Royal Enfield Himalayan ดูอัลสปอร์ตครอบจักรวาล..ฉันจะพานายไปแตะขอบฟ้านั้นเอง!!

เรื่อง: GUN1000R
ภาพ: Rastafa

“Royal Enfield Himalayan” ดูอัลสปอร์ตครอบจักรวาล..ฉันจะพานายไปแตะขอบฟ้านั้นเอง!!

เป้าหมายของนักผจญภัยอย่างเทือกเขา “หิมาลัย” หรือ “Himalayan” ในภาษาสากล ถูกนำมาใช้เป็นชื่อรุ่นให้กับรถดูอัลสปอร์ตไซส์เริ่มต้น สร้างคาแรคเตอร์ “พร้อมลุย” ไม่ว่าจะสูงแค่ไหนก็ไปถึง! เพราะทั้งสมรรถนะและออพชั่นต่างๆ ถูกอัพเกรดให้ตอบโจทย์ยุคสมัยใหม่ของคนชอบเที่ยวมากยิ่งขึ้น.. ถ้าให้สรุปสั้นๆแบบเข้าใจง่ายก็คงนึกถึง “เพื่อน” ที่พร้อมเคียงข้างเราตลอดทุกการเดินทาง..

อยู่ข้างกันตลอดเส้นทาง “สำคัญกว่า”

เริ่มต้นทำความรู้จักด้วยการขับขี่ออกจากศูนย์ฯ Royal Enfield ทองหล่อ ฝ่าอุปสรรคแรกที่คุ้นเคย..“รถติด!”ด้วยเคราะห์ดี(เล็กน้อย) ผนวกกับผลงานของวิศวกรฝีมือฉกาจฉกรรจ์(มาก) ทำให้กำลังรถและมิติการควบคุมสามารถขี่ซอกแซกตามช่องทางการจราจรของถนนทองหล่อและเพชรบุรีตัดใหม่ได้อย่างคล่องแคล่วจนน่าตกใจ..

เครื่องยนต์ 411 ซีซี. สูบเดี่ยว 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด และตัวเลขที่น่าสนใจคือ พละกำลัง 23.4 แรงม้าที่ 6,500 รอบ(เรดไลน์) กับแรงบิด 32 Nm @4,000-4,500 รอบ ก็พอบอกบุคลิกของรถได้อย่างดี..

แต่ต้องขอให้ลืมภาพเครื่องยนต์คลาส 400 ซีซี. สูบเดียว กระแทกจุดระเบิดดัง “ปั่กๆๆ” พร้อมแรงสั่นสะท้านมือไปเสียก่อน.. เพราะ Himalayan ให้ความรู้สึกที่ต่างไปอย่างชัดเจน.. อันดับแรกคือเรื่องของอาการ “สั่น” นั้นถือว่าเบาบางมากๆเมื่อเทียบกับรุ่นพี่ๆก่อนหน้านี้ ทำให้การเดินทางกว่า 500 กม. ด้วยความเร็วเฉลี่ย 120 กม./ชม. (เกือบสุดรอบ) ทำได้อย่างสบายๆ ไม่ชามือ

นอกจากนี้เจ้า Himalayan ยังมีบุคลิก “น่าคบหา” เพราะถึงแม้เครื่องยนต์ลูกสูบเดียวนี้จะมีขนาดใหญ่เพียงใด การปรับจูนเครื่องยนต์ก็ถูกออกแบบมาให้ “เรียบร้อย” นุ่มนวล ไม่ต้องกลัวว่าจะตกใจจากแรงกระชาก หรือใช้เทคนิคคุมคันเร่งมากมาย ..นุ่มชนิดที่ว่า “ขี่ไปเรื่อย ไม่หวือหวา สนุกที่สุด”

ด้วยความนุ่มนวลดังกล่าว Himalayan จึงเป็นรถที่คว้าคะแนนเต็มสิบสาขา “ขี่ชมวิว” เพราะมันทำให้ความสบายในการเดินทางแต่ละครั้งโดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน.. และจุดนี้อาจทำให้ผู้ที่หวังจะหยิบ Himalayan ไปลุยทางโหดๆ ต้องพิจารณาเพิ่มเติมกันสักหน่อย..

