กิจกรรมทดสอบขับขี่รถรุ่นใหม่จาก Harley Davidson ปี 2023 ณ สนามแข่งรถ 8 Speed Khao yai โดยเปิดให้เหล่าสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมทดสอบแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก หลากรุ่นหลายสไตล์ มีการทดสอบกันถึง 3 สถานี Dirt. Road. และ Track. งานนี้นิตยสารโมโตครอสได้เข้าร่วมทดสอบขับขี่ด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัดและจำนวนรถนั้นเยอะจนไม่สามารถทดสอบได้ครบ ผมจึงเลือกทีเด็ดตัวเต็งในแต่ละแนวมารีวิวถึงจุดเด่นของแต่ละรุ่น ฟิลลิ่งเป็นอย่างไร ลุย !!!


Section 1 : DIRT
2023 PAN AMERICA 1250 SPECIAL

หนึ่งเดียวตัวเต็งของค่ายสายลุยรุ่นใหญ่ มาในเครื่องยนต์ Revolution Max1250 ต้องบอกว่าเราเคยทดสอบไปแล้วสำหรับรุ่นนี้ แต่งานนี้ขอสนุกเพิ่มเติม เพลิดเพลินไปกับสีใหม่ Industrial Yellow / White Sand w เป็นรถที่ขี่สนุกเช่นเคยบนเส้นทางสไตล์ Adventure โดยไฮไลต์ทีเด็ดอยู่ที่ระบบเทคโนโลยีที่เข้ามาซับพอร์ตผู้ขับขี่ ระบบโช้คอัพไฟฟ้าที่ทำงานเข้ากับโหมดการขับขี่ที่ให้มาถึง 5 โหมดเต็ม ทำให้ Pan America 1250 Special เป็นรถช่วยคงสมรรถนะในการขับขี่และการควบคุมที่ความเร็วสูง แม้ในยามที่ถูกจำกัดด้วยน้ำหนักและสัมภาระ


Section 2 : ROAD
2023 FAT BOY 114 Anniversary / 2023 FAT BOB 114

กับเส้นทางธรรมชาติบริเวณเขาใหญ่ ขับลัดเลาะกินลมชมวิว เริ่มกันที่ทีเด็ดของเซคชั่นนี้กับ 2023 FAT BOY 114 Anniversary นัมเบอร์ 181 ดีไซน์สุดคลาสสิก ให้กลิ่นอายความเก๋าแบบอเมริกันที่แท้จริง กับเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 ขนาด 1,868 cc แรงบิดมหาศาลอัดแน่นด้วยแรงสั่นสะเทือนให้อารมณ์สุดขีด ผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เข้าช่วยจัดการกับแรงสะเทือนทำให้ควบคุมรถได้ดีขึ้น ท่านั่งสุดสบายแฮนด์ทรงกว้างกระชับ เดินทางไกลสบายมากครับ
ขากลับขอสลับมาเป็น 2023 FAT BOB 114 กับเครื่องยนต์บล็อกเดียวกันแต่กลับให้ความรู้สึกที่สปอร์ตกว่า ดีไซน์ดุดิบ กับไฟหน้า LED ออกแบบเป็นเส้นตรงให้ความรู้สึกวัยรุ่นมากขึ้น ควบคุมได้สนุก หล่อครบจบในตัว

Section 3 : TRACK
2023 NIGHTSTER / 2023 SPORTSTER S
รอบบ่ายกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุในแทรคสนาม 8 Speed ผสานความเร่าร้อนของสองโมเดลตัวตึงที่วัยรุ่นต้องสยบให้กับความสปอร์ต ดุดันอเมริกันขั้นสุด เปิดมาด้วยเครื่องยนต์ Revolution Max 975T ของ 2023 NIGHTSTER กับการขับขี่ที่ต้องใช้สมรรถนะขั้นสูงในการเข้าโค้งโหดๆ กับเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงและความสั่นสะเทือน แต่ด้วยระบบเทคโนโลยีที่ให้มานั้นสามารถช่วยให้การขับขี่ควบคุมทำได้ดีแบบไม่น่าเชื่อ ระบบช่วงล่างที่ให้มาซับพอร์ตการใช้งานได้อย่างสบาย แต่อาจจะยังไม่เหมาะนักกับการนำมาเข้าโค้งลึกๆที่มีการพับรถลงเยอะด้วยระยะห่างความสูงของใต้ท้องรถที่ไม่มากนัก แตกต่างกันกับ 2023 SPORTSTER S ในเครื่องยนต์ Revolution Max 1250T ที่มีความสปอร์ตมากกว่าด้วยความสูงใต้ท้องรถที่มากกว่าและการดีไซน์ของพักเท้าที่สูงกว่า สามารถควบคุมการเข้าโค้งในสนามได้สนุกมากยิ่งขึ้นและด้วยขนาดของเครื่องยนต์ที่มีกำลังมากกว่าจึงทำให้สนุกไปกับในสนามได้ดี ตอบโจทย์วัยรุ่นยุคใหม่สายซิ่งต้องคันนี้

จบกิจกรรมถือเป็นการทดสอบที่ครบสนุกจุใจ แต่ด้วยจำนวนรุ่นรถที่เยอะแบบนี้อาจจะเจาะจงข้อมูลในแต่ล่ะรุ่นรีดเอาข้อมูลได้ไม่มากนัก แต่สิ่งที่อยากสรุปให้ได้ฟังถึงภาพรวมจุดเด่นของโมเดลในปี 2023 ที่ประทับใจมากของรถรุ่นใหม่จากแบรนด์ Harley Davidson คือ การพัฒนาเรื่องของเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ให้เข้ากับโมเดลต่างๆได้อย่างลงตัว ช่วยให้การควบคุมทำได้ง่ายสนุกกับหลากหลายเส้นทางได้มากขึ้น สำคัญที่สุดคือเรื่องของความปลอดภัย นี่คือการประสานเทคโนโลยีเข้ากับความคลาสสิกร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง และไม่สูญเสียตัวตนของ Harley Davidson ไปแม้แต่น้อยเลย


