
- โฉม “สปอร์ต-ร่วมสมัย”

“หล่อเท่” ไม่ไหว มิติรถรอบคันดูทะมัดทะแมงอย่างเห็นได้ชัด..โดดเด่นที่ชุดไฟส่องสว่าง LED เต็มระบบ แยกเป็นสัดส่วนตามการใช้งาน ทั้งไฟต่ำ-สูง, ไฟ DRL ,ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา รวมถึงชุดไฟท้าย ทั้งหมดถูกดีไซน์มาให้ดูซิ่งสปอร์ตตามสมัยนิยม

ขณะเดียวกัน.. การใหญ่โตขึ้นในทุกมิตินี้กลับไม่ทำให้ความ “คล่องตัว” ลดลงไป เพราะช่วงฐานล้อของ Click 160 นั้นแคบลงมา 3 มม. ทำให้การพลิกเลี้ยวแบบฉับพลันยังทำได้ง่ายเหมือนเดิม โดยเฉพาะช่วงจราจรติดขัด มุดซ้าย-ขวา สะดวกสุดๆ

อีกเรื่องที่ต้องชมคือ “แอโรไดนามิค” ดีมากเมื่อเราต้องการทำความเร็วบน Click 160.. ทันทีที่แตะ 100 กม./ชม. จะมี “ลม” ปะทะร่างกายท่อนบนเข้าอย่างจัง เมื่อก้มหัวลง (หรือหมอบไปเลย) ให้ระนาบของหมวกกันน็อคมีทิศทางเดียวกับการเอียงของชุดแฟริ่งหน้า ทำให้ลมเกือบทั้งหมดถูกส่งข้ามหัวเราไปทันที..

- เครื่องใหม่ “แรงและประหยัดกว่าที่คิด”

ขนาดความจุ 156.93 บล็อกเดียวกับ PCX 160 เวอร์ชันล่าสุด สัมผัสความแรงได้ทันทีที่บิดคันเร่ง ด้วยเทคโนโลยี eSP+ เอกสิทธิ์เฉพาะของฮอนด้าช่วยระบายความร้อน+หล่อลื่นลูกสูบให้ทำงานในรอบกลางถึงสูงได้เต็มประสิทธิภาพกว่าเดิม..
เมื่อนำเครื่องยนต์เยี่ยมๆบล็อกนี้มาวางบนเฟรมใหม่น้ำหนักเบา “eSAF” (Enhanced Smart Architecture Frame) ของ Click 160 ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงความแรงได้ชัดขึ้นไปอีกการขับขี่ซอกแซกในช่องจราจรนั้นแทบไม่ต้องบิดเปิดคันเร่งเลย..

แค่แตะๆก็พอ ..รถพร้อมพุ่งมากๆ ประหยัดแรงดีเวลาต้องขี่รถติดนานๆ ..การขี่ไฮเวย์ก็หลบลมปะทะได้ดี เพราะเครื่องบล็อกนี้วิ่งยืนพื้น 110 กม./ชม. ได้สบายๆ (ท็อปสปีดที่ 125 กม./ชม.)
แม้ว่าจะกดเต็มคันเร่งเพียงใดก็ไม่สามารถลดอัตราสิ้นเปลืองกว่า 20 กม./ลิตร ลงได้ ยิ่งเป็นการใช้งานทั่วๆไป “ไม่ซิ่ง” คอนเฟิร์มอัตราสิ้นเปลืองมากกว่า 40 กม./ลิตรเลยล่ะ

- ช่วงล่างคาแรคเตอร์สปอร์ต

ด้านหน้าใช้โช้คอัพเทเลสโคปิคธรรมดา ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวยูนิตสวิง แม้จะปรับตั้งค่าเองไม่ได้แต่ก็ถูกเซ็ตอัพมาอย่างดีสามารถรองรับการใช้งานในช่วงความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ สอดคล้องกับคาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้น ..อัตราความหนืดของการซับแรงกำลังดี ไม่ยุบเร็วเกินไปจนยวบ พร้อมเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้ชิลล์ๆ

