5 ประเด็น 2023 BMW S 1000 RR.. อัปเดตอะไร ไฉไลขึ้นเป็นกอง?!

“ฉลาดออกแบบ” สำหรับรถที่มีพื้นฐานยอดเยี่ยมอย่าง BMW S1000RR ที่หากย้อนไปเมื่อคราวเปิดตัวโฉม “โลมา” นี้ครั้งแรก คงนึกไม่ออกว่าจะต้องเพิ่มเติมอะไร ทั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์และสมรรถนะที่สามารถยืนหนึ่งทั้งบนถนนและสนามแข่งได้สบายๆ ยกเว้นเสียแต่ความไม่คุ้นหน้าตาที่ปรับจาก “ฉลาม” โฉมเดิม แต่จนแล้วจนรอดก็ปล่อยเวอร์ชันพัฒนาใหม่ แถมยอดเยี่ยมกว่าเดิมได้อีกเสียอย่างนั้น..

สำหรับคนที่สนใจซูเปอร์ไบค์เยี่ยมๆ รหัส S 1000 RR คันนี้ ผมทดสอบและทำสรุปข้อมูลมาให้เรียบร้อย อ่านครบ ไปจบที่ใบจองได้สบายใจเลย!

1. ต่อยอดกับรหัส “M”
เมื่อ BMW กลับไปนั่งทบทวนอดีตประวัติศาสตร์กว่า 10 ปีของ S1000RR และ M1000RR(โฉมฉลาม) ก็พบถึงวัตถุดิบความยอดเยี่ยมที่มีอยู่เต็มกระเป๋า จึงนำข้อมูลต่างๆมาพินิจพิเคราะห์ จากรหัส M มาตกผลึกจุดต่างๆใส่ให้กับ S1000RR โฉมนี้ กลายเป็นรถที่กลมกล่อมไปอีกขั้นเพียงปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆเหล่านี้เท่านั้น

เพิ่มความสูงชิลด์บังลมหน้า.. ไม่ต้องหมอบติดถังก็หลบลมสบายใจ ปรับระบบทางเดินอากาศ ให้ลมเข้าได้มากขึ้น เปลี่ยนหัวสูบและแอร์บ็อกซ์ให้เป็นแบบ M1000RR เพื่อสมรรถนะสูงสุด (ได้ม้าเพิ่ม 3 ตัว รวมเป็น 210 แรงม้า) พร้อมเฟรมรหัส M ปรับจุดยึดสวิงอาร์มได้

2. แอโร่ใหม่ “นิ่งสุดๆ”
ปรับชุดใหญ่ สำหรับส่วนของแฟริ่งรอบคัน จากการที่มีการปรับโครงสร้าง องศา จุดยึด แม้จะดูเหมือนเล็กน้อยแต่ไหนๆก็ไหนๆ ..BMW ทำให้มันดีที่สุดในทีเดียวไปเลย.. ด้วยการวาง S 1000 RR โฉมนี้ในอุโมงค์ลม จนได้ผลลัพธ์สุดท้ายเป็นชุดแฟริ่งซิ่งที่ทุกท่านกำลังเห็นอยู่ในขณะนี้

แฟริ่งหน้าถูกปรับให้วิ่งฝ่าสายลมในช่วงความเร็วสูงได้ดีมากขึ้น นอกจากบังลมหน้าที่สูงขึ้นพร้อมเพิ่มการมองเห็นบริเวณด้านข้างแล้ว ยังมีชุด “วิงเล็ต” ที่ทำจากพลาสติกผสมสร้างแรงกดตามหลักแอโรไดนามิกส์ ซึ่งเพิ่มแรงกดด้านหน้า (ความเร็ว 300 กม./ชม.) เป็น 17.1 กก. โดยถ้าเราเอามือไปคลำดูแล้วจะพบว่ามันมีลักษณะคล้ายกับลักษณะของปีกเครื่องบิน..

เมื่อลองหมอบขับขี่ที่ช่วงความเร็วสูงดูแล้วจะพบทันทีว่า “นั่งสบาย” เพราะหากเทียบกับซูเปอร์ไบค์คลาส 1000 ซีซี. หลายรุ่น แล้วจะพบว่าส่วนใหญ่ถ้าจะหมอบหลบลมให้เสียงเงียบได้ขนาด S 1000 RR คันนี้จะต้องวางคางไว้กับถังน้ำมันเท่านั้น ในขณะที่เจ้า MY 2023 คันนี้ กลับอาศัยเพียงก้มตัวลงนิดหน่อยก็พอ..

3. ปรับท่านั่ง
เป็นเรื่องเล็กน้อย ที่ส่งผลใหญ่โตตามมาพอสมควร เมื่อ S 1000 RR โฉมใหม่ที่ถูกปรับองศา Rake & Trail ให้มีลักษณะที่เชิดหน้ามากขึ้นเพียงเล็กน้อย เพื่อควบคุมการตอบสนองของช่วงล่างด้านหน้าได้เฉียบคมมากขึ้น พร้อมปรับตำแหน่งพักเท้าหลังให้ยังเป็นท่านั่งที่หมอบทำความเร็วแบบรถซูเปอร์ไบค์ได้เหมือนเดิม และยังขยายระยะฐานล้อออกมานิดหน่อย ส่งผลให้การขับขี่พลิกเลี้ยวในสนามแข่งความเร็วสูงทั่วไปนั้นทำได้อยู่มือมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากโฉมก่อนหน้านี้ ซึ่งจะมีฐานล้อสั้นกว่า ..พลิกซ้าย-ขวาได้เร็วกว่าก็จริง แต่ก็อาจจะทำให้รู้สึกไม่มั่นคงบ้าง ต่างจากที่เป็นใน S 1000 RR โฉมนี้

