เรื่อง : 13pM
ภาพ : Royal Enfield ,Nikkasit Motographer
ณ ดินแดน “ราชาสถาน” รัฐใหญ่ทางภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย ผมหวดคันเร่งไปกว่า 500 กิโลเมตรกับ Super Meteor 650 (ซูเปอร์เมทิออร์ ซิกฟิฟตี้) มอเตอร์ไซค์ Proper Criuser “คันใหม่ล่าสุด” ของ Royal Enfield ซึ่งมีการจัดงานเปิดตัวรอบ Global Launch โดยเชิญสื่อมวลชนจากทั่วโลกมาร่วมงานพร้อมกับวางเส้นทางขับขี่ทดสอบเริ่มที่สุดขอบชายแดนอินเดียจาก “จัยซัลแมร์” สู่ “คิมซาร์” เมืองเก่าอันโด่งดัง
ผมเริ่มต้นทริปนี้ด้วยรุ่น Super Meteor 650 Tourer และจบทริปด้วยรุ่น Super Meteor 650 สีเขียว Astral Green และ นี่คือ 6 เรื่องต้องรู้ จาก Super Meteor 650 ดาวเด่นที่จะมาเขย่าตลาดครุยเซอร์พิกัดกลางได้อย่างครึกโครม!!

1.ออกแบบใหม่ทั้งหมด

…แน่นอนว่ามอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์รุ่นนี้ ถูกสร้างมาเพื่อ “ครองตลาด” พิกัดกลาง ดังนั้นตัวรถในทุกๆมิติจึงเป็นผลพวงของความตั้งใจสร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดจากทีม R&D ที่มาจาก เลสเตอร์ในอังกฤษ ร่วมกับทีมจาก เชนไน,อินเดีย แนวคิดตั้งต้นคือมอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์ที่มี DNA สืบทอดตระกูล Super Meteor(700) ที่ Royal Enfield เคยวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 1956-1962 ผสานแนวคิดดีไซน์จากรุ่น Thunder Bird 500 ซึ่งพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึง Meteor 350 ซีรีส์ล่าสุดที่วางจำหน่ายไปก่อนนี้

แกนหลักในการพัฒนา เริ่มจาก “เมนเฟรมแบบเปลคู่” ดีไซน์มาเพื่อความเสถียรในมิติแบบครุยเซอร์แท้ๆ …จากการชมพรีเซนต์ช่วงเปิดตัว เราได้เห็นการทดสอบอย่างหนักหน่วงทั้งบนแทร็คทดสอบ, แทร็ค Belgian PAVE, ไฮเวย์, ถนนทั่วไปทั้งในเมือง และนอกเมืองอินเดีย ,สหราชอาณาจักร และสเปน กว่า 1 ล้านกิโลเมตร จนได้ชิ้นงานที่ลงตัวออกมาใช้ในรุ่นที่ผลิตจำหน่าย ซึ่งหลังจากผมนำรถออกไปขับขี่เองก็พบว่าของเค้าดีจริง รถรุ่นนี้ให้การทรงตัว ความบาล๊านส์ ได้น่าทึ่ง ทั้งการขี่ทางตรงปะทะลม การผ่านถนนขรุขระและการบังคับเลี้ยวโค้ง

เช่นเดียวชิ้นงานส่วนอื่นๆที่สร้างขึ้นใหม่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น อาทิ บังโคลนหน้า-หลัง ,เบาะนั่ง ,ถังน้ำมัน(จุ 15.7 ลิตร)ที่มองมุมบนแล้วจะเห็นความแบนของถังเชื้อเพลิงสไตล์ครุยเซอร์ ,ชุดโคมไฟหน้า LED ชุดไฟท้าย LED สไตล์มินิมอล รวมถึงชุดแฮนด์กว้างที่ใช้ตุ๊กตาจับทำให้ง่ายต่อการคัสตอมปรับแฮนด์ไปในสไตล์ที่ผู้ขับขี่ต้องการได้สะดวก

