7 ประเด็นเด็ด “Honda CB1300 Super Four/ Super Bol D’Or สุดเก๋าไม่มีวันตาย?!”

7 ประเด็นเด็ด “Honda CB1300 Super Four/ Super Bol D’Or สุดเก๋าไม่มีวันตาย?!”
“Cruise around with style” หรือแปลไทยสวยๆได้ว่า “ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยสไตล์อันเต็มเปี่ยม” ..รหัสตำนาน “CB” กลับมาอีกครั้งในปี ค.ศ. 2021 พร้อมอัพเดตตลอดคัน ลบคำสบประมาท “รถเก่า ไม่น่าเล่น” ทิ้งไปได้เลย.. นี่คือสุดยอดตำนานมอเตอร์ไซค์ 4 สูบเรียงได้ถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง.. ลองไปดูสรุปประเด็น “ทำไม Honda CB1300 Honda CB1300 Super Four/ Super Bol D’Or ยังเก๋าไม่มีเปลี่ยน??”

1. เฟรมรถสุด “เสถียร”
ด้วยHonda CB1300 ยังคงเน้นความเป็นรถที่ขี่สบาย เหมาะกับการขี่เล่น ขี่เที่ยว ออกทริป ดังนั้นโครงสร้างที่เหมาะสมกับการใช้งานในรูปแบบดังกล่าวก็คือ “เฟรมรถแบบเปลคู่” มีคาแรคเตอร์การใช้งาน “อเนกประสงค์” สามารถตอบสนองการขับขี่ได้หลายรูปแบบ
จุดเด่นที่สุดเลยของโครงสร้างแบบนี้คือ “ความเสถียร” บนพื้นฐานเครื่องยนต์ 1,300 ซีซี. สามารถกระจายน้ำหนักตลอดทั้งคันได้อย่างดี แม้ในช่วงความเร็วสูง หรือจังหวะนึกอยากสนุกบิดคันเร่งไปแรงๆ แต่ผู้ใช้งานก็ยังรู้สึกได้ถึงความนิ่ง อยู่มือ ได้ตลอดการใช้งาน..

2. แม่นยำ นุ่มนวล ทรงพลัง
เครื่องยนต์ใหม่ 1,284 ซีซี. 4 สูบเรียง 4 วาล์ว DOHC หัวฉีด PGM-FI แบบฉบับเฉพาะของฮอนด้า ให้การตอบสนองที่แม่นยำ นุ่มนวล ทรงพลัง ซึ่งทางฮอนด้าญี่ปุ่นเคลมว่า “ช่วงรอบต่ำจนถึงกลางถูกปรับจูนให้ช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการจัดการกับน้ำหนักตัวของรถคันนี้ได้ดีขึ้น ส่วนรอบสูงนั้นคือความสนุกในสไตล์รถสี่สูบเรียงจากฮอนด้า”
ทั้งนี้ เครื่องยนต์ชุดใหม่ยังมาพร้อมระบบ Assist Slipper Clutch เพื่อลดอาการ “ล้อหลังล็อค” จากการเชนเกียร์ลงที่รอบความเร็วสูง ซึ่งมีโอกาสเกิดได้ง่ายในการขับขี่บนถนน อีกทั้งยังช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้นประหยัดแรงในการขับขี่ ..แน่นอนว่ามาพร้อมกับค่ามาตฐานไอเสียล่าสุดอีกด้วย..

3. คันเร่งไฟฟ้า
ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว แต่ขอขยายความในส่วนของ “การตอบสนองที่แม่นยำ” ด้วยการติดตั้งระบบคันเร่งไฟฟ้า “throttle-by-wire” พร้อมการปรับแต่งให้ตอบสนองได้อย่างใกล้เคียงกับลักษณะของคันเร่งสายแบบคลาสสิค
ซึ่งข้อดีของการได้ระบบคันเร่งไฟฟ้ามาก็คือการได้แพ็คเกจ “3 โหมดขับขี่” มาด้วย นั่นคือ Sport, Standard, Rain โดยจะปรับค่าความไวของคันเร่ง ที่มีพละกำลังลดหลั่นกันไปตามแต่ละโหมด…
นอกจากนี้ยังได้ฟังก์ชั่น Cruise Control แถมมากับคันเร่งไฟฟ้าดังกล่าว ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้งานได้ยามที่ต้องเดินทางไกล เพียงเซ็ตความเร็วที่ต้องการแล้วปล่อยให้รถดำเนินการเอง ใส่ใจแค่การควบคุมทิศทาง และความปลอดภัยก็พอ!

