ศึก “Bluecore-Hybrid” 125 ซีซี .. เลือกรถที่ใช่ แล้วสนุกไปกับสไตล์ที่ชอบ

จับ 2 โมเดลสุดฮอต ที่แทบจะ “แย่งกันฮิต” บนแพลตฟอร์ม 125 ซีซี. จากยามาฮ่ามาเทียบกันให้เห็นช็อตต่อช็อต.. เผื่อจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ..ว่าคันไหนจะเหมาะกับเรา บางออพชั่นอาจจะยังไม่จำเป็น หรืออาจจะชอบรายละเอียดบางอย่างมากกว่า ..แล้วสไตล์ไหนที่เหมาะกับเราจริงๆ? ลองมาช่างน้ำหนักกันดูได้ที่นี่เลยครับ.. Yamaha Grand Filano Hybrid Connected ปะทะ Yamaha Fazzio Hybrid Connected!

ดีไซน์
เริ่มต้น “โมเดิร์น” เหมือนกัน ต่างกันที่เปอร์เซ็นต์ความ “คลาสสิก” ที่เอามาใส่… สำหรับคนที่มองหากลิ่นอายความคลาสสิกแน่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสีสัน เส้นสาย หรือส่วนประกอบ ให้หันไปทาง Grand Filano ก่อนเลย เพราะด้วยรูปทรงที่ค่อนไปทางกลมมนตลอดรอบคัน บวกกับการผสมคู่สีระหว่างเบาะนั่งและชุดสีรถ ซึ่งเป็นกลิ่นอายที่จะเห็นได้จากสกู๊ตเตอร์ยุคคลาสสิกทั่วไป

ส่วนรุ่น Fazzio นั้นจะเน้นคำว่าโมเดิร์นเสียมาก นำรูปทรงแคปซูลมาใช้ในงานออกแบบรอบคัน ทั้งไฟหน้า ไฟเลี้ยว หน้าปัด หรือแม้กระทั่งชุดสี เป็นลักษณะของงานออกแบบ Futuristic ที่จะใช้รูปทรง และสีสันจัดๆแบบนี้จากยุค 1980 โดยเฉพาะพวกป็อปคัลเจอร์ต่างๆที่มีการจินตนาการถึงภาพยวดยานในอนาคต..

สมรรถนะ
ถ้าดูแค่เครื่องยนต์อยู่บนพื้นฐานเครื่องสูบเดี่ยว 125 ซีซี.เหมือนกัน ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีการนำเทคโนโลยี Smart Motor Generator มาผนึกกำลังเพื่อใช้ในการออกตัว ทำให้ได้ความประหยัดน้ำมันมากขึ้น แม้จะเปิดคันเร่งหนักๆ โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 53 กม./ลิตร ++ (จากการทดสอบใช้งานจริงแบบเต็มข้อ)

ช่วงล่างก็ “เกือบจะเหมือนกัน” โช้คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิค โช้คหลังแขนเดี่ยวด้านซ้ายกับล้อขอบ 12” หน้าหลัง ..จุดที่หน้าแปลกใจคืออาการของช่วงล่างทั้ง 2 คันนี้ “ต่างกันพอสมควร” แค่เพราะเพียงคุมแคสเตอร์ ยางติดรถ และการเซ็ตอัพต่างกันแค่เล็กน้อยเท่านั้น

โดยคาแรคเตอร์ของ Grand Filano นั้นสัมผัสได้ถึง ความพรีเมียม นุ่มนวล พร้อมซัพพอร์ตผู้ขับขี่ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานประจำวัน หรือนำไปออกทริปก็สบายๆ พร้อมเบาะนั่งนุ่มๆ กับยางสตรีทยอดนิยมของ Maxxis เข้ามาช่วยซับแรงกระแทกอีกต่อ

ส่วน Fazzio เป็นรถที่เซ็ตอัพมากลางๆ เน้นนั่งในระยะทางสั้น ตัวเบาะนั่งอาจจะไม่นุ่มเท่าไร ส่วนการซับแรงกระแทกเองอยู่ในระดับที่ทำได้ดี แต่ไม่แนะนำให้ขับขี่ด้วยความเร็วสูง(100 กม./ชม.++) โดยเฉพาะช่วงการพับเลี้ยวแรงๆ เพราะรถจะรับกับแรงบิดแรงเหวี่ยงหนักๆได้ไม่ดีเท่าที่ควร

