All-New Honda CBR1000RR-R ร่างใหม่โคตรปังของ “Fireblade”

EICMA Show 2019 ผู้ชมล้นหลามหลั่งไหลเข้าสู่ โซน Racing ของบูธ Honda ซึ่งวางส่วนจัดแสดงรถคันใหม่โชว์หมุน 360 องศา โชว์อยู่บนเวที เหตุผลคือมันคือการมาถึงของซูเปอร์สตาร์คลาส1000 ที่นักบิดทั่วโลกรู้จักมันเป็นอย่างดีมาตลอด28 ปี และนี่คือ “2020 Honda CBR1000RR-R” โมเดล “All-New” ที่แท้จริงของ Fireblade แม่ทัพสปอร์ตตัวท็อปของพญาอินทรีนั่นเอง!!!

รหัสดับเบิลอาร์ เพิ่ม “R” พิเศษอีก 1 ตัว!
ผู้ออกแบบ 2020 Honda CBR1000RR-R ให้ข้อมูลว่านิยามของ RR หรือ Racing Replica คือโมเดลสปอร์ตที่ถอดแบบมาจากสนามแข่งให้ “ขับขี่บนถนนได้” ดังนั้นในเวอร์ชั่นนี้การเพิ่ม R เข้าไปอีกตัว (อ่านว่า ดับเบิลอาร์-อาร์) คือการใส่รหัสบอกว่าเวอร์ชั่น 2020 คือ “Racing Version” ที่มีการโฟกัสเป็นการวิ่งสไตล์เรซซิ่ง(ในสนาม)เป็นหลัก โดยสามารถเป็นเจ้าของและนำมาวิ่งบนถนนได้อย่างถูกกฏหมาย
เครื่องยนต์ใหม่ คลี่คลายความเด็ดขาดของ RC213V สู่รถถนน

เครื่องยนต์ “ใหม่” ภายใต้แพลทฟอร์ม 4 สูบเรียง เป็นบล็อคเรือธงของคลาส1000 ปี 2020 เป็นต้นไป นำ Know how จากความสำเร็จของโมเดล RC213V มาใส่ไว้ได้อย่างเหมาะเจาะ รายละเอียดปลีกย่อยอย่างแคมชาฟท์ยังถูกเคลือบ Diamond-Like Carbon (DLC) แบบเดียวกับตัวแข่งMotoGP RC213V และยังไม่มีรถ “ตัวขาย” ใดๆกล้าใส่เข้าไป..

กระบอกสูบ x ระยะชัก ของ 2020 Honda CBR1000RR-R เป็นอัตราส่วน “ลูกโต-ชักสั้น” เช่นเดียวกับ RC213V ที่ 81 มม. x 48.5 มม. ทำให้สามารถรีดแรงม้าในรอบสูงออกมาได้มากกว่าเดิม โดยมีกำลังสูงสุด 160กิโลวัตต์(214.56 แรงม้า) ที่ 14,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 113 นิวตัน-เมตร ที่ 12,500 รอบต่อนาที ด้วยน้ำหนักรถเพียง 201 กิโลกรัมเท่านั้น!!! ผลของการนี้ส่งให้ Fireblade เวอร์ชั่น 2020 ครองความแรงเหนือบรรดา 4 สูบเรียงทั้งหมด ณ ตอนนี้!!
ทั้งนี้ เบื้องหลังความแรงจัดเต็มของ “All-New CBR1000RR-R” คือ มร. ยูซูรุ อิชิคาว่า – CBR1000RR-R Large Project Leader ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นผู้ที่คลุกคลีอยู่กับ “Fireblade” มานานตั้งแต่ CBR1000XX ในปี 1996 รวมถึง RC211V และ RC213V เวอร์ชั่นปี 2016 ด้วย
เฟรมใหม่ โฉมสวย-ดุ พร้อมปีกวิงเล็ท
การออกแบบ “ภายนอก” เป็นส่วนที่ใช้ “ความรู้” จากตัวรถแข่ง Moto GP มาประยุกต์มากมายเช่นเดียวกับแอโร่ไดนามิกที่ได้รับอิทธิพลมาจาก RC213V เต็มๆ ด้านหน้าเปลี่ยน Ram-Air Intake เป็นแบบเข้ากลางยิงตรงสู่กรองอากาศ พร้อมไฟหน้าคู่ LED ระบบสตาร์ทแบบ Keyless Ignition รุ่นแรกในรถคลาสซูเปอร์สปอร์ต พร้อมการปรับสรีระทั้งคัน เริ่มจากโครงสร้างเฟรมที่มีการเพิ่มความแข็งแรงในแนวดิ่ง 18% รองรับแรงบิดมากขึ้น 9% และลดความ “แข็ง” ในแนวราบอีก 11% ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อเพิ่มความ “มัน” ในการควบคุมรถที่มากขึ้นให้กับผู้ขับขี่
ช่วงฐานล้อที่กว้างมากจาก 1,405 มม. เป็น 1,455 มม. สอดคล้องกับแรงม้าที่มากขึ้นช่วยให้การควบคุมในความเร็วทำได้ง่ายนั่นเอง และที่โดดเด่นคือ “ปีก” หรือ Winglet ที่บริเวณแฟริ่งด้านข้าง โดยฮอนด้ามีการเคลมว่าสามารถสร้างตัวเลขแรงกดด้านหน้าได้เท่ากับ Winglet ของ RC213V (MotoGP ver.) เลยทีเดียว
ขณะที่ “ถังน้ำมัน” มีการปรับมิติให้เข้าล็อคกับสรีระของผู้ขับขี่มากกว่าเดิม การเปลี่ยนท่าทาง และแอโร่ไดนามิคดีกว่ารถในตลาดทั้งหมดด้วยตัวเลขค่า Drag Coefficient ที่ 0.27

