตใหม่ผอมเพรียวไปเลยก็คงจะผิดใจกับแฟนๆที่ชื่นชอบซูซูกิมานานเสียมากกว่า.. และการจัดฟังก์ชั่นระบบไฟฟ้ามาให้จัดเต็มขนาดนี้ก็ถือว่าเข้ากับยุคสมัยทีเดียว ..แม้จะยังเชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทโฟนไม่ได้ก็ตาม….

ข้อมูล: asphaltandrubber.com / Motorcyclenews.com

