4 มอเตอร์ไซค์ “สปอร์ตคลาสสิค”จากแดนอาทิตย์อุทัยคลาสเล็ก ควรค่าต่อการเป็นเจ้าของ อย่างยิ่ง !!

รถมอเตอร์ไซค์แบบสปอร์ตคลาสสิค ได้รับความนิยมมาหลายยุค หลายสมัย แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป หน้าตารถก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ระบบต่างๆถูกปรับไปตามยุคสมัย ค่ายรถหลายๆค่ายในประเทศญี่ปุ่น ก็ยังพัฒนารถจักรยานยนต์สายพันธุ์คลาสสิคอย่างต่อเนื่อง เพื่อคงไว้ซึ่งความ “เป็นอมตะ” ในตัวของมันเอง..!

 

1.Yamaha XSR155

ALL NEW YAMAHA XSR155 เป็นอีกหนึ่งไลน์อัพที่ถูกถ่ายทอดพันธุกรรม มาจากรถรุ่นพี่ระดับตำนาน “XS650” ซึ่งประสบความสำเร็จในอดีตอย่างมาก …XSR155 ถูกดีไซน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SPORT HERITAGE” พิกัด 155 ซีซี พร้อมสโลแกนสุดโก้ ! “ขับเคลื่อนวิถีเดิม ให้ชีวิตไปได้ไกลกว่า” มาจากแนวคิด “FASTER SONS” การผสมผสานของไลฟ์สไตล์คนที่ชื่นชอบวิถีแบบวินเทจ นำมาประยุกต์เข้ากับยานยนต์ยุคใหม่ๆ ควบคู่กันไป ไฟหน้า LED แบบทรงกลมสไตล์วินเทจ, ไฟท้าย LED ทรงกลมเช่นกัน, เรือนไมล์ทรงกลม เป็นหน้าจอแบบ FULL LCD DIGITAL METER ให้ข้อมูลครบทุกฟังก์ชั่น มีตำแหน่งบอกเกียร์อย่างครบถ้วน เบาะนั่งตอนเดียว ดีไซน์สวย, ยางแบบกึ่งวิบาก ลุยได้ทุกสถานการณ์ ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ ที่มาพร้อม Knee Grip ให้คุณกับรถเป็นหนึ่งเดียวกันในการขับขี่ ดิสค์เบรก หน้า-หลัง และโช้คอัพหน้าหัวกลับ แบบรถยุคใหม่ ล้ำสมัยนำเทรนด์ไม่ตกยุค !

มีให้เลือก4 สี สีขาว-แดง 80s Sport Heritage, สีเทา Premium, สีดำ Elegance และสีเขียว Wanderlust ราคาค่าตัว 91,500 บาทเท่านั้น ไปหามาประดับบ้านกันเถอะ !!

 

2.Suzuki VanVan 200

Suzuki VanVan 200 เป็นรถที่ชวนให้นึกถึงการท่องเที่ยว และผ่านไปบนเส้นทางผจญภัยได้พอสมควร  มันตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบายขี่ใช้งานได้ ออกไปทัวร์ริ่งก็ดี… ด้วยรูปลักษณ์กะทัดรัดหน้าตาแบบรถ Scrambler  ซึ่งซูซูกิดีไซน์มาได้อย่างมีเอกลักษณ์ เครื่องยนต์ สูบเดี่ยว SOHC ขนาด 199 ซีซี. 4 จังหวะ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ระบบระบายความร้อนแบบผสมผสาน ทั้งการระบายความร้อนด้วยลม และการระบายความร้อนด้วยระบบ Oil Cooler  กำลังมีให้เรียกผ่านเกียร์ 5 Speed วงล้อ หน้า 18 นิ้ว หลัง 14 นิ้ว รัดมาด้วยยางกึ่งวิบากขนาดใหญ่!! หน้า130/80 หลัง 180/80  ส่วนระบบเบรกหน้าแบบดิสค์เบรก หลังดรัมเบรก แถมโช้คหน้ากระบอก มาพร้อมเบาะหนังสุดคลาสสิครูปทรงกว้างและยาว เน้นนั่งสบาย โดยมีความสูงจากพื้นถึงเบาะเพียง 770 มม. ซึ่งถือว่าความสูงระดับนี้ รองรับสรีระของคนไทยได้ดี ด้วยราคาค่าตัว 139,000 บาท ใครที่เป็นสายนี้ ไม่ควรพลาดครับ !!