IMU แบบ 6 แกน พร้อมเทคโนโลยีแน่นๆ
Throttle By Wire คันเร่งไฟฟ้าคือประเด็นเปิด ส่งต่อสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ที่ ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยอื่นๆ เพื่อคำนวณการเคลื่อนไหวให้แม่นยำและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น Wheelie Control, Cornering ABS 2-level, Engine Brake Control, กันสะบัดไฟฟ้า Honda Electronic Steering Damper (HESD) 3 เลเวล และยังมีโหมดการขับขี่ “เริ่มต้น” 3โหมด พร้อมตัวเลือกในการเปลี่ยนเอาท์พุตของเครื่องยนต์ (P) 5 ระดับ โดยระดับ 1 ให้กำลังงานสูงสุด ขณะเดียวกัน Engine Brake (EB) จัดการประสิทธิภาพการทำงานของคันเร่ง ก็มีมาให้ 3 ระดับ มี IMU แบบ 6 แกนของ Bosch เซนเซอร์วัดแรงเฉื่อย “องศาการเอียง” ควบคุมแรงบิดและการทรงตัว และทำงานผ่านหน้าจอ TFT แบบ Digital Full-Color แสดงผลข้อมูลครบถ้วน ข้อมูลสำคัญของ “รถสปอร์ต” อย่างครบถ้วนสุดๆ

ช่วงล่าง SHOWA แน่นหนึบ ไปไกลถึง Ohlins ในรุ่น SP
ระบบช่วงล่างสำหรับโมเดลสแตนดาร์ดนั้น ได้ช่วงล่างหน้า-หลังจาก Showa ที่ปรับแต่งได้เต็มระบบ ระบบเบรกใช้คาลิเปอร์ Nissin 4 ลูกสูบ คู่กับดิสก์เบรคคู่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 330 มม.และเพิ่มเติมออพชั่นระดับท็อปให้กับโมเดล SP ไปอีกขั้นด้วย ปั๊มเบรค Brembo Stylema ด้านหน้า และช่วงล่าง Öhlins Smart Electronic Control (S-EC) เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่เลือกปรับตั้งค่าได้ง่ายดายจากหน้าจอแดชบอร์ด
โดยการทำตลาดรุ่นสมรรถนะสูง รหัส SP มาพร้อมระบบช่วงล่าง Ohlins Electronic Control ด้วยโช้คหัวกลับรุ่น NPX ขนาด 43 มิลลิเมตร และโช้คหลัง TTX36 Smart-EC ดิสก์เบรก Brembo Stylema คาลิปเปอร์ 4 สูบ เหมือนที่ใช้ใน RC213V-S และท่อไอเสียที่ทำจากวัสดุไทเทเนียมน้ำหนักเบาของ Akrapovic เพื่อตอบสนองการขับขี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ราคาเท่าไหร่??
Honda CBR1000RR-R Fireblade และ CBR1000RR-R Fireblade SP มีให้เลือก 2 สี คือ แดง Grand Prix Red ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น HRC และดำด้าน Matte Ballistic Black …ไม่เกินภายในสิ้นปีหน้า คงจะมาอาละวาดบนแผ่นดินไทย…เรื่องราคา เอาไว้ฟังจากการแถลงของ เอ.พี.ฮอนด้า ดีกว่า อย่าเพิ่งมโน!!!

