Full Review : All New Honda CRF450RL
เรื่อง :แทน ธรรมชาติ
ภาพ : MIKE MX
….การเดินทางเพื่อไขปริศนาความมันส์ของ CRF450RL ครั้งนี้ เริ่มต้นจาก กรุงเทพฯ สู่ เพชรบูรณ์ ตัดตรงเข้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ด้วย “เป้าหมาย” บุกไปพิชิตเส้นทางธรรมชาติ ณ “สวนสนนางพญา” อีกหนึ่งความงามของธรรมชาติที่ต้องฝ่าสภาพภูมิประเทศสุดโหดและสภาพอากาศที่คัดมาครบทุกรส ทำให้การทดสอบยกระดับความท้าทายไปอีกขั้น ภาระกิจของเราในครั้งนี้ ทำให้ผมได้พบคำตอบมากมายใน All New Honda CRF450RL จัดเต็มทั้งทางดินและทางดำ!! 
Day 1 เดินทางไกลบนไฮเวย์ กรุงเทพฯ – เพชรบูรณ์
ความเร็วยืนพื้นสำหรับเครื่องยนต์ขนาด 449 ซีซี สามารถทำได้บนทางไฮเวย์ ขับขี่สบายๆ ที่ 100-120 กม./ชม. โดยยังมีกำลังเหลือไว้สำหรับการเร่งแซงได้เหลือๆ สำหรับ Top speed ซึ่งผมทำได้ที่ 132 กม./ชม. น้ำหนักของนักทดสอบรวมชุดขับขี่ 90 กก. โดยประมาณ อาจเป็นภาระสำหรับการทำความเร็วสูงสุดเล็กน้อย

“ช่วงเกียร์” ที่ใช้ เกียร์ 1-3 มีความชิดแต่ติดมือมากๆด้วยสไตล์เครื่องยนต์สายลุย เกียร์ที่เหมาะสมกับการเดินทางก็จะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 4-6 เป็นต้นไป ขณะที่ถังน้ำมันขนาด 7.6 ลิตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 26.3 กม./ลิตร


ท่านั่งในการเดินทางไกล เบาะขนาดเล็กอาจจะไม่เหมาะนัก แต่ไม่ใช่ปัญหา ตรงนี้เราสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ขับขี่ ด้วยของแต่งตามท้องตลาด แฮนด์บาร์กว้างอยู่ในตำแหน่งที่พอดีจับถนัดควบได้อย่างมั่นใจ หัวเข่าหนีบตัวถังรถได้กระชับ เป็นท่าขับขี่ที่ถือว่าผ่านสำหรับเดินทางไกล แต่ถ้าถูกปรับแต่งในส่วนของเบาะก็จะทำให้การเดินทางสบายมากยิ่งขึ้น


ขึ้นเขาเทโค้ง เขาค้อ – ทุ่งแสลงหลวง
ช่วงล่างด้านหน้าโช้คหัวกลับขนาด 49 มิลลิเมตร ด้านหลังแบบ โปร-ลิงค์ จากแบรนด์ Showa สามารถปรับระดับได้แบบเต็มระบบทั้งหน้าและหลัง เซ็ตติ้งเดิมๆจากโรงงาน น้ำหนักนักทดสอบรวมชุดขับขี่ 90 กก. เข้าโค้งหนักๆได้สบาย หนึบ เดินคันเร่งออกจากโค้งนิ่ง ไม่มีอาการ หลุมบ่อระนาดผ่านได้ดีมาก ช่วงล่างตัวเทพชุดนี้ ยิ่งขี่ก็ยิ่งมั่นใจ



สิ่งที่ถูกใส่ใจลงรายละเอียดมาอย่าง “สวิงอาร์มอลูมิเนียม” ถูกเสริมด้วยโฟมยูรีเทน ช่วยลดเสียงรบกวนขณะขับขี่จากยางที่เป็นแบบหนาม ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากช่วงล่างได้เป็นอย่างดี

ระบบเบรกหน้า-หลัง เป็นแบบดิสก์เดี่ยวมาพร้อมชุดคาลิเปอร์จาก Nissin ตอบสนองได้ดีมีการไล่น้ำหนักเบรกมาได้เป็นอย่างดี หนึบ เอาอยู่ทุกสถานการณ์ ซึ่งผมได้ทดสอบทั้งทางแห้งและทางเปียก ถือว่าเบรกชุดนี้สอบผ่าน