ซึ่งในจังหวะของการเดินทางไกล ที่ต้องมีการบิดคันเร่งแซงรถด้านหน้า โดยเฉพาะบรรดาพี่ๆสิบล้อ.. ผมขอแนะนำให้ผู้ขับขี่คำนึงถึงระยะทางในการเร่งแซงที่จะมีมากกว่าปกติ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนด้วยครับ

 

“นั่งสบาย” ตลอดเส้นทาง..

ขับขี่ไปได้ระยะทางราว 100 กม. ก็เริ่มมีอาการต่างๆทางร่างกายเกิดขึ้นตามมาเป็นปกติวิสัยของการเดินทาง ..เมื่อมองดูสิ่งที่ Himalayan ให้มา แล้ววิเคราะห์กับอาการที่เกิดขึ้นผมมีความคิดเห็นส่วนตัวที่น่าสนใจเกี่ยวกับระบบ “ช่วงล่าง” มาเล่าให้ฟังครับ

โช้คอัพหน้าเทเลสโคปิคขนาดแกน 41 มม. ระยะยุบ 200 มม. และรุ่นแรกของแบรนด์ที่ได้โช้คอัพเดี่ยวด้านหลัง ระยะยุบ 180 มม. ..เหตุผลของการหยิบตัวเลขระยะยุบมาเอ่ยกันก็เพราะ “ดูอัลสปอร์ต” ที่ Himalayan ให้มานั้น ทำให้ส่วนประกอบต่างๆเหล่านี้ทำหน้าที่ซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าสนใจอยู่ไม่น้อย..

สำหรับการใช้งานภายในเมือง(กรุงเทพฯ) ที่ไม่ว่าจะไปมุมไหน เขตใด พื้นถนนก็มักจะมีสิ่งแปลกปลอมรอท้าทายช่วงล่างอยู่เสมอ ..เจ้า Himalayan ก็มิได้หวั่นเกรงแต่อย่างใด.. เพราะความที่มีระยะยุบมากในระดับหนึ่ง พร้อมการเซ็ตอัพมาให้ค่อนไปทางนุ่มนวล การขับขี่พื้นผิวไม่เรียบ(เล็กน้อย) อย่างต่อเนื่องจึงสามารถ “รูด” ไปได้นิ่มๆ..​ แต่การใช้งานที่หนักหน่วงกว่านั้น เช่นขับขี่เข้าโค้งด้วยความเร็ว หรือนำไปโดดเนินข้ามอุปสรรค ตรงนี้ก็ขอกระซิบว่า “ไม่แนะนำ” นะครับ.. ส่วนตัวผมคิดว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อพาเรา “เดินทาง” มากกว่าการ “ผจญภัย” ครับ..

ส่วนเรื่องระบบหยุดรถหน้า-หลังก็ถูกอัพเกรดให้เป็นเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 300 มม. และ 249 มม. ตามลำดับ พร้อมระบบเบรก ABS มาให้อุ่นใจยามขับขี่บนถนนกับเพื่อนร่วมทาง ..หากถามถึงฟีลลิ่ง ขอบอกว่าต้องอาศัยทักษะในการไล่น้ำหนักเบรกสักหน่อยเพื่อหยุดรถได้ตามระยะเบรกที่ต้องการ การที่จะหยุดแบบทันทีทันควันนั้นอาจทำได้ยากนิดหน่อย..​ แต่ถามว่ากับรถที่มีพละกำลังนุ่มนวลขนาดนี้ การหยุดรถก็เลยต้องนุ่มนวลตาม.. “จริงหรือ?”

