เรื่อง : 13pM
ภาพ : กัน1000R
ผมรู้สึกเสมอว่านักบิดชาวไทยนั้น มียี่ห้อและรุ่นมอ’ไซค์เป็น “ทางเลือก” ให้เล่น แทบจะหลากหลายที่สุดแล้วในโลกยานยนต์ 2 ล้อ …ล่าสุด VROOM Thailand ส่งอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในคลาส 250 ซีซี. อย่าง BAJAJ DOMINAR 250 เวอร์ชั่นล่าสุด จากการขับขี่“เต็มทริป” กทม. – เขื่อนศรีฯ นี่คือ “บทสรุป 8 ประเด็น” จากรถคันนี้

1. รู้จัก BAJAJ ก่อน
ยักษ์ใหญ่จากอินเดียรายนี้เป็นผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์มากอันดับต้นๆของโลก ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งมายาวนาน ปัจจุบัน มีโรงงาน 3 แห่งในอินเดีย กำลังการผลิตถึง 5 ล้านคันต่อปี มีเครือข่ายผู้จำหน่ายกว่า 79 ประเทศทั่วโลก แถมถือหุ้นใหญ่ในแบรนด์ดัง KTM รวมถึงการมีส่วนร่วมในอนาคตโปรเจกต์รถขนาดกลางของแบรนด์อังกฤษTriumph ดังนั้น BAJAJ DOMINAR 250 คันนี้จึงเป็นมอ’ไซค์ BAJAJ ที่ผลิตออกวางจำหน่ายด้วย Know How ถ่ายทอดจากแบรนด์ยุโรปมาด้วยนั่นเอง

2. เครื่องยนต์ สูบเดี่ยว แคมฯคู่ แบบ 2 หัวเทียน!!
ข้อดีของการได้ทดสอบแบบเต็มทริป คือโอกาสในการเค้น-ค้น “สมรรถนะ” ออกมาหมดเปลือก ผมเริ่มต้นด้วย “เครื่องยนต์” สูบเดี่ยว 248.7 ซีซี. DOHC 4 วาล์ว 6เกียร์ ซึ่งแค่เปิดทริปก็ “ซัด” กันแล้วกับช่วงเดินทางออกนอกเมืองไปทางตะวันตก จุดเด่นของเครื่องบล็อคนี้คือ รอบกลาง-ปลายที่โดดเด่น เรียกว่าคันเร่งในมือเหลือให้เล่นแม้อยู่ในรอบสูงแล้วก็ตาม ผมไปถึง “ท็อปสปีด” ที่ 152 กม./ชม. ส่วนเทคโนโลยีจุดระเบิดแบบ 2 หัวเทียน Twin Spark ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ BAJAJ เข้ามาเพิ่มเรื่องความเสถียรของเครื่องยนต์สำหรับการใช้งานต่อเนื่อง เรื่องของการต่อเกียร์ 6 สปีด ทำได้สมูทครับเพราะมีสลิปเปอร์คลัทช์มาให้ ส่วนช่วงเกียร์เข้าใจว่าออกแบบมารองรับพละกำลังกลาง-ปลาย นั่นเอง


3. กินน้ำมันเท่าไหร่?
ถังน้ำมันของ DOMINAR 250 มีขนาด 13 ลิตร ด้วยทรงที่บีบให้แคบใกล้ตำแหน่งนั่งคนขี่ การเปิดถังใช้ฝาแบบบานพับ ทริปนี้ผมวัดค่าสิ้นเปลืองจากหัวจ่ายหลังจากหวดคันไปเต็มเหนี่ยวต่อเนื่องกว่า 80 กม. ได้อัตราสิ้นเปลืองที่ 32 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งอยู่ในเรทที่ยอมรับได้ครับเพราะหากใช้ขี่เดินทางปกติทั่วไปก็ประหยัดกว่านี้อีกมาก