ยาง IRC ขนาดยางหน้า 80/100-21 M/C 51P ขนาดยางหลัง 120/80-18 M/C 62P ถึงจะเป็นยางหนามแต่ก็ถูกออกมาแบบการใช้งานบนท้องถนนได้ดี หลังจากทดลองเข้าโค้งเส้นเขาค้อ เจอทั้งทางแห้งเข้าโค้งแบบหนักๆ เข้าโค้งขณะฝนตกถนนเปียก มีการยึดเกาะที่ทำได้ดี ขี่แล้วมั่นใจปลอดภัยหายห่วง

ระบบไฟ Full LED ไฟหน้าหล่อสุดๆดีไซน์ทันสมัย All LED Hexagon ส่องสว่างในทุกพื้นที่ ไฟเลี้ยวขนาดเล็กเข้ากับรถเป็นอย่างดี แสดงสัญญาณได้ชัดเจนบนท้องถนน

หน้าปัดเรือนไมล์แสดงผลขนาดเล็ก แต่ทรงประสิทธิภาพ แบบ Digital Meter ที่บอกฟังก์ชั่นรายละเอียดในการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน รอบเครื่องยนต์ ความเร็ว Trip A-B บอกระยะทางรวม อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน มองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้จะมีขนาดเล็กก็ตาม

Day 2 ภารกิจพิชิตเส้นทางธรรมชาติ สวนสนนางพญา
เริ่มที่คำถามคาใจกันก่อนกับเครื่องยนต์ 449 ซีซี แรง(สูตร) หรือ ไม่แรง(ไม่สูตร)..???
อัตราส่วนแรงอัดที่ 12.0:1 แรงบิดสูงสุดที่ 32 นิวตันเมตรที่ 3500 รอบ สเตอร์หน้า 14 ฟัน หลัง 51 ฟัน เน้นต้นจัดตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ทอร์กมหาศาล ได้ระบบ Unicam เข้ามาช่วย ทำให้การเรียกกำลังของเครื่องยนต์ทำได้เนียนมาก ช่วยให้บิดติดมือในทุกย่านความเร็ว ยิ่งเป็นช่วงเส้นทางแบบครอสคันทรี่ชู้ตความเร็วแบบเต็มกำลัง ทำให้รู้สึกได้ชัดเจนถึงพลังของเครื่องยนต์บล็อกนี้ ระบบระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำคู่ พัดลมไฟฟ้าที่ใช้ในรถแข่งระดับโลก หมดห่วงเรื่องความร้อนของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกับ CRF450 R ที่ใช้ในการแข่งขัน แตกต่างที่ระบบข้อเหวี่ยง ในรหัส RL จะใหญ่กว่า และระบบเกียร์ที่เพิ่มจากรหัส R มาเป็น 6 เกียร์ เพราะฉะนั้น DNA รถแข่งยังคงอยู่ในเครื่องยนต์บล็อกนี้ เป็นการพัฒนาให้เครื่องยนต์ในรหัส RL ใช้งานครอบคลุมสำหรับการเดินทางได้ดีมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ด้วยขุมพลัง ซึ่งผมทดสอบแล้วยืนยันว่า ใกล้เคียงกับรถสูตรแน่นอน

ทีเด็ดทางดินยกให้เป็นระบบช่วงล่างชุดนี้ เป็นช่วงล่างชุดเดียวกับ ตัวแข่งในรหัส R แตกต่างเพียงค่าความแข็งอ่อนของสปริงที่ตัว RL จะปรับได้นิ่มกว่าเพื่อตอบสนองการใช้งานบนถนนและทางดินที่นุ่มนวลขึ้น สำหรับช่วงล่างชุดนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจากค่าเซ็ตติ้งโรงงาน ผู้ขับขี่น้ำหนัก 85 กก. สามารถตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักน้อยกว่านี้และกลัวว่าโช้คจะแข็งจนเกินไปจุดนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะชุดช่วงล่างชุดนี้สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างละเอียด Pre-Load, Compression และ Rebound Damping


