เรื่อง GUN1000R
ภาพ รัสตาฟา
ผมไม่เล็กนะครับ.. “Benelli TRK 251” เพราะหัวใจนักเดินทางมันโตเกิน ซีซี.!


“ถ้าเราเหนื่อยล้า จงเดินเข้าป่า…” ขี่รถไป-กลับการทำงานเช้า-เย็นเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายไม่เว้นวัน ทำไมถึงยังรู้สึกขาดหายอีกนะ? บางครั้งร่างกายอาจจะต้องการแค่กลิ่นทะเล หรือเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ เบาๆก็เพียงพอ หากให้หยิบ ADV คันใหญ่ยักษ์ไปแค่ กรุงเทพฯ-เพชรบุรี ก็กลัวจะเกินเรื่องไปหน่อย แล้วถ้าเป็น ADV ขนาดกะทัดรัดล่ะ? น่าสนใจล่ะสิ ..ลองไปทำความรู้จักกับ ADV คลาสเริ่มต้น 250 ซีซี. คันนี้ ที่ผมการันตีเลยว่า สมรรถนะคุ้มค่าเกินปริมาตรกระบอกสูบไปไกล..
เพราะท่านั่งแสนสบาย บุคลิกภายนอกที่ดูทะมัดทะแมง ความบึกบึนพร้อมรับแรงปะทะไม่ว่าจะหลุมหรืออุปสรรคใดๆ อาจเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนหลงใหลในมอเตอร์ไซค์ ADV.. และก็เป็นอีกครั้งที่ผมได้มีโอกาสทำความรู้จักรถที่น่าสนใจอีกหนึ่งรุ่น “Benelli TRK 251” มาออกทริป… ด้วยการชูโรงว่าเป็นมอเตอร์ไซค์สายเดินทางที่ตอบโจทย์ความคล่องตัวได้ไม่น้อย ..ขี่ไปทำงานก็พลิ้ว ขนของไปเที่ยวก็พร้อม!
การผจญภัยที่ 1 “ชีวิตคนเมือง”

ออกตัวกันจากลาดพร้าว จุดหมายปลายทางอยู่ที่สันเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เริ่มต้นการผจญภัยที่ 1 ด้วยการฝ่าการจราจรสุดติดขัด ผ่านถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-พระราม 9-พญาไท-หลานหลวง-สะพานพุทธ-วงเวียนใหญ่-พระประแดง-พระราม 2!! แต่ละเส้นชื่อเสียงเลื่องลือเรื่องรถติดระดับแถวหน้าของกรุงเทพฯทั้งนั้นใช่มั๊ยล่ะครับ.. เป็นโอกาสดีที่ผมได้ทดสอบความสามารถในการมุดการจราจรสุดโหดของกรุงเทพฯสู่ถนนใหญ่ประตูสู่ภาคใต้ ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าถ้าเป็นพิกัด ซีซี.ที่ใหญ่กว่านี้อาจมีท้อใจอยากกลับบ้านไปก่อนเป็นแน่แท้ ..แต่ไม่ใช่สำหรับความคล่องตัวของ TRK 251 คันนี้..

ด้วยสรีระของรถที่คงเอกลักษณ์ความเป็น ADV สุดคูล จากรุ่นพี่ TRK502 เอาไว้อย่างดิบดี แต่มีการออกแบบให้สามารถเท่ได้บนการใช้งานทุกๆวัน เจ้า TRK251 นี้จึงมีรูปลักษณ์เหมือน TRK502 ย่อส่วนลงมา จากเดิมที่ต้องคอยปีนเบาะนั่งและสไลด์ก้นยามจอดติดไฟแดง คราวนี้หนุ่มๆมาตรฐานชายไทยก็สามารถยืนคร่อม “เต็ม 2 เท้า” ได้อย่างสบายใจ ส่วนไฟหน้าคู่ โปรเจ็คเตอร์ LED พร้อมริ้วไฟหรี่ LED Daytime Running Light ก็ช่วยเสริมบุคลิกดุดันคล่องตัวได้มากขึ้น มองเห็นในระยะที่พอเหมาะยามต้องขับขี่ในพื้นที่แสงน้อย ตอบรับกับเส้นสายวาดลายเฉียบคมบนบอดี้ของรถ

