มันดีกว่าที่คิด! ‘EM ENZO’ สกู๊ตเตอร์ EV แบรนด์ไทย ขี่ได้ไกลกว่า 100 กิโลฯ

ทำความรู้จักสกู๊ตเตอร์พลังงานไฟฟ้า สมรรถนะระดับออโตเมติก 125 ซีซี. รุ่นท็อปในตลาด “ENZO” จากแบรนด์ EM จัดมาขับขี่ครั้งแรกฉบับคนเมือง ฝ่ารถติดใช้งานจริงทะลุ 100 กิโลฯ.. อาการมันเป็นอย่างไร? ใช้งานจริงเหมาะสมไหม? เราสรุปมาให้แล้วครับ..

มอเตอร์ 3,000 วัตต์
3,000 วัตต์คือประมาณไหน? เท่าที่สัมผัส Enzo กว่า 100 กิโลเมตรแล้วคาดประมาณได้ว่าเครื่อง 125 ซีซี. ที่เราคุ้นเคยนี่แหละ แค่เพิ่มเติมเอกลักษณ์ของมอเตอร์พลังไฟฟ้าเข้าไปนั่นคือ “แรงบิด” เต็มๆ.. ยังดีที่ EM มีการปรับจูนคันเร่งมาให้นุ่มนวลพออยู่ตัว เจ้า ENZO คันนี้จึงเป็นมิตรกับกระดูกต้นคอของเราพอสมควร

ความเร็วสูงสุดที่หน้าไมล์ล็อกไว้จะอยู่ที่ 90 กม./ชม. แต่ใช้งานจริงแบบสบายๆ “ไม่เค้นมอเตอร์ + เร่งแซงรถคันข้างหน้าได้” แนะนำที่ 70 กม./ชม. เพราะเป็นจุดที่มอเตอร์มีจังหวะการส่งกำลังดีที่สุด และเป็นช่วงความเร็วที่กำลังขี่ในเมืองได้สนุกเชียวครับ

แบตเตอรี่
ความจุ 72V 45AH แบบลิเธียมไอออน ใช้เวลาชาร์จเต็ม 0-100% ที่ 3-4 ชั่วโมง โดยยังไม่รองรับระบบควิกชาร์จใดๆเพิ่มเติม *เพราะต้องการให้ใช้งานง่าย* ทาง EM ออกแบบมาให้เสียบชาร์จกับเต้ารับไฟบ้านทั่วๆไป ซึ่งใครจะสะดวกชาร์จตรงกับรถก็ได้ หรือจะอุ้มแบตเตอรี่ออกไปชาร์จบนคอนโดก็ทำได้ด้วย.. ถึงแม้ว่าก้อนแบตฯเขาจะมีน้ำหนักอยู่พอสมควรก็ตาม..

ส่วนการใช้งานนั้น ให้ระยะทางสูงสุดต่อ 1 ชาร์จที่ 130 กิโลเมตร.. แต่จากการทดสอบใช้งานจริงดูแล้วจะเหลือประมาณ100 กม. โดยเป็นการทดสอบใช้งานทั่วไป.. วิ่งทางหลวง, ทำความเร็ว, ขี่ในการจราจรติดขัด, ใช้เดินทางละแวกบ้าน.. ซึ่งถือว่าทำได้ดีทีเดียวนะ ทั้งนี้ระยะทางขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อุณหภูมิ, สภาพอากาศ และลักษณะการใช้งานคันเร่ง ซึ่งส่งผลต่อระยะทางที่ขับขี่ได้พอสมควร

ฟีเจอร์
ตามประสารถเน้นใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป EM ENZO มีฟีเจอร์มาให้ผู้ขับขี่เลือกใช้อย่างหลากหลายและสะดวกมากๆ อย่างแรกคือ การถอดแบตเตอรี่ออกไปชาร์จในบ้านหรือที่พักได้ง่าย มีฟังก์ชันเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อเช็คปริมาณแบตเตอรี่แบบเป็นตัวเลขให้เห็นได้ผ่านแอปพลิเคชัน โดยเมื่อประกอบแบตเตอรี่เข้ากับตัวรถแล้วก็ยังเหลือที่ว่างใต้เบาะพอสมควรในการใช้เก็บสัมภาระได้อีกนิดหน่อย.. กระเป๋าสตางค์, แทปเล็ต, แว่นกันแดด, กระเป๋าขนาดเล็ก ..แค่ใส่หมวกกันน็อกไม่ได้เท่านั้นเอง