4. ทีเด็ด ช่วงล่าง
การเอารถในสไตล์ Naked Bike ซึ่ง BAJAJ ได้เพิ่มคำว่าสปอร์ตทัวร์เรอร์พ่วงท้ายมาด้วยสำหรับ DOMINAR 250 มาขี่เดินทางบนสภาพถนนที่หลากหลายมากๆของกาญจนบุรี ทำให้ผมได้เข้าใจเรื่อง Know How ของ BAJAJ ที่ได้ “เทคโนโลยีช่วงล่าง” มาจาก WP (เนื่องจากพวกเขาเป็นหุ้นส่วนที่รับผลิต KTM ในอินเดียนั่นเอง) แน่นอนครับ รถคันนี้ให้การทรงตัวที่ดีเยี่ยม ช่วงล่างหนึบ นุ่ม จากคู่โช้คหน้า “หัวกลับ” ขนาดแกน 37 มม.ช่วงยุบ 135 มม. โช้คหลังเดี่ยวแบบมีซับแทงค์ปรับพรีโหลดได้ ยุบ 110 มม.

5. การควบคุม
การคอนโทรล มีเรื่อง “น้ำหนัก” ที่เป็น “ข้อสังเกต” เนื่องจาก DOMINAR 250 น้ำหนักตัว 180 กก. ความสูงเบาะ 800 มม. ช่วงแฮนด์กว้าง 836 มม. (เนื่องจากมันเป็นสไตล์สปอร์ตเปลือย แฮนด์จะกว้างปกติ) ถ้ายังไม่ชินอาจรู้สึกว่าเทอะทะเล็กน้อย แต่เรื่องความคล่องตัวนี้ ผมมองว่าคนที่ชินกับการขี่รถใหญ่มาแล้วไม่น่ามีปัญหา แต่ใครไม่เคยขี่มาก่อน หรือเป็นคนร่างเล็ก คนขี่ควร“แข็งแรง” ระดับหนึ่ง แนะนำว่าควรหาโอกาสไป “ลอง” ก่อน แล้วจะได้คำตอบครับ



6. ความปลอดภัย
ระบบเบรกเป็นอีกประเด็นที่ DOMINAR 250 ให้มาสมตัว หลังจากใช้งานจริงในหลายสถานการณ์ พบว่า ดิสก์หน้า-หลัง ใช้คาลิเปอร์หน้าเรเดียลเมาท์ Bybre ให้การหยุดความเร็วได้ดีเยี่ยมครับ ถือว่าเบรกเค้าไม่ธรรมดาเลย ขณะที่ระบบ ABS ทำงานแม่นยำได้มาตรฐาน ยางติดรถ หน้า 100/800-17 หลัง 130/70-17

7. ฟังก์ชั่น
เรื่องนี้ต้องเล่าให้อ่านกัน เพราะแค่หน้าจอแสดงผลให้มา 2 จุดเลย ทั้งหน้าปัดเรือนไมล์ตรงหัวรถที่ออกแบบให้เรียบง่าย เซ็ตทริปได้ 2 ทริป มีแถบบาร์วัดรอบและเลขความเร็วที่ชัดเจน ส่วนเลขเกียร์เป็นแบบโชว์เกียร์ว่างอย่างเดียว กับจอแบบ “บิลด์อิน” ฝังมาเหนือถังน้ำมันไว้บอกสัญญาณต่างๆ ครบถ้วน รวมทั้งไฟสถานะไซด์สแตนด์สวิทช์ ส่วนระบบไฟเป็นโคมหน้า LED ให้มุมมองเป็นเอกลักษณ์ทั้งไฟหน้า-ไฟท้าย แถมมีความเข้มของแสงที่แจ่มชัด

8. บทสรุป
หลังจากจบทริป DOMINAR 250 ด้วยระยะทางไป-กลับร่วม 800 กม. กับฟีลลิ่งที่ได้มาจากการสัมผัสรถคันนี้ครั้งแรก ผมให้บทสรุปได้ว่า BAJAJ ทำได้ดีกับพละกำลังรอบ กลาง-ปลาย เสริมด้วยช่วงล่างที่หนึบเกินคาด ขณะที่ระบบเบรกแม่นยำไว้ใจได้ จัดว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในประเภท Naked Bike คลาสไม่เกิน 250 ซีซี. ทั้งนี้ราคาจำหน่าย อดใจรอการเปิดอย่างเป็นทางการจาก Vroom เร็วๆนี้!!