4. ปรับปรุงอิเล็กทรอนิกส์
พอกันทีกับการกดเซ็ตหน้าจอแสดงผลทุกครั้งที่สับสวิตช์ปิด-เปิด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ส่วนแสดงผลและการตั้งค่าต่างๆ(ของหน้าจอ) จะถูกรีเซ็ตให้เป็นค่าตั้งต้น จนบางครั้งเมื่อเรานำมาขับขี่ในสนามแข่ง ที่อาจจะต้องการจอแสดงผลแบบสปอร์ต อยากดูข้อมูลการขับขี่ หรือจับเวลาต่อรอบ กลับกลายเป็นเสียอารมณ์แทน.. โดย S 1000 RR ใหม่นี้จะยังคงค้างหน้าจอแบบเดิมเอาไว้ตามการขับขี่ครั้งล่าสุด ทำให้ยูสเซอร์แบบเราๆ สามารถใช้งานรถได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม.. แม้ว่าระบบควบคุมที่ประกับแฮนด์ของ BMW เขาจะทำมาให้ใช้งานง่ายสุดๆแล้วก็ตาม

5. เพิ่มออพชั่นหมดหน้าตัก
หากยังจำกันได้กับออพชั่นเสริมที่เคยต้องซื้อเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็น Cruise Control, Heated Grips, เบาะนั่งคนซ้อน หรือครอบเบาะหลังแบบตูดมด .. “ไม่ต้องซื้อเพิ่มแล้ว” จัดให้เป็นมาตรฐานติดรถไปเลยสำหรับโฉมใหม่ใส่วิงชุดนี้.. ทำให้สามารถขับขี่ใช้งานบนถนนทั่วไปได้ฟินมากขึ้น โดยเฉพาะกับสายออกทริป

ส่วนสายสนามแข่งก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะมีอีกระบบที่ถูกเพิ่มเข้ามาเอาใจท่านๆด้วย กับระบบ Brake Slide Assist หรือระบบ “ช่วยเบรกสไลด์” โดยทำงานร่วมกับเซนเซอร์วัดองศาเลี้ยวของแฮนด์ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาบริเวณใต้แผงคอ.. ให้คนที่ชอบเบรกลึก สไลด์เข้าโค้งสไตล์นักแข่ง Moto 2 ได้ โดยไม่ขัดกับการทำงานของระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆโดยเฉพาะ Traction Control ที่จะคอยดูการหมุนของล้อหลัง แต่ระบบนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อครบเงื่อนไขต่างๆ ทั้งความเร็วที่ใช้ องศาแฮนด์ที่กำลังเลี้ยว การตั้งค่า ABS PROและโหมดการขับขี่ ที่ต้องเป็น Race Pro เท่านั้น..

โดยรวม.. เมื่อได้ขับขี่ BMW S 1000 RR โฉมล่าสุดนี้ ทำให้ผมประหลาดใจ เมื่อความประทับใจจากการทดสอบโฉมก่อนหน้า (โลมาไม่มีวิงก์) คือความพรั่นพรึงของความเร็วที่ S1000RR มอบให้ แต่สำหรับการปรับปรุงครั้งนี้กลับไม่ใช่อย่างนั้นอีกแล้ว..

ทุกอย่างความรู้สึกหลังแฮนด์บาร์ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความมั่นใจ ไร้ข้อกังขา .. S 1000 RR ถูกปรับให้เป็นมิตรกับผู้ขับขี่มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่อง “ความนิ่ง” ไม่ว่าจะในช่วงความเร็วทะลุ 250 กม./ชม. หรือแม้ขณะอยู่ในโค้ง ที่ความเสถียรของการควบคุมอันเกิดจากการทำงานร่วมกันของทุกองค์ประกอบในรถ ทั้ง เครื่องยนต์ ช่วงล่าง โครงสร้าง และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่วัดการทำงานของเซนเซอร์แบบโคตรละเอียด “สนับสนุนผู้ขับขี่” ให้สนุกไปกับความแรงได้อย่างเต็มพิกัด “ไม่ขัดอารมณ์” ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นของ BMW มาโดยตลอด..

สำหรับ BMW S1000RR โฉมใหม่นี้ วางจำหน่ายเริ่มต้นที่ราคา 984,000 บาท (สีดำ) และราคา 999,000 บาท สำหรับรุ่นสีแดง Racing Red ..สนใจติดต่อ BMW Motorrad ใกล้บ้านท่านได้เลยนะครับ ..

ข้อมูลเพิ่มเติม
เครื่องยนต์ 999 ซีซี. 4 สูบเรียง วาล์วไทเทเนียม และระบบ BMW ShiftCam
กำลังสูงสุด 154 kW (210 hp) ที่ 13,750 rpm
แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่ 11,000 rpm
กันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 45 มม. ปรับไฟฟ้า
กันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Link-Type ปรับไฟฟ้า, สวิงอาร์มอลูมิเนียมแบบ WorldSBK
น้ำหนัก (รวมของเหลว) 197 กิโลกรัม
ออปชั่นพื้นฐาน – 4 โหมดขับขี่ (Rain, Road, Dynamic, Race) + 3 Riding Modes Pro
– Launch Control
– Pitlane-Limiter
– DTC Shift +/-
– Brake-Slide Control
– DDC Dynamic Damping Control
– BMW Motorrad Race ABS and ABS Pro
– DTC (Dynamic Traction Control)
– HSC (Hill Start Control)
– Shift Assist Pro
– M GPS Laptrigger
– Cruise control
– Heated grips
– Pillion Seat Cover