ยางหน้า-หลังจัดให้มาตามสไตล์ดูอัลสปอร์ต กับวงล้อหน้าที่ใหญ่กว่าด้านหลัง ด้วยไซส์ยางติดรถด้านหน้าที่ 90/90-21 และด้านหลัง 120/90-17 ทำให้การลุยถนนดินแบบกรุบกริบนั้นทำได้อย่างประทับใจทีเดียว.. จะติดก็แต่เพียงด้านขอบยางที่ระบุว่าเป็น Tubeless แต่บังเอิ๊ญวันทดสอบดันขี่ไปตำตะปูตัวหนึ่ง ทำให้เราได้รู้ว่ายาง Tubeless ชุดนี้ “มียางใน” เฉยเลย..

ถูกใจสายเที่ยว 100%

เน้นนะครับว่า “สายเที่ยว” เพราะโดยภาพรวมของ Himalayan ในการขับขี่จนถึงจุดหมายที่ถนนศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี.. ซึ่งเป็นถนนสายเก่า วิวสวย เส้นทางพอให้เราทดสอบความสามารถดูอัลสปอร์ตของ Himalayan ได้..

ตลอดเส้นทาง ทั้งถนนทางหลวง ถนนหิน ดิน ทราย ก็ทำให้ผมได้ข้อสรุปสำหรับคนที่กำลังสนใจรูปร่างหน้าตา ความสวยงาม และสมรรถนะที่ลงตัวของ Himalayan ได้ตามนี้ครับ..

ด้วย “บุคลิก” ของเครื่องยนต์ที่ให้ความนุ่มนวล เหมาะกับการเดินทางเป็นระยะทางยาวๆมากๆ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องเร่งแซง หรือใช้แรงบิดมหาศาลตลอดเวลา อีกทั้งยังให้ความรู้สึก “เสถียร” เพราะเมื่อผ่อนคันเร่งหรือเผลอไปกระแทกแรงๆก็ไม่แสดงอาการ​ “กระตุก” ให้หน้าเหวอ..

“ขนของ” ก็สะดวก..โดยเฉพาะกับผู้ที่ชอบเดินทางคนเดียว เพราะด้านหลังนั้นจากมือจับคนซ้อนก็ถูกใส่มาให้เป็นแร็คไว้รองรับการพ่วงสัมภาระต่างๆ หรือเกี่ยวรัดของที่เราต้องการจะเคลื่อนย้ายก็ทำได้สะดวก(มาก) อีกด้วย.. นอกจากนี้ทางด้านหน้าก็มีแร็คเชื่อมต่อกับชิลด์บังลมหน้า ที่สามารถนำ Gadget ต่างๆมาพ่วงต่อเพิ่มเติมได้.. นึกภาพง่ายๆ ก็เหล่าบรรดาสปอตไลท์ไซส์ต่างๆเป็นต้น!

ส่วนความ “สบาย” ของผู้ขับขี่ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับ “มิติของรถ” เพราะด้วยองศาท่านั่ง ระยะแฮนด์ รวมถึงการลุกขึ้นยืนขับขี่ฝ่าอุปสรรคนั้นสามารถทำได้อย่างถนัดมือ..​ และการทำงานของระบบช่วงล่างก็ถือว่าน่าประทับใจ เพราะการลุยทางดิน ขี่ขึ้นเนินกรวด ลุยผ่านกองหินนั้นช่วยสนับสนุนผู้ขับขี่ในการควบคุมรถได้อยู่ในระดับดี แม้จะไม่เป็นที่หนึ่งในคลาสแต่ด้วยราคาและสิ่งที่ได้ถือว่าคุ้มเกินกันไปมากจริงๆ

 

แต่ก็อย่าเพิ่งเชื่อคำพูดของผมไปซะทั้งหมด เพราะแนะนำให้ไปลองสัมผัสตัวจริงก่อนว่า Royal Enfield Himalayan คันนี้จะใช่เนื้อคู่ของคุณหรือไม่ มอเตอร์ไซค์ดูอัลสปอร์ตขุมพลัง 400 ซีซี.​  สนนราคาเริ่มต้นเพียง 169,800 บาทเท่านั้น.. สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมตามไปกันที่.. facebook.com/RoyalEnfieldThailand/ หรือติดต่อศูนย์บริการใกล้บ้านได้เลยครับ!!