ยามาฮ่า ได้ชื่อว่าเป็น “ผู้นำออโตเมติค” ในตลาดรถจักรยานยนต์ประเทศไทย โดยมีรถออโตเมติคให้ยูซเซอร์ชาวไทยเลือกใช้มากมายหลากหลายสไตล์และหลายขนาดเครื่องยนต์ …ล่าสุด “นิตยสารโมโตครอส” มีโอกาสจัดทริป นำออโตเมติคคลาส 125 ซีซี. ทั้ง Yamaha LEXi VVA และ ออโตเมติครุ่นใหม่เอี่ยม Yamaha FreeGo 125 ไปทดลองขับขี่บนเส้นทาง “กรุงเทพฯ-สวนผึ้ง” โดยมีกลุ่มสื่อมวลชนสายยานยนต์อีก 5 สำนักร่วมพิสูจน์สมรรถนะ

งานนี้ได้ข้อมูลดีๆของรถทั้งสองรุ่นจากการขับขี่ตามสภาพจราจรในเมืองและในเส้นทางท่องเที่ยว ไป-กลับ กว่า 600 กม. มารีวิวกันอย่างครบด้าน LEXi VVA ราคา 67,000 บาท ส่วน Yamaha FreeGo 125 ราคา 50,900 บาท …ราคาจำหน่ายที่บอกไว้ เมื่อลงลึกไปใน “รายละเอียด” ของรถทั้งสองรุ่นก็มีความสมเหตุสมผลในแง่ราคา เพราะคาแรคเตอร์แตกต่างกันอย่าง “ชัดเจน”

โดยทริปนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด ส่งรถมารุ่นละ 3 คัน ให้นักทดสอบแบ่งการขี่รถทั้งสองรุ่นสลับกันจนครบทุกเวอร์ชั่น ซึ่งผมเองเริ่มต้นด้วยการขี่ LEXi VVA ประเดิมฝ่าการจราจรยามเช้าออกจากเมือง ก่อนจะพบว่าเครื่องยนต์ 125 ซีซี. Blue Core ในรุ่นนี้ นอกจากจะระบายความร้อนด้วยน้ำแล้ว ยังมีความพิเศษอยู่ที่ ระบบวาล์วแปรผัน VVA ที่เป็นหมัดเด็ดในรอบกลาง-ปลาย 6,000 รอบ/นาที ขึ้นไป เมื่อเข้าสู่การขี่ในทางหลวงสายหลักแล้วต้องการเร่งแซงก็ทำได้ติดมือ ทั้งนี้เมื่อเครื่องยนต์แรงกว่า ก็แลกกับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ LEXi VVA กินน้ำมัน(ในสภาวะการขับขี่แบบเดินทาง หมดคันเร่งแทบตลอดรูท) ที่ 33.3 กม/ลิตร กับความเร็วท็อปสปีดที่ไหลเข้าไปถึง 115 กม./ชม. จัดว่าเป็นสมรรถนะที่พอเหมาะพอควรกับตัวตนของ LEXi นอกจากนี้ยังมีระบบ SSS ที่ตัดการทำงานของเครื่องยนต์ขณะจอดนิ่งสนิทและทำงานได้แม่นยำขณะที่เครื่องยนต์ 125 ซีซี. Blue Core ของ FreeGo125 เป็นแบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ความเร็วปลายอาจจะรอรอบอยู่บ้าง แต่ก็ทำท็อปสปีดไปได้ถึง 112 กม./ชม. (หมอบหลบลม บวกกับตัวรถมีความเพรียวลู่ลม) อย่างไรก็ตามด้วยอัตราทดของ FreeGo ทำให้มันโดดเด่นกระชับ คล่องแคล่ว ตอบสนองคันเร่งการใช้งานได้อย่างเหมาะเจาะกับสภาวะการขี่ในเมือง ขณะเดียวกันเมื่อเอาไปขี่เดินทาง FreeGo 125 ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประหยัดเกินคาดที่ 40 กม./ลิตร (กับลักษณะการขับขี่ชนิด “หมดปลอก” เกือบตลอดช่วงการเดินทาง) ออพชั่นอำนวยความสะดวกเต็มร่างทั้งคู่ ด้วยรูทเดินทางกรุงเทพฯ-สวนผึ้ง มีความยาวมากพอให้ทำความคุ้นเคยกับทุกซอกมุมของรถ ข้อดีอีกหลายจุดของ LEXi VVA ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ LED ออกแบบเป็นบิลด์อินไทพ์เป็นเซ็ทเดียวกัน

ช่วงล่างที่ลองแล้วขี่ในความเร็วปกตินุ่มนวล(มีซับแทงค์ในรุ่นS) พร้อมล้อแม็กขอบ 14 นิ้ว ยางหน้า 90/90-14 ยางหลัง 100/90-14ให้การเกาะถนนที่ได้มาตรฐาน LEXi VVA ใช้คีย์เลสในรุ่น S และใช้ระบบเบรกแบบดิสค์หน้า หลังดรัม พร้อมกับมีพื้นที่เก็บของใต้เบาะที่กว้าง รวมถึงช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ ที่โดนใจสายโซเชียลฯ..ส่วน FreeGo 125 มาพร้อมช่องเสียบชาร์จไฟ 12 โวลต์ ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ LED ช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 22 ลิตร น้ำหนักเบา หน้าตาถือว่าหล่อเหลากับสไตล์ Modern Family Automatic ซึ่ง ดูดีลงตัว ออกแบบชุดไฟเลี้ยวแยกส่วนจากไฟส่องสว่าง ขณะที่ช่วงล่างกับล้อแม็กขอบ 12 นิ้วพร้อมยาง 110/90 -12 กับช่วงแฮนด์แคบและ ท่านั่งสบาย คือต้นเหตุความพลิ้วที่บอกเลยว่านุ่มนวลและขี่สนุกYamaha LEXi VVA และ Yamaha FreeGo 125 ทำหน้าที่ของมันอย่างครบถ้วนในการพานักทดสอบเดินทางอย่างสนุกสนานแบบ

ท่องเที่ยวด้วยมอเตอร์ไซค์ในแบบคาราวานไป-กลับ กรุงเทพ-สวนผึ้ง ได้อย่างราบรื่นปลอดภัย …นอกเหนืออื่นใด…ความเข้าใจและความเชี่ยวชาญของยามาฮ่าที่ออกแบบรถได้อย่างเหมาะสมกับการเลือกไป ใช้งานตรงโจทย์ทำให้เราอยากแนะนำ Yamaha LEXi VVA และ Yamaha Freego 125 ไว้เป็นออโตเมติคในคลาส 125 ซีซี. ที่น่าเอาไว้ครอบครองสักคัน!

[envira-gallery id=”1106″]