นอกจากนี้ มิติท่านั่งให้ความรู้สึกกระชับ มั่นใจ ด้วยแฮนด์บาร์ทรงสูงเยื้องมาด้านหลังเล็กน้อยอย่างที่เราเห็นกันทั่วไปบนรถ ADV รุ่นใหญ่ สามารถตอบสนองต่อการควบคุมรถได้อยู่หมัด ไม่ว่าจะนั่งหรือยืนขี่ยามลุยทางดินก็ตาม รวมถึงพักเท้าที่สามารถขันน็อต ถอดยางหุ้มออก เราก็จะได้ “พักเท้าหนาม” มาใช้งานตอนที่เราต้องการการยึดเกาะของพักเท้าที่มากขึ้น
ดังนั้นประสิทธิภาพในการเดินทางภายในเมือง ผมขอให้ผ่าน …แต่ต้องขอสงวนให้เวอร์ชั่นที่ถอดกล่องสัมภาระซ้าย-ขวาออกแล้วนะครับ เพราะลองใส่ปี๊บมุดดูแล้ว “มันไม่เวิร์ค” สำหรับการจราจรของเมืองกรุงสุดๆ..
การผจญภัยที่ 2 “ปะทะ 200 กิโลเมตร..”

ความท้าทายต่อมาหลังจากฝ่าฟันรถหลายพันคันสู่ถนนใหญ่ ที่ได้กดคันเร่งเกิน 60 กม./ชม. สักที ด้วยเครื่องยนต์ 249.2 ซีซี. สูบเดี่ยว 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์ว ให้ตัวเลขแรงม้า 25 แรงม้าที่ 9,500 รอบ เรดไลน์ 10,000 รอบ แรงบิด 21.2 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบ แสดงเอกลักษณ์ของตนเองออกมาได้อย่างชัดเจน..

ขอกระซิบก่อนนะครับว่า รถที่นำมาขับขี่กันครั้งนี้เป็นรถทดสอบของทาง Benelli ดังนั้นในเวอร์ชั่นที่ขายจริงๆอาจได้ข้อมูลและสมรรถนะที่ต่างกันออกไปจากที่ผมนำมาทดสอบ.. เมื่อได้เริ่มบิดทำความเร็ว ช่วงรอบเครื่องยนต์ที่ 0-5,000 รอบ คือรอบที่มีพละกำลังแรงบิดติดมือมากที่สุด ไม่ว่าจะผ่อนหรือเร่งรอบมากขึ้น การตอบสนองทำได้อย่างดีเยี่ยม แต่หากเริ่มบิดเกิน 5,000 รอบขึ้นไปแล้ว อาการสั่นสะท้านของเครื่องยนต์จะเข้ามากอดคอทักทายคุณราวกับเพื่อนสนิท รวมถึงอัตราเร่งก็ทำได้ไม่เท่ากับช่วงรอบต้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเครื่องสูบเดี่ยว และหากใครคิดที่จะทะยานรอบขึ้นไปเหนือ 7,500 รอบแล้วล่ะก็ มีออกอาการสั่นสะท้านนะครับ.. ซึ่งส่วนตัวผมแล้ว รถที่มอบความสบายให้การเดินทางท่องเที่ยวก็คงจะไม่ต้องใช้รอบเครื่องสูงขนาดนั้น ดังนั้นช่วงรอบเครื่องที่ไม่เกิน 5,000 รอบ ถือว่าเป็นรอบที่เหมาะสมกับการเดินทาง เหลือพื้นที่ให้ดึงแรงบิดมาแซงรถข้างหน้าได้อย่างสบายๆครับ

สำหรับหลายคนที่ห่วงเรื่องความเร็วบนถนนไฮเวย์ ที่ต้องเจอทั้งกระบะซิ่ง รถตู้ห้าว สาวมือใหม่หัดขับ กับสิบล้อลืมเบรค ก็สามารถสบายใจได้อีก 1 เปราะ บนเบาะของเจ้า TRK 251 นี้.. เพราะความเร็วสูงสุดที่ผมทำได้นั้นคือ 150 กม./ชม. เลยทีเดียว ..และขึ้นไวซะด้วย.. ผมค้นพบว่าการขับขี่ที่กำลังสบายๆนั้นอยู่ที่ช่วงความเร็วระหว่าง 110-120 กม./ชม. สามารถเร่งแซงรถยนต์ได้ชิลล์ๆ ในอัตราเร่งที่ใกล้เคียงกับจังหวะของรถยนต์ จึงทำให้สามารถคาดคะเนจังหวะการขับขี่ของเพื่อนร่วมทางได้ง่ายขึ้นด้วย
การผจญภัยที่ 3 “อเนกประสงค์”

