เปิดตัว Ducati “DesertX” โมเดิร์นเรโทรเต็มชุดในคราบ Rally เต็มขั้น

เปิดตัวโมเดลสายลุยคันใหม่ในรหัส DesertX ต่อยอดจากคอนเซปต์ที่เคยนำมาโชว์ในงาน EICMA เมื่อปี 2019 โดดเด่นที่ความ “พร้อมลุย” แม้จะตั้งใจให้อยู่บนพื้นฐานโมเดล Scrambler จาก Ducati แต่ที่ไหนได้! ดันพัฒนาต่อขึ้นมาจากพื้นฐานโมเดล Multistrada V2 เพื่อตอบสนองการขับขี่ผจญภัย ..โดยเฉพาะในสไตล์ “Rally” ได้เต็มสูบ

  • 937 ซีซี. จาก Multistrada สู่ DesertX

แทนที่จะใช้เครื่องยนต์ Air-Cooled ตามสไตล์ไลน์อัพ Scrambler ของดูคาติ แต่เพื่อความสุดจึงเลือกใช้เครื่องยนต์ 937 ซีซี. Testastretta V-twin ของ Multistrada V2 แทนเสียดีกว่า ด้วยตัวเลข 108 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 92 นิวตันเมตร เช่นเดียวกับอัพเดตล่าสุดของเครื่องยนต์บล็อคนี้ หลังลดน้ำหนักลงไปกว่า 2 กิโลกรัม ดูคาติยังปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ พิเศษเฉพาะรุ่น DesertX.. โดยการย่นระยะของตำแหน่งเกียร์​1-2 เข้ามาให้เหมาะกับการขับขี่บนทาง Off-Road มากขึ้น ในขณะที่ตำแหน่งเกียร์ 3-4-5 สั้นลงกว่าในรุ่น Multistrada เช่นกัน รักษาช่วงเกียร์ 6 ยาวๆไว้ขับขี่เดินทางไกล

  • ช่วงล่างเพื่อการลุย

ครั้งแรกของดูคาติที่จับคู่ชุดล้อหน้า-หลัง ขนาด 21 นิ้ว และ 19 นิ้วไว้ด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่แค่เพิ่มความสามารถในการรับแรงกระแทกจากก้อนหินหรืออุปสรรคบนเส้นทาง แต่วงล้อไซส์นี้ยังมีตัวเลือกยางในสไตล์เอ็นดูโร่ “เพียบ”
ด้านระบบกันสะเทือนหน้า-หลังได้ Kayaba มาดูแลรับผิดชอบ พร้อมระยะยุบขนาด 230 มม.(หน้า) และ 220 มม.(หลัง) ปรับเซ็ตจากโรงงานให้เหมาะกับการลุยเส้นทาง Off-Road โดยเฉพาะ พร้อมระยะห่างจากพื้นถึงท้องรถที่ 250 มม. และความสูงเบาะ 875 มม.

ระบบเบรก Brembo M50 โมโนบล็อคด้านหน้า ออกแบบคาแรคเตอร์ให้ทำการหยุด/ชะลอรถในทางดินได้ “เข้ามือ” มากกว่า ไม่ใช่มีแต่พลังหยุดรถมากเกินไปจนควบคุมรถได้ยาก

  • มิติรถ-ฟังก์ชั่น ตอบทุกโจทย์การเดินทาง

นอกจากท่านั่งแบบ Upright ขับขี่สบายๆกับนวมเบาะที่ติดตั้งมาหนานุ่ม ทั้งผู้ขับขี่และคนซ้อนในช่วงเดินทางไกล ตำแหน่งของแฮนด์บาร์ เบาะนั่ง และพักเท้ายังออกแบบให้ลุกขึ้นยืนขับขี่ได้เข้าที่เข้าทางกับการขี่ลุยอุปสรรคมากขึ้นด้วย
ฟังก์ชั่นถังน้ำมันได้มาเดิมๆ 21 ลิตร! (เลือกซื้อถังสำรองได้อีก 8 ลิตร ตรงรุ่น) พร้อมออพชั่นเสริมอย่างกล่องสัมภาระอลูมิเนียมครบชุด แต่ยังรักษาน้ำหนักเดิมๆเอาไว้ที่เพียง 202 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

ระบบอิเล็กทรอนิกส์เองก็จัดเต็มไม่น้อยหน้าโมเดลอื่นๆ ทั้ง 6 โหมดขับขี่ แบ่งเป็น 4 โหมดสำหรับการตัดตอนกำลังเครื่องยนต์ในสถานการณ์ต่างๆ และ 2 โหมด Off-Road ช่วยจัดการอัตราการหมุนฟรีของล้อและ ABS ให้เหมาะสมกับการลุยทางดิน การได้เซนเซอร์ IMU ของ Bosch มาติดตั้งทำให้ Ducati DesertX มีฟังก์ชั่นเด็ดอื่นๆตามมาด้วยอีก ไม่ว่าจะเป็น Engine Brake Control, Cornering ABS, Traction control และ Quickshifter

จบด้วยหน้าปัดเรือนไมล์ Full Digital TFT ขนาด 5 นิ้ว “แนวตั้ง” นอกจากบอกข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่างๆครบถ้วนแล้วยังมีฟังก์ชั่นเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆอีก โดยเฉพาะฟีเจอร์แจ่มๆ อย่างระบบนำทางแบบ “โค้งต่อโค้ง” (turn-by-turn navigation)

รองรับการขับขี่ “แรลลี่”

นอกจากหน้าปัดเรือนไมล์แนวตั้งสไตล์รถแรลลี่แล้ว ยังมีฟีเจอร์ในนั้นที่พิเศษกว่าแต่เป็นจอแนวตั้งเฉยๆ เช่นใส่การบอกข้อมูล Tripmaster ลงในส่วนแสดงผลบอกระยะทาง เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งระยะทางให้ตรงตามแผนที่ได้ (เหมือนในรถแข่ง Dakar) ซึ่งโดยปกติการทำแบบนี้จะอาศัยการเชื่อมต่อในอุปกรณ์อื่น แต่เจ้า DesertX ใส่มาให้แบบเดิมๆ เลย

และอย่างที่บอกไปว่ามีออพชั่นเสริมถังน้ำมันเพิ่มอีก 8 ลิตร.. ถังน้ำมันสำรองนี้ถูกติดตั้งเพิ่มในส่วนท้ายรถ ผู้ขับขี่สามารถกดสลับแหล่งจ่ายน้ำมันได้ทันทีที่ระดับน้ำมันในถังลดลงถึงระดับหนึ่ง..​ โดยสลับง่ายๆแค่ใช้นิ้วกดปุ่มควบคุมตรงประกับแฮนด์ตามคำสั่งแจ้งเตือนที่หน้าจอแสดงผล

หรือใครที่อยากลุยในแบบรถแข่งแรลลี่เต็มคันก็ยังมีไลน์อัพอะไหล่เสริมให้ด้วย ทั้งท่อไอเสีย Termignoni เต็มระบบ (เพิ่มแรงม้าและแรงบิด 7%), เบาะนั่งตอนเดี่ยว และแมปปิ้งเครื่องยนต์สไตล์รถแข่งแรลลี่
ส่วนจะมาไทยเมื่อไร.. รอดูอีกที ..​แต่คิดว่าไม่น่าจะนานเกินรอ!