3.Kawasaki W250

Kawasaki W250 รถมอเตอร์ไซค์คลาสเล็ก ในซีรีย์ “W” ที่ถูกสรรค์สร้างด้วยความพิถีพิถัน  ขอบอกว่ารถรุ่นนี้ได้รับการ “ใส่ใจ” ทุกรายละเอียด คุณภาพงานประกอบแข็งแรงทนทานแถมส่งตรงจากแดนอาทิตย์อุทัยทุกคัน… เปรียบเสมือนดั่ง ”ลายเซ็น” จากค่าย Kawasaki ในยุคนี้เลยก็ว่าได้ !! ด้วยหน้าตาและรูปลักษณ์ที่คงความคลาสสิค ใช้เครื่องยนต์ขนาด 250 ซีซี. SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ และมี Balancer ใส่ติดมาในเครื่องยนต์ด้วย!! ทำให้ลืมเรื่องอาการสั่นสะเทือนแบบรถยุคเก่าไปได้เลย จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ควบคู่กับระบบเกียร์แบบ 5 สปีด ที่สำคัญมาพร้อมระบบสตาร์ทมือ แบบรถยุคใหม่!! ตอบโจทย์ด้านความสะดวกมากยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว ! เบรกหน้าที่ให้มาเป็นแบบ ดิสค์เบรก 330 มม. คาลิเปอร์เบรก ลูกสูบคู่ และระบบเบรกหลังแบบ ดรัมเบรก ขนาด 160 มม. ระบบกันสะเทือนหน้าเทเลสโคปิค ที่ขนาดแกน ø 30 มม. ระบบกันสะเทือนหลังสวิงอาร์ม พร้อมโช้คสปริงคู่ ปรับระดับได้ ไฟหน้าทรงกลมตามแบบฉบับรถคลาสสิควินเทจ มิติรถก็พอดีมากสำหรับคนเอเชียอย่างเรา ด้วยความสูงจากเบาะถึงพื้นแค่ 735 มม. โดย Kawasaki W250 มีให้เลือก 3 สี  สีดำ Metallic Spark Black, สีขาว Pearl Cyrstal White และสีดำ-น้ำตาล Metallic Spark Black / Brown ในรุ่น SE ราคาค่าตัวอยู่ที่ 220,000 บาท ในรุ่นปกติ และ 230,000 บาท รุ่น SE ตอกย้ำความเป็นรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิคระดับพรีเมี่ยม ได้เป็นอย่างดี !!

4.Honda CB300R

Honda CB300R อีกหนึ่งตัวสปอร์ตไฟกลมจากซีรีส์ Neo Sports Café ซึ่งผสมผสานจุดเด่นระหว่างรถแบบ Cafe’ Racer แบบในอดีต เข้ากับรถแบบ Sport Naked ในยุคใหม่เข้าด้วยกัน รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดี่ยว 286 ซีซี.   DOHC 4 วาล์ว จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด PGM-FI อันโด่งดังของค่ายปีกนก ระบายความร้อนด้วยน้ำ ชุดเกียร์ 6 Speed ทำงานผสานกับคลัทช์มือได้อย่างราบรื่น ให้อัตราเร่งที่ดีไฟหน้า LED ทรงกลม  …ที่โดดเด่นมากคือความนุ่มนวลของช่วงล่าง โช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ ขนาดใหญ่ 41 มม. โช้คหลังโมโนโช้ค สามารถปรับระดับ Preload Adjustment ได้ถึง 7 ระดับ… !! นอกจากนี้ยังมี ล้อแม็กซ์ลายสวย ดิสค์เบรกหน้าขนาด 296 มม. แบบจานแยกชิ้น เรเดียลเมาท์ 4 พอต คาลิเปอร์ พร้อมระบบ ABS G-Sensor ระดับเดียวกับรถที่ใช้ในสนามแข่งขัน ทำให้มั่นใจในการเบรกทุกช่วงความเร็ว  ทั้งนี้ ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของ CB300R จุ 10 ลิตร เพียงพอต่อการเดินทางท่องเที่ยว

มีให้เลือก 3 สี ได้ สีแดง-ดำ Candy Chromosphere Red, สีดำ Strike Black และสีน้ำเงิน-ดำ Matte ด้วยราคาค่าตัว 149,800 บาทเท่านั้น !!