4. ช่วงล่างพร้อมตอบสนอง
เพื่อเติมเต็มความสามารถในการ “Cruise around” ได้อย่างลงตัว.. Honda CB1300 ทั้ง 2 รุ่นจึงได้โช้คอัพหน้าขนาดใหญ่ที่แกน 43 มม. ซึ่งมีการตั้งค่ามาพื้นฐานมาเน้นการตอบสนองต่อการขับขี่ หรือใครที่อยากปรับแต่งให้เหมาะสมกับสไตล์และน้ำหนักของตัวเองก็สามารถเลือกปรับระดับเพิ่มเติมได้ง่ายๆ ..แค่เอาประแจไข!
ด้านกันสะเทือนหลังนั้นได้ Showa สปริงสีแดงสด.. ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มหลังอลูมิเนียม พร้อมซับแทงค์ ปรับค่า extension ได้ละเอียดถึง 15 ระดับ และปรับ Compression ได้อีก 4 ระดับ! ..แต่ถ้าว่ากันตามค่าพื้นฐานที่ถูกเซ็ตมาจากโรงงานแล้วล่ะก็ มันถูกปรับมาให้ตอบสนองต่อการบังคับเลี้ยวได้อย่างดี ไม่ว่าจะช่วงความเร็วต่ำหรือสูง ทำให้การควบคุมรถง่ายดายจนลืมประเด็นเรื่องน้ำหนักตัวรถไปเลย

5. เพิ่มความสะดวกสบาย
เบาะนั่งใหม่ ท่านั่งใหม่.. ตัดเย็บด้วยงานหนังเนี้ยบๆ… ความสะดวกสบายของทั้งผู้ขับขี่และผู้ร่วมเดินทางถูกปรับแก้ไขให้นั่งขับขี่เดินทางไกลได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น กับการปรับช่วง “ข้างตัวถัง” ให้มีมิติที่ผอมลง กระชับช่วงขาได้มากขึ้นทั้ง 2 ที่นั่ง และยังมีมิติพร้อมรองรับการติดตั้งอุปกรณ์ขนสัมภาระด้านหลังได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ฮอนด้ายังอัพเดตระบบเบรก ABS หน้า-หลัง พร้อมดิสก์เบรกคู่ด้านหน้าขนาด 310 มม. ปั๊ม Nissin คาลิเปอร์ 4 พอต และดิสก์เดี่ยวด้านหลังขนาด 256 มม. ซึ่งถูกคัดสรรค์มาแล้วว่ามีความ “พอดี” กับการใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ชุดเบรกของรถซูเปอร์สปอร์ตตัวท็อป เพราะมันไม่จำเป็น!

6. Super Bol D’Or
พิเศษสำหรับรหัส Super Bol D’Or มีการออกแบบมาให้เหมาะสำหรับสายขี่เที่ยว พร้อมช่วงหน้าแบบ Half-Fairing ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายยามขับขี่ความเร็วสูง ลดอาการ “จุกลม” ได้เป็นอย่างดี ..แน่นอนว่าหน้าตาก็ยังคงความคลาสสิค แต่เป็นสไตล์ “ไฟเหลี่ยม” นั่นเอง

โดยส่วน Half-Fairing ได้ความอเนกประสงค์ซ่อนแถมมาอีก 1 ระดับ ด้วยช่องเก็บของที่อยู่บริเวณแฟริ่งหน้าข้างละ 1 ลิตร! กันลมปะทะ เพิ่มช่องเก็บของได้อีกต่อ!

 

7. ฟีเจอร์เพียบ
เพื่อการตอบสนองต่อการขับขี่หล่อๆทั่วๆไป เจ้า Honda CB1300 Super Four/ Super Bol D’Or จึงถูกปรับเพิ่มฟีเจอร์เล็กๆน้อยๆเพิ่มขึ้นมาอีกมากมาย ทั้งหมดอยู่ภายใต้หน้าตาหล่อเหลาคลาสสิค ไม่ว่าจะเป็น..เรือนไมล์คู่ทรงกลมใหม่ ที่มีหน้าปัดแสดงผลแบบดิจิทัลอยู่ตรงกลาง โดยเอาไว้แสดงผลข้อมูลตำแหน่งเกียร์ ปริมาตรน้ำมันคงเหลือในถัง โหมดการขับขี่ ระยะทาง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน อุณหภูมิภายนอก ฯลฯ ได้อย่างครบครัน นอกจากนี้ยังมี ที่แขวนหมวกกันน็อค, กุญแจ Wave Keys, Heated Grip, Emergency Stop Signal, HISS (Honda Ignition Security System), USB socket (Type-C) และ Quick Shifter ขึ้น/ลง (สั่งเป็นออพชั่นเสริม) อีกด้วย

สำหรับ Honda CB1300 Super Four และ CB1300 Super Bol D’Or เปิดตัวในประเทศไทยไปแล้วตั้งแต่งาน Bangkok International Motor Show ที่ราคา 575,000 บาท และ 600,000 บาท ตามลำดับ ..ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสัมผัส “ตำนาน” Super Four ตัวเป็นๆได้ที่ศูนย์ Honda Bigwing ใกล้บ้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ Honda BigBike เลย!