นอกจากนี้ยังมีตะขอแขวนสัมภาระมาให้ใต้แผงคอ พร้อมช่องเก็บของอเนกประสงค์ด้านหน้า ขณะที่ด้านซ้ายใต้แผงคอมีช่องจ่ายไฟ USB-A ให้เสียบชาร์จอุปกรณ์สมาร์ทโฟนได้สะดวก
ENZO มีฟีเจอร์เกี่ยวกับการขับขี่มาให้เลือกด้วย กับระบบเกียร์ 1-2-3 ที่เป็นการกำหนดความเร็วสูงสุดที่ระดับต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ต่างไปของการขับขี่
โดยเกียร์ 1 ท็อปสปีด 40 กม./ชม. เกียร์ 2 ที่ 70 กม./ชม. และ เกียร์ 3 ที่ไม่เกิน 90 กม./ชม.

การใช้งานจริง
สิ่งที่ต้องชื่นชม EM ENZO คือ เรื่องของการใส่ใจออกแบบให้ขับขี่จริงได้สบายกายที่สุด ด้วยรูปร่างภายนอกสไตล์สกู๊ตเตอร์แบบยุโรป ทำให้ขับขี่เดินทางในเมืองได้ง่าย น้ำหนักตัวรถ(รวมแบตฯ) เพียง 98 กิโลกรัม ทำให้มือใหม่ทำความคุ้นชินกับตัวรถได้ง่ายพอสมควร รวมถึงระบบช่วงล่าง “ดีจัดๆ” นั่งสบายมาก!

กันสะเทือนหน้าเป็นเทเลสโคปิคธรรมดา ด้านหลังใช้โช้คสปริงคู่ OKD High Performance ทำให้อาการซับแรงกระแทกท็อปฟอร์มสุดๆ การขับขี่ไปเจอหลุม หรือขึ้นลูกระนาดก็สบายใจได้ “นุ่มนวล” แน่นอน ในขณะที่การใช้งานแบบรีดสมรรถนะอย่างขับขี่เข้าโค้งด้วยความเร็วก็ยังหนึบดูดโค้ง แม้จะเป็นยางเดิมๆกับล้อขอบ 12” ก็มั่นใจพอสมควรเลย

สรุป
ดูเหมือนว่า EM ตั้งใจออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก จุดเด่นของ ENZO คือ “ความสะดวกในการใช้งาน” ชาร์จง่าย ระยะทางวิ่งต่อวันกำลังดี หน้าตาสวยงาม อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่า 100,000 กิโลเมตร.. ในราคาที่ 83,000 บาท ถือว่าน่าสนใจมากครับ.. แต่มีข้อสังเกตที่ต้องบอกกล่าวกันอยู่บ้าง..
1. คือการดึงของมอเตอร์ไฟฟ้ายังค่อนข้างแรงอยู่ แม้จะทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก เพราะสามารถไล่ระดับคันเร่งได้ง่ายก็ตาม..
2. อุณหภูมิส่งผลกับการใช้งานแบตเตอรี่พอสมควร (เป็นเหมือนกันทุกแบรนด์) วันไหนร้อนหน่อยก็อาจจะใช้งานได้น้อยลงบ้าง ทั้งนี้ EM มีระบบตัดการทำงานของแบตเตอรี่หากร้อนจนเกินไปเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่..
3. ระบบเบรกที่ไม่มี ABS มาให้ เป็นดิสก์เบรกหน้าหลัง แต่ระบบ ABS ก็น่าจะทำให้ผู้ใช้งานอุ่นใจได้อีกหน่อย.. หรือในอนาคตจะมีรุ่นย่อยไหมนะ?
สุดท้าย.. ส่วนตัวผมจบการทดสอบด้วยความประทับใจนะ สำหรับคนที่ขับขี่รถสันดาปมาตลอด แล้วมาจับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าฝีมือคนไทยคันนี้เป็นครั้งแรก ในแง่การขับขี่แล้วผมถือว่ามันเป็นรถที่ขี่ดีเอามากๆเชียวล่ะ….ใครที่สนใจอยากลอง EM ENZO ให้ติดใจ(เหมือนผม) ลองติดต่อสอบถามรายละเอียดและโปรโมชั่นเพิ่มเติมไปที่ EM Showroom รามอินทรา, LINE@embike, Facebook: embikethailand หรือ www.em-bike.com