น้ำหนักเบาจริง
เฟรมและสวิงอาร์มใช้วัสดุอลูมิเนียม ตัวเฟรมเดียวกับ CRF450 R มีความกว้างกว่าเล็กน้อยเพื่อรองรับชุดเกียร์ที่เพิ่มขึ้นมา ถังน้ำมันเป็นไทเทเนียม แบตเตอรี่ลิเที่ยม 12V 4.5 Ah ขนาดเล็ก ทั้งหมดนี้ช่วยทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง ช่วยให้การควบคุมทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ อย่างเช่น ขาตั้งที่ให้มาก็ใช้วัสดุอลูมิเนียม โดยน้ำหนักรวมทั้งหมดเพียง 131 กิโลกรัม เท่านั้น


แฮนด์เดิลบาร์แบบอลูมิเนียม เกรดเดียวกับรถแข่ง แบรนด์ดังจาก RENTHAL มาพร้อมนวมกันกระแทก สวยทน แข็งแรง การควบคุมทำได้ดี อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม การ์ดแฮนด์ Knuckle Guard ช่วยป้องกันมือของผู้ขับขี่ใช้งานได้เป็นอย่างดี

การ์ด 5 จุด
การ์ดดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การ์ดแครงก์เครื่องยนต์ ป้องกันในส่วนของปั๊มน้ำ การ์ดป้องกันฝาเครื่องยนต์ ทั้งฝั่งจานไฟและฝั่งคลัทช์ เป็นการใส่ใจในรายละเอียดของทาง Honda ที่จัดชุดแต่งการ์ดป้องกันมาให้ในหลายๆจุดที่สำคัญ และสามารถใช้งานได้จริง

วงล้อหน้า-หลัง เป็นอลูมิเนียมจากแบรนด์ D.I.D รุ่น DIRTSTAR มาพร้อมยาง IRC วงล้อแข็งแรงทนทาน ยางสำหรับทางดินยังมีอาการไถลอยู่บ้างเล็กน้อยที่ด้านหน้า แต่โดยรวมแล้วสอบผ่าน อยู่ที่การเลือกใช้งานให้ถูกประเภท ถ้าต้องลุยจริงๆ แนะนำว่าเปลี่ยนเป็นยางที่มีดอกกว้างสักนิดรับประกันความสนุกได้เลย

สรุปคำถามที่ว่า CRF450RL เหมาะกับใคร.? …คำตอบที่ได้นั้นอยู่ที่ว่า ใคร? เป็นคนตั้งคำถาม
ด้วยมุมมองของผู้ใช้รถโปรดักชั่น อย่าง CRF250L 300L หรือค่ายอื่นที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดบ้านเรา โดยส่วนตัวผมเองก็ได้สัมผัสมาในหลายรุ่น ความแตกต่างที่ชัดเจนในส่วนของเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ใกล้เคียงกับรถสูตรของ CRF450RL แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด แรงทอร์กอันมหาศาลอาจต้องปรับตัวกับคันเร่งให้ดี ช่วงล่างและออพชั่นที่ติดรถมาแบบเทพๆ เพียงพอแล้วสำหรับการขยับสเต็ปในการขับขี่ให้สนุกมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นส่วนที่จะมาเติมเต็มผู้ขับขี่ที่คิดว่าต้องการไปต่อกับเส้นทางสายนี้

คำตอบ : มุมมองของผู้ที่มีประสบการณ์สูง ผ่านการขับขี่รถสูตรมาบ้างแล้ว หรืออาจมีรถสูตรอยู่ในครอบครอง หากสัมผัสกับเครื่องยนต์บล็อกนี้อาจจะรู้สึกไม่เพียงพอสำหรับการนำไปลุยแบบหนักๆ เพราะความแตกต่างของแรงม้าที่ถูกตัดออกไปเพื่อตอบโจทย์การใช้งานบนท้องถนน และเพื่อให้ผ่านมาตราฐาน EU 5 แต่มีเหตุผลที่ผู้ขับขี่กลุ่มนี้มองข้าม CRF450RL ไม่ได้ก็คือ การที่รถคันนี้สามารถจดทะเบียนได้ สามารถนำไปขี่ท่องเที่ยวได้แบบสบายใจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

…ถ้าคิดว่าเครื่องยนต์บล็อกนี้แรงไม่พอ อันนี้ไม่ใช่ปัญหา ท่อสักใบ กล่องไฟจูนเจ๋งๆ เท่านี้ก็พร้อมทำให้คุณประหลาดใจได้แล้วสำหรับ All New CRF450RL ที่มีค่าตัวคุ้มสุดๆ แค่ 339,000 บาท เท่านั้น!!