 

ออพชันติดรถ
ทั้ง 2 คันเป็นรถที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้ยอดเยี่ยม แต่ก็รายละเอียดเล็กๆต่างกันอยู่นิดหน่อย เริ่มจากช่องเก็บของที่ Grand Filano ได้มาแบบจุใจที่ 27 ลิตร ใส่ของใช้ได้แบบเบิ้มๆ ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบเปิดหน้าได้ ในขณะที่ Fazzio มีช่องเก็บของขนาด 17.8 ลิตรเท่านั้น เนื่องจากต้องแชร์พื้นที่ใต้เบาะกับถังน้ำมันขนาด 5.1 ลิตรด้วยนั่นเอง แต่ว่ายามาฮ่าก็ชดเชยด้วยการเพิ่มตะขอแขวนของเป็น 2 ตำแหน่งบริเวณใต้คอนโซลหน้า และใต้เบาะผู้ขับขี่แทน..

อีกหนึ่งการใช้งานที่สะดวกและโดดเด่นของ Grand Filano อีกอย่างคือ การเปิดฝาถังน้ำมัน เพื่อเติมน้ำมันได้ง่าย เพราะอยู่ตรงตำแหน่งใต้คอนโซลหน้า แม้จะต้องบีบความจุน้ำมันให้เหลืออยู่ที่ 4.4 ลิตรก็ตาม
สุดท้ายกับฟีเจอร์เชื่อมต่อที่ทันสมัยที่สุดในตลาดตอนนี้อย่าง Y-Connect ซึ่งมีมาให้เหมือนกันทั้ง 2 คัน สามารถเชื่อมต่อได้ง่ายๆเพียงสแกน QR Code ผ่านแอปฯ ก็จะเข้าถึงฟังก์ชันอื่นๆได้ ทั้งสถานที่จอดรถล่าสุด รับการแจ้งเตือนสายโทรเข้า-ออก หรือข้อความผ่านหน้าปัดรถได้ แจ้งเตือนระยะบำรุงรักษา และอื่นๆอีกเพียบ ..

สรุป
รถที่วิ่งฉิวได้ดั่งใจนึกได้แก่ Yamaha Grand Filano Hybrid จากการบาลานซ์น้ำหนักตัว 102 กก. กับตำแหน่งท่านั่งควบคุมที่ไม่รู้สึกตะขิดตะขวง ทำให้การขับขี่ทำความเร็ว วิ่งไฮเวย์ยาวๆ หรือวิ่งในเมือง ทำได้คล่องตัวกำลังดี ในสไตล์ที่รถสกู๊ตเตอร์โมเดิร์นคลาสสิกควรจะเป็น โดยมีกลิ่นอายของสกู๊ตเตอร์สไตล์ยุโรปอยู่แน่นๆ

ส่วน Yamaha Fazzio Hybrid จะมีค่าพลังการขับขี่แบบ City Use สูงสุดๆ คือการขับขี่แต่ละครั้งในระยะสั้นๆเก่งมาก น้ำหนักตัวแค่ 96 กก. เบาะนั่งต่ำ หักเลี้ยวแฮนด์คล่องแคล่ว แถมได้ชุดยางสเปกลางๆเน้นใช้งานยาวนานมาให้ ทำให้ค่าบำรุงรักษาก็จะน้อยลงไป จึงเหมาะกับคนที่ใช้งานในระยะไม่ไกลนักนั่นเอง

ซึ่งราคาของทั้ง 2 รุ่นนี้ก็ต่างกันอย่างชัดเจน Yamaha Grand Filano Hybrid Connected เริ่มต้นที่ 64,700 บาท โดยมีรุ่นเสริมตัวท็อปที่จะได้เบรก ABS ด้านหน้า กับระบบกุญแจสมาร์ทคีย์ พร้อมขยับราคาเป็น 69,200 บาท.. ส่วน Yamaha Fazzio Hybrid Connected จะเริ่มต้นที่ 53,800 บาท ไม่มี ABS แต่รุ่นท็อปจะเพิ่มระบบสมาร์ทคีย์ให้ในราคารวม 55,500 บาท เท่านั้น..