2.ขุมพลัง Twin 650 จูนมาเฉพาะทางครุยเซอร์

ของดีจาก Royal Enfield คือ เครื่องยนต์ทวิน 650 ซึ่งบล็อคที่ใช้กับ Super Meteor 650 มาในความจุ 648 ซีซี. เสื้อลม-มีออยล์คูลเลอร์ มีโอกาสได้เทสท์แล้วรู้สึกชัดเจนว่า “ต่าง” จาก Interceptor และ GT ทั้งแมพปิ้งย่านกำลัง ต้น-กลาง-ปลาย และอัตราทด 6 เกียร์ ซึ่งลักษณะเกียร์ของ Super Meteor 650 ก็เป็นครุยเซอร์ตรงตัวจากช่วงเกียร์ที่กว้างกว่า(เกียร์โคตรสมูท) แถมยังลากรอบได้ยาวกว่า ในเกียร์ 5 สามารถกดความเร็วขึ้นไปถึง 160 กม./ชม. (แม้เกียร์จะเป็นแบบทดรอบ Overdriveก็ตาม) ทริปนี้ผมลองทำความเร็วแตะ 170 กม./ชม.ได้ในขณะที่คันเร่งในมือยัง“เหลือ” เป็นข้อยืนยันด้านพละกำลังของ Super Meteor 650 ที่สามารถตอบโจทย์นักเดินทางได้อย่างเต็มสมรรถนะครับ

…ที่มากไปกว่านั้นคืออาการของเครื่องยนต์ที่สมูทเดินเรียบ จากบาลานซ์ข้อเหวี่ยงที่ยอดเยี่ยม ตัดอาการสะท้านในรอบสูงได้ดี หวดยาวๆต่อเนื่องร่วม100 กิโลเมตรก็ไม่เกิดอาการ “มือชา” แต่อย่างใด

3.มิติขี่ง่าย

ด้วยพื้นฐานของคนร่างเล็ก แต่มีโอกาสขี่เต็มทริปรถครุยเซอร์ที่มีน้ำหนัก(พร้อมของเหลว) ประมาณ 241 กก. แฮนด์กว้าง 890 มม. และความสูงเบาะ 740 มม. หากดูแค่ตัวเลข อาจคิดไปได้ว่านั่งต่ำก็จริงแต่จะเทอะทะด้วยสรีระ แต่ความจริงพื้นฐานการออกแบบที่ Super Meteor 650 ถูกสร้างมาแยบยลทั้งคัน โดยเฉพาะงานเฟรมที่วางจุดศูนย์ถ่วงได้เหมาะ การวางตำแหน่งท่านั่ง “ฟุต ฟอร์เวิร์ด” ที่ตัวเอนไปด้านหลังเล็กน้อย รวมถึงการใช้วงล้อหน้า 19 นิ้ว ล้อหลัง 16 นิ้ว ทำให้รถรุ่นนี้มีให้ฟีลลิ่งการคอนโทรลที่คล่องตัวสูง กระชับและขี่ง่ายมากๆครับ โดยเฉพาะเวอร์ชั่นปกติ (หากเป็นเวอร์ชั่นแต่ง Tourer น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นจากออพชั่นเสริมหลายชิ้น รวมถึงเบาะที่หนากว่า)

4.ออพชั่นมาเต็ม

ลองขี่ไป 500 กม.ก็อยากกล่าวถึง “ระบบช่วงล่าง” ซึ่งเส้นทางที่ใช้ทริปนี้ มีครบทุกสภาพ โดยเฉพาะ “เนินระนาด” ดักความเร็ว ที่มีอยู่ทุกๆ 30 เมตรตามกลางเมืองที่ขบวนเราวิ่งผ่าน ..งานนี้ได้พึ่งพาโช้คหน้าหัวกลับ SHOWA ขนาดแกน 43 มม. พร้อมโช้คหลังคู่ ปรับค่าพรีโหลดได้ 5 ระดับ อย่างเต็มประสิทธิภาพ และผมพบว่าช่วงยุบ 120 มม.ของโช้คหน้าและ 101 มม.ที่โช้คหลัง รวมทั้งการเหวี่ยงของสวิงอาร์ม ถูกเซ็ทมาให้ซับแรงได้เหมาะกับน้ำหนักของรถที่มากถึง 241 กก. จุดนี้คนขี่น้ำหนักไม่เยอะอย่างผม ขี่คนเดียวอาจจะรู้สึกว่ากระด้างเล็กน้อย แต่เมื่อมีคนมาซ้อนจะรู้สึกได้ทันที่ว่าช่วงล่าง “พอดี” มีเผื่อน้ำหนักบรรทุกหรือน้ำหนักคนซ้อนเอาไว้เรียบร้อย สรุปง่ายๆคือช่วงล่างดีมาก เอาอยู่ครับ!!

ขณะที่ระบบเบรก ดิสค์หน้า-หลัง ใช้คาลิเปอร์จาก Bybre เสริมด้วย ABS 2 ชาแนล ก็เป็นออพชั่นที่ทำงานแล้วรู้สึกได้ว่าเบรกดี หยุดได้อย่างมั่นใจเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อเราต้องกำเบรกเน้นๆหลายครั้งจากปรากฏการณ์น้องวัวยืนเคี้ยวหญ้าสบายใจอยู่กลางไฮเวย์ นับสิบๆครั้ง!!! OMG!!!