ระบบเบรกถูกแบ่งแยกไปตามรุ่นย่อย.. โดยรุ่นท็อป ได้ ABS ด้านหน้า ประกบชุดปั๊มหน้า-หลังของ Nissin ที่มีคาแรคเตอร์ “ไม่จับเบรกทันที” มีระยะให้ไล่น้ำหนักเบรกกับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม.. และ ABS หน้าเพียงพอกับความปลอดภัยในการเบรกกะทันหันที่ทำให้ล้อหน้ายังตั้งตรง ไม่ล็อกพับไปก่อน แค่ต้องทำความคุ้นเคยกับระบบเบรกเสียหน่อยก็ขับขี่ได้อย่างมั่นใจเชียวล่ะ ..ในรุ่น Standard จะได้ตัวช่วยกระจายแรงเบรกอย่าง Combine Brake System มาแทน ABS …
อีกจุดที่โดดเด่นของช่วงล่างคือ “ชุดยางหน้ากว้าง” ให้เข้าโค้งได้เต็มประสิทธิภาพขึ้น ยางหลังขนาด 120/70 ขอบ 14 ของ IRC ยึดเกาะหนึบๆตามความเร็วของ Click 160 ได้เต็มที่ แต่ระวังสภาพถนนหน่อยก็ดี เพราะนี่เป็นยางเกรดใช้งานทั่วไป.. ไม่ใช่ยางสนาม!

- ฟีเจอร์อเนกประสงค์

เป็นสปอร์ต เอ.ที. เต็มขั้นที่ยังไม่ทิ้งความสะดวกสบายในการใช้งานไปทั้งหมด เพราะมีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์สำหรับสายใช้งานทุกวันอย่างครบถ้วน เริ่มที่ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลหน้าแยกฝั่งซ้ายเป็นช่องชาร์จโทรศัพท์ USB-A ปิดฝากันน้ำฝนได้ ด้านขวาเป็นช่องใส่ของอเนกประสงค์ให้หยิบจับได้ง่ายแบบไม่มีฝาปิด

กล่องเก็บของใต้เบาะมีความจุมาให้ 18 ลิตรแบ่งพื้นที่กับถังน้ำมันที่ต้องจอดเปิดเบาะเวลาเติมน้ำมัน แต่ก็มีประโยชน์ตรงได้พื้นที่ใช้สอยบริเวณพักเท้าคนขับมาแทน ให้แขวนสัมภาระจิปาถะโดยที่ยังขยับขาแก้อาการเมื่อล้าจากการขับขี่ได้ง่าย ไม่ล็อกขา

ระบบกุญแจใช้ Honda SMART Key เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบกันขโมย แล้วยังระบุตำแหน่งรถของเราได้เพียงแค่กดปุ่มบอกตำแหน่งที่กุญแจเท่านั้นเอง

นอกจากนี้ยังมีหน้าปัดแบบ Full Digital LCD ที่เพิ่มเติมอัตราการประหยัดน้ำมันแบบ “เรียลไทม์” มาให้เหมือนเดิม พร้อมเลือกฟังก์ชันให้แสดงผล ระยะทางรวม, ทริป A, ทริป B, อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยของทริปA และปริมาณความจุของแบตเตอรี่ได้อีกต่างหาก

โดยรวมถือว่า All New Honda Click โฉมนี้ มีการปรับคาแรคเตอร์ให้ “ซิ่ง” อย่างเต็มตัว คงความอเนกประสงค์ของการใช้งานเอาไว้ได้ดี น้ำหนักเบา ฟีเจอร์ครบ โดดเด่นที่การขับขี่ในเมือง สามารถทำความเร็วสูงได้เมื่อต้องการเล่นสนุก.. เชื่อว่าวัยรุ่นชอบความเร็วที่กำลังหารถ เอ.ที. เอาไว้ใช้งานทุกวันง่ายๆ “ไม่มีผิดหวังกับ All New Honda Click 160 แน่นอน”.. ราคาเริ่มต้นที่ 63,500 บาท (รุ่น Standard) และรุ่นท็อป ABS ที่ 69,900 บาท สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์Honda Wing Center ทั่วประเทศ

