DIABLO ROSSO CORSA II ยางสปอร์ตใครว่าต้องอยู่แค่ในสนาม

PIRELLI DIABLO ROSSO CORSA IIยางสปอร์ตใครว่าต้องอยู่แค่ในสนาม
ผมเพิ่งมีโอกาสทดสอบสุดยอดยางสายสปอร์ต “DIABLO ROSSO CORSA II” ที่ Pirelli แอบกระซิบคอนเซ็ปต์ประจำยางรุ่นนี้มาเบาๆว่า “Everyday is Raceday”..หลังจากขี่รวดเดียวไปมากกว่า 600 กิโลเมตร ผมก็ได้ทดลองแก้มยาง “เกือบ” ครบทุกองศา และ “ได้เรื่อง” น่าสนใจมาเล่าดังนี้

ตัวตนแท้จริงของ DIABLO ROSSO CORSA II
“DIABLO ROSSO CORSA II” เกิดขึ้นจากการที่ Pirelli วางแกนหลักในการพัฒนาเนื้อยางสำหรับรถสปอร์ตที่สามารถใช้งานบน “ถนน” ได้ดีที่สุด ดังนั้น ยางหน้าจึงเป็นแบบ 2 คอมปาวน์ เสริมความแข็งแกร่งและการยึดเกาะบริเวณตรงกลางด้วยวัสดุ Silica 100% วัสดุที่ให้คุณสมบัติการยึดเกาะได้ดีแม้ในอุณหภูมิต่ำหรืออยู่ในสภาพถนนเปียก ซึ่งเราจะเห็นการใช้คอมปาวน์ยางแบบนี้ในยาง “สปอร์ตถนน” อย่าง Pirelli Rosso III .. ส่วนขอบยางนั้นเป็นวัสดุเดียวกับ Super Corsa คือ Carbon 100% บนพื้นที่แบบ Slick นั่นทำให้การแบนโค้งเต็มไปด้วยการยึดเกาะที่มั่นใจได้
ขณะที่ยางหลัง มาแบบ “3 คอมปาวน์” เพราะองศาการเอียงที่ต่างกันย่อมมีโจทย์การใช้งานที่ไม่เหมือนกัน และ Pirelli ได้ออกแบบยางหลัง 3 คอมปาวน์นี้มาเพื่อรองรับสายสปอร์ตอย่างครบครัน ไม่ว่าจะวันสบายๆ หรือวันเดือดๆในสนามแข่งก็ตาม..

พื้นที่ส่วนกลางของยางหลังคือพื้นที่ของ High Silica ผสมกับ Carbon รองรับการวิ่งทางยาว ไม่เสียเนื้อยางไปได้ง่ายๆ พร้อมการวอร์มยางได้อย่างฉับไว ดังนั้นเรื่องการยึดเกาะบนถนนแห้งคือไว้ใจได้อย่างเต็มที่.. ถัดมาที่ไหล่ยางเป็น Silica 100% แบบ Rosso III และส่วน Slick ที่ขอบยางเช่นเดียวกับที่ใช้ในล้อหน้า

ROSSO CORSA II vs. “ทะเลตะวันออก”
ช่วงแรกของการเดินทาง จากถนนบางนา-ตราด ทางตรงยาวๆจนถึง อ.บ้านบึง จังหวัดชลบุรี ผมความเร็วอยู่ในย่านสบายๆ 100-120 กม./ชม. กับ Yamaha XSR900 รถเฮอริเทจ ขุมพลัง 3 สูบ CP3 เช่นเดียวกับ MT-09 สุดโหดที่เราเห็นแอคชั่นดุๆมาแล้วจากภาพยนตร์ John Wick 3 ภาคล่าสุด.. ดังนั้นเรื่องแรงบิดอันทรงพลังก็ไม่ต้องเป็นห่วง..
สำหรับทางตรงยาวๆ DIABLO ROSSO CORSA II ทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดี สิ่งแรกที่สัมผัสได้ว่า “แตกต่าง” ไปจากยางติดรถรุ่นเดิมคือ “ความหนึบ” และ “น้ำหนักการควบคุม” ของล้อหลัง ที่ผมรู้สึกได้ทันทีว่า การพลิกรถควบคุม ไม่ว่าจะมุดช่องทางจราจร หรือเปิดคันเร่งแรงๆ (ปิด Traction Control) ยางชุดนี้มีการรองรับต่อลักษณะการควบคุมที่ “กระทันหัน” ของผมได้เป็นอย่างดี โดยที่ไม่ต้องพะวงว่า การเอามาหวดเดินทางไกลขนาดนี้จะทำให้หน้ายาง “แบนราบ” ลงไปเยอะ ด้วยส่วนประกอบ 3 คอมปาวน์ที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้นเอง