ขณะเดียวกันการทดสอบครั้งนี้ผมได้สังเกตชิ้นงานสำคัญๆหลายจุด ก็สามารถให้คำว่า “งานดี” โดยเฉพาะชิ้นส่วนอลูมิเนียมปัดเงาสวยๆ เช่น มือคลัทช์แบบปรับได้ ,มือเบรก ,ชุดแผงคอบน รวมทั้งงานเฟรมและเครื่องยนต์ ผมลองเดินดูรอบคันรถเดโมที่นำมาให้มีเดียฯเทสท์ครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าคุณภาพงานประกอบค่อนข้างปราณีต จุดเชื่อมต่อต่างๆและวัสดุดูดีสมกับความเป็นตัวท็อปของแบรนด์ครับ

5.ไปต่อได้ง่าย

การเปิดตัว Super Meteor 650 แบ่งชื่อรุ่นออกมาตามสี ได้แก่ ตัวเลือกสีดำ Astral Black, สีฟ้า Astral Blue, สีเขียว Astral Green, สีเทา Interstellar Grey และสีเขียว Interstella Green ที่พิเศษคือรถรุ่นนี้มีเวอร์ชั่นตรงใจสายเดินทางด้วยรหัส Super Meteor 650 Tourer ซึ่งมาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม เช่น แผงบังลม, เบาะนั่งแบบ deluxe touring, ที่พิงหลัง มาใน 2 ตัวเลือกเฉดสี ได้แก่ สีแดง Celestial Red และสีฟ้า Celestial Blue


ยังมีชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Solo Tourer สำหรับคนที่เน้นการเดินทางแบบคนเดียว มีชุดกระจกแต่ง ,คิ้วปลายแฮนด์ ,ไฟเลี้ยว LED หน้าและหลัง ,เบาะเดี่ยว ,การ์ดเครื่องยนต์ ,ล้ออัลลอย, ที่พักเท้าผู้ขี่ และการ์ดเครื่องยนต์สีเงิน

ส่วนโทนสี Astral และ Interstellar ที่เน้นการเดินทางไกลแบบมีคนซ้อน มี “อุปกรณ์ตกแต่ง” เซ็ทใหญ่ให้เลือกคัสตอม เช่น เบาะนั่งแบบ touring ที่หนากว่า ทำให้เดินทางไกลได้สบายมากยิ่งขึ้น ,พนักพิงสำหรับคนซ้อนเบาะ ,ชิลด์หน้ารุ่นฟลายสกรีนทัวร์ริ่ง นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์เพื่อตกแต่งเพิ่มเติมได้ เช่น แฮนด์บาร์, กระจกแบบทัวริ่ง, พักเท้าผู้ขี่, ไฟตัดหมอก LED, การ์ดเครื่องยนต์ air fly evo, การ์ดกันถังน้ำมันสีดำ, ไฟเลี้ยว LED ด้านหน้าและด้านหลัง และกล่องใส่สัมภาระขนาดใหญ่

6.บทสรุป

Royal Enfield เผยว่าการวางจำหน่าย Super Meteor 650 ในเอเชีย-แปซิฟิกจะประกาศในเร็วๆนี้ โดยในประเทศไทยน่าจะมีการจัดงานเปิดตัวพร้อมเปิดราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเท่าที่พอเผยได้ตอนนี้คือราคาจำหน่ายในอังกฤษที่เคาะมาเริ่มต้น 6,799 ปอนด์สเตอลิง หรือราคาในยุโรปก็อยู่ที่ 7,890 ยูโร ทำให้พอจะเดาๆราคาบ้านเราได้อยู่…(ลองเทียบค่าเงินแล้วคูณกันดูนะ)

สำหรับผมการได้มาร่วมทดสอบ Super Meteor 650 ในทริปนี้ ถือว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่กับมอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์ 2 สูบเรียงในพิกัดกลางที่ถูกพัฒนามาอย่างตั้งใจ…ถามว่าน่าเล่นมั้ย…ตอบเลยว่า ณ นาทีนี้ Super Meteor 650 คือครุยเซอร์ มิดเดิลเวทที่น่าโดนสุดแล้วครับ!!
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ : https://www.royalenfield.com/
ขอขอบคุณ : Royal Enfield Thailand , Spark Communications

