เป็นอีกรุ่นที่ปลุกรหัสตำนานขึ้นมาอีกกับสายคลาสสิก Scrambler “CL500” ครั้งนี้ จัดทรงอยู่บนพื้นฐานโมเดลขายดี Honda Rebel 500/300 เพื่อความใช้งานง่ายสามารถขับขี่ได้ทุกวัน (แถมถูกใจวัยรุ่น) เพิ่มการปรับปรุงรายละเอียดต่างๆรอบคันให้เหมาะกับสไตล์ที่เปลี่ยนไป “ลุย” ได้เต็มระบบมากขึ้น.. มีอะไรบ้างล่ะ?

1. เครื่องบล็อก 500 ที่อาจไม่คุ้นเคย

เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ขนาด 471 ซีซี. 8 วาล์ว สุดนุ่มนวลควบคุมง่าย ขึ้นชื่อเรื่องความอึด ถึก ทน.. เป็นจุดเด่นให้ไลน์อัพสตรีทไบค์ของฮอนด้าแข็งแกร่งเกินใคร ที่เป็นหัวใจหลักของ CL500 มีการปรับจูนให้แตกต่างไปจากเพื่อนๆเล็กน้อย ขยับแรงบิดเป็น 43.4 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ และกำลังสูงสุดเป็น 46.94 HP ที่ 8,500 รอบ พร้อมการทดสเตอร์หลังใหม่ จากเดิม 40 ซี่ เป็น 41 ซี่ ช่วยเพิ่มฟีลลิ่งอัตราทดให้สนุกสนานถึงใจมากขึ้นนั่นเอง

2. โครงสร้างเปลี่ยนไป

แม้จะมีการวางเครื่องยนต์อยู่บนเฟรมเดิมของ Rebel 500 แต่ส่วนประกอบต่างๆของ Scrambler คันนี้เปลี่ยนไปจากสไตล์ครุยเซอร์เดิมๆพอสมควร ด้วยการปรับช่วงล่างและมิติรถให้เหมาะสมกับการ “ลุยดิน” มากขึ้น..
ระยะห่างจากพื้นถึงท้องเครื่องที่ 155 มม. ระยะ Rake อยู่ที่ 27° ระยะ Trail ที่ 108 มม. ระยะฐานล้อ 1,485 มม. น้ำหนักตัวรวมของเหลว 192 กิโลกรัม หรือ “ก้มลงมาด้านหน้ามากขึ้น” ฐานล้อก็สั้นลง.. แม้ดูภายนอกจะไม่ต่างจากเดิมมากนัก ก็เป็นตัวเลขที่ทำให้เรารู้ว่าเจ้า CL500 นี้ “ขยับตัวง่าย” กว่าพี่น้องครุยเซอร์ของตัวเองแน่นอน

3. ช่วงล่างปรับใหม่

โช้คอัพหน้า เทเลสโคสปิคสเปกเดียวกับ Rebel 500 เพิ่มระยะยุบขึ้นมาอีกกว่า 30 มม. (150 มม.) เช่นเดียวกับโช้คอัพหลังคู่ก็เพิ่มระยะยุบขึ้นมาอีก 49 มม. (145 มม.) พร้อมปรับระดับพรีโหลดได้อีก 5 ระดับ (3 คลิกแข็งขึ้น 1 คลิกอ่อนลง) พร้อมยางหุ้มโช้คอัพหน้าสไตล์วินเทจที่จะช่วยปกป้องโช้คอัพของเราจากเม็ดฝุ่นจิ๋วๆได้ด้วย.. สังเกตได้ว่าระบบกันสะเทือนของ CL500 นี้ให้ระยะยุบมากพอสมควร.. “เหมาะสมกับถนนประเทศไทยยิ่งนัก”

ระบบเบรกเองก็ได้อัพเกรดเพิ่มเล็กน้อย.. ขยายขนาดดิสก์เบรกหน้าเป็นไซซ์ 310 มม. พร้อม ABS แบบดูอัลแชนแนลที่ฮอนด้าเคลมมาว่า “ปรับมาให้เหมาะกับทางฝุ่นมากขึ้น” ด้วย..
สุดท้ายกับวงล้อสไตล์ออฟโร้ดหน้าใช้ยางขอบ 19 ของ Dunlop Mixtours และขอบ 17 ด้านหลัง เป็นชุดยางสไตล์สตรีทที่มีบั้งพอให้ไปลุยทางดินกรุบกริบๆพอได้บ้าง

4. สไตล์ดิบดุ

“เรียบง่าย ดิบ ดุดัน” คือแนวทางที่ฮอนด้าปูเอาไว้ให้ทีมออกแบบของ CL500 และทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะแฮนเดิลบาร์ทรงสูง และท่อไอเสียยกสูงให้ลุค Scrambler ทำให้ได้มิติการขับขี่ที่ค่อนข้างครอบคลุมหลายรูปแบบการใช้งาน

ความสูงเบาะปรับสูงขึ้นมาเป็น 790 มม. (Rebel สูง 691 มม.) แต่ก็ขยับตัวขึ้นไปขับขี่ได้ง่ายด้วยช่วงกลางตัวรถที่แคบ พร้อมแผ่นปิดด้านข้างตอบรับกับสรีระเมื่อต้องยืนขับขี่ ในขณะเดียวกันฝาปิดนี้สามารถถอดออกได้ง่ายๆด้วยการไขกุญแจออกเท่านั้น ก็เปิดเปลือยเห็นชุดตะขอแขวนหมวกกันน็อคด้วย

Honda CL500 รหัสนี้มาพร้อมฟีเจอร์อื่นๆแบบที่เราเห็นในบิ๊กไบค์คลาส 500 ซีซี. ของฮอนด้า เช่น ระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ หรือ Emergency Stop Signal (ESS) ที่จะทำงานเมื่อมีการเบรกอย่างกะทันหันที่ความเร็วมากกว่า 50 กม./ชม. ขึ้นไป หรือ หน้าปัดเรือนไมล์แบบ Negative LCD ที่เป็นทรงกลมในรถตระกูล Rebel เองก็ตาม.. ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าเราจะได้เห็นโมเดลนี้วางจำหน่ายในประเทศไทย อย่างต่ำก็ปีหน้า (2023) เพราะปกติของรถที่เปิดตัวงาน EICMA Show จะเริ่มวางจำหน่ายในปีถัดมานั่นเอง

เรื่อง: Takumi Gunn