เข้าโค้งคืองานถนัด อยู่หมัดทุกการเลี้ยว!!
เมื่อเข้าสู่ถนนเล็กๆ เลี้ยวผ่านขุนเขาหลายช่วง ทำให้มีโอกาสได้เอียงรถแบบ “โค้ง High Speed” มีการใช้ยางพื้นที่แก้มยางมากขึ้น พื้นที่ Silica ทั้งหน้า-หลัง ถูกใช้งานและรู้สึกได้ในทันที จากปกติที่มักจะรับรู้ได้ถึงการสไลด์เล็กน้อยจากเศษหินหรือทรายบนถนน ที่เจ้า ROSSO CORSA II ทำให้ผมเรียกความมั่นใจในการเอียงรถได้มากขึ้น กล้าเปิดคันเร่งเพิ่มความเร็วในโค้งมากกว่าชุดยางปกติ ให้ความรู้สึกเหมือนยางที่มักจะถูกวอร์มอัพมาเรียบร้อยเฉกเช่นการวิ่งขับขี่ในสนามแข่งเพียงแค่ “ไม่ต้องใช้เวลาวอร์มนานขนาดนั้น”

และที่จุดไคลแม็กซ์ของการเดินทาง จุดหมาย ณ จุดชมวิวเนินนางพญา หาดคุ้งวิมาน จ.จันทบุรี มีโค้งผ่านหุบเขาแคบๆ ลักษณะทางชันขึ้นลง.. ที่น่าประหลาดใจคือ การพลิกรถเปลี่ยนโค้งในพื้นที่แคบๆนั้นทำได้ง่ายขึ้นจน “เหวอ” ในช่วงแรกๆ ก่อนจะเริ่มชิน และพบว่าพื้นที่ Slick ที่ขอบยางนั้นคือ “สุดยอดพื้นที่ความสนุก” ของยางชุดนี้ เป็นสิ่งดีๆ ที่ Pirelli ออกแบบมาเพื่อความมันในแบบสปอร์ตอย่างแท้จริง การยึดเกาะที่ดีเยี่ยม (บนอุณหภูมิที่เหมาะสม) เปิดพื้นที่ให้คุณได้สนุกกับสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่สุดๆ เมื่อถึงคราวที่คุณต้องการใช้งานพื้นที่นี้ของยาง

ทั้งนี้ PIRELLI DIABLO ROSSO CORSA II มีไซส์ตั้งแต่ 120(หน้า) และ 160 ถึง 200 (หลัง) เป็นยางที่สวมใส่ได้ตั้งแต่ในคลาส Middle Weight ไปจนถึงพวกตัว1000 ด้วยราคา “หมื่นกลางๆ” เทียบกับการได้ยางคุณภาพดี รองรับการใช้งานหลากหลาย แทบจะเป็นอัตราส่วน 50/50 (สนาม/ถนน) ได้อย่างสบายๆ…อ้อ..เรื่องการขับขี่บนถนนเปียก ลายดอกยางแบบใหม่ที่นี้ ก็รีดน้ำออกมาได้ดีกว่าสมราคา DIABLO ROSSO CORSA II

…เรียกว่า…เป็นยางที่สายสปอร์ตที่ชอบขี่ทริปน่าจัดหามาประจำการอย่างยิ่ง!!