ไปให้สุดทุกการเดินทาง..Honda CRF1000L “Africa Twin – Adventure Sport”

ไปให้สุดทุกการเดินทาง..Honda CRF1000L “Africa Twin – Adventure Sport”

ต่อยอดโมเดลแอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งCRF1000L ให้สุดขึ้นไปอีกขั้น ด้วยออพชั่นจัดเต็มที่สายเดินทางต้องกรีดร้อง สู่สุดยอดพาหนะเพื่อคนเดินทาง Honda Africa Twin “Adventure Sport” พร้อมที่จะพาผู้ขับขี่ทะยานเข้าสู่โลกกว้างของการผจญภัย “เต็มสมรรถนะ”..

“ความสนุก” และ “ความสุข” อาจจะไม่ได้มาพร้อมกันทุกครั้งเสมอไป หลายๆคนมีนิยาม 2 คำนี้ที่ไม