เรื่องของการเดินทางไกลนั้น ปัจจัยจุกจิกเล็กๆมักมีผลอย่างยิ่งใหญ่เสมอ ผมมองว่าเจ้า TRK251 นี้ก็แอบเอาใจใส่อยู่ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน.. หรือเป็นในเชิง “เอาใจ” กันแน่นะ?
หน้าจอแสดงผล TFD แบบ Full-Digital แสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้งานได้อย่างครบถ้วน ทั้งความเร็ว รอบเครื่องยนต์ นาฬิกาบอกเวลา รวมถึงสามารถกดปุ่มปรับการแสดงผล Trip A, Trip B และระยะทางรวมได้ง่ายๆ เพียงปุ่มเดียวจากประกับแฮนด์ด้านขวาเท่านั้น

ด้วยกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับขนาดแกนใหญ่ถึง 41 มม. ไซส์เดียวกับรถตัวท็อปหลายค่าย ที่ไม่ใช่ใส่มาเอาเท่ไปงั้นๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง(จริงๆนะ) ..หลายครั้งที่ผมทำใจจัดท่าทางร่างกายให้พร้อมรับแรงกระแทกจากการขี่ตกหลุม หรือบางโอกาสก็ “รูดหลุม” ไปเลยด้วยท่าทางการขับขี่แบบออฟโรด บนความเคยชินที่จะมีแรงสั่นจากการกระแทกเหล่านั้นขึ้นมาที่แขน แต่ไม่ใช่กับ TRK 251 ..โช้คอัพด้านหน้าตอบสนองกับหลุมยักษ์ต่างๆด้วยความนุ่มนวลจนผมประหลาดใจ.. การควบคุมแฮนด์ที่จะบิดไป-มาจากหลุมเหล่านั้นจึงไม่เกิดขึ้นเลย.. กลายเป็นว่าผมขับขี่ผ่านหลุมเนินมาได้อย่างสบายก้น
ในทางกลับกันการนำระบบกันสะเทือนชุดนี้ไปแบนโค้งโหดๆก็อาจจะเจออาการดีดออกจากโค้งเล็กน้อย เนื่องจากน้ำหนักของคนขี่กับรถอาจจะเบาไปสำหรับระบบกันสะเทือนชุดนี้ ..แน่นอนครับว่า คงจะมีน้อยคนแหละครับที่อยากจะเอาเข่าครูดพื้นกับรถทรงนี้ ดังนั้นถือว่าเป็นประเด็นเล็กๆน้อยๆที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟังก็แล้วกันครับ

ตามด้วยกล่องสัมภาระด้านหลังที่แทบจะเรียกได้ว่าสำเร็จรูปจากโรงงาน เพิ่มเงินเพียงเล็กน้อย ก็สามารถมีแรคติดกล่องพร้อมเที่ยวได้เลย..ซึ่งใครที่ชอบเดินทางก็คงจะรู้ถึงความ “ฟิน” ในการมีกล่องใส่ของติดไว้ข้างหลัง เพิ่มพื้นที่การขนสัมภาระต่างๆได้อย่างเหลือเฟือ กับกล่องอลูมิเนียมแข็งแกร่ง ถอดประกอบได้อย่างง่ายดายแบบ Toolless ที่สำคัญ “คนซ้อนพิงสบาย” ครับ(อิอิ)
ถึงที่หมาย “สันเขื่อนแก่งกระจาน”

แม้ผมจะไม่ได้เดินเข้าป่า แต่การได้เห็นภาพผืนป่าสีเขียวเข้มในฤดูฝนบนทิวเขาน้อยใหญ่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอยู่ไกลลิบๆกลางผืนน้ำของทะเลสาบแก่งกระจาน ก็ถือเป็นการสลัดความเหนื่อยล้าทั้งหมดทิ้งไป สายลมเย็นและฝูงลิงที่กำลังเล่นซนอยู่ไม่ห่าง ชวนให้ผมได้คิดถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับเจ้า TRK 251 ในจุดเด่นๆ ที่ควรหยิบมาเล่าให้เพื่อนๆได้ทราบกัน
เครื่องยนต์ 250 ซีซี. กำลังดีกับการเดินทางแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบไปถึงที่หมาย ให้คุณและคนซ้อนเอ็นจอยกับแสงสี บรรยากาศ สูดกลิ่นดินที่พัดลอดเข้ามาในหมวกกันน็อคได้อย่างเต็มที่ สามารถยืนพื้นความเร็วที่ 120 กม./ชม. ได้ดี แต่แนะนำว่าอย่ามากกว่านั้น.. เนื่องจากอาการสั่นของเครื่องยนต์จะหนักหนามากเกินไปจนอาจทำให้ความสามารถในการคุมรถที่ความเร็วสูงของเราลดลงไปด้วย รวมถึงกระจกมองข้างก็มองภาพไม่เป็นภาพเลย
ช่วงล่างก็โดดเด่น โดยเฉพาะด้านหน้าที่รูดหลุมไปได้สบายๆแบบไม่สะเทือนต่อการควบคุมเลย ส่วนโช้คอัพหลังโมโนช็อคที่ให้มานั้น คาดว่าเมื่อรวมน้ำหนักผู้ขับขี่และสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางจริงๆแล้ว จะมีการยุบและดีดที่พอดิบพอดีกับการควบคุมเช่นกัน

ระบบเบรค ABS หน้าหลัง ทำงานนุ่มนวลและตัดล้อล็อคอย่างละเอียดอ่อน ไม่ชกมือ แม้เบรคหน้าขนาดจาน 280 มม. ปั๊มเบรค 4 พอร์ต ของ Benelli ที่ให้มา อาจจะยังเรียกความมั่นใจในการหยุดรถได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่หากได้ทำความรู้จักกับรถไปเรื่อยๆก็จะสามารถกะระยะเบรคได้อย่างแม่นยำมากขึ้น.. หรือจะลองเปลี่ยนผ้าเบรคที่หนึบกว่านี้ก็ได้ “หากใครใจร้อน” นะครับ

ก็ถือว่าเป็น ADV ไซส์ “เริ่มต้น” ที่ขับขี่ในเมืองที่คล่องตัว ส่วนวันหยุดชิลล์ๆ ก็คว้ากล่องติดท้ายรถ หวดออกไปเที่ยวสบายๆเลย การดูแลรักษาก็ง่ายด้วยอัตราค่าบริการ “เข้าถึงง่าย” พร้อมน้ำมันเครื่องสูตรเฉพาะจาก Benelli
ถังน้ำมันความจุ 18 ลิตร กับอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ผมได้มีโอกาสทดสอบจาก พระราม 2 ไปถึงแก่งกระจาน อยู่ที่ 26 กม./ลิตร ซึ่งถือว่า “ประหยัดมาก” นะครับ สำหรับการเดินทางยืนพื้น 120 ที่ใช้รอบเครื่องยนต์ 5,000-7,000 รอบในครั้งนี้
นอกจากนี้ทาง Benelli ยังแอบกระซิบผมมาว่า ใครที่เป็นลูกค้าของ Benelli นอกจากจะได้รถดีๆไปขี่เที่ยวสนุกๆแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมให้ได้ออกทริปพบปะกันอยู่อย่างสม่ำเสมออีกด้วยจ้า!
โดยเจ้า Benelli TRK 251 มี 2 สี ขาว และดำ กับ 2 เวอร์ชั่น “สแตนดาร์ด” ราคา 113,000 บาท และเพิ่มเงินอีกนิด “ติดกล่อง” 3 ใบในราคา 129,000 บาท เท่านั้นเอง ..เริ่มสนใจแล้วใช่มั้ยล่ะ?..



สามารถติดต่อไปลองคร่อมลองขี่กันได้ที่ศูนย์บริการ Benelli ใกล้บ้านได้เลยนะครับ หรือติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
แฟนเพจ www.facebook.com/BenelliTH/
หรือค้นหาตัวแทนจำหน่ายที่ thailand.benelli.com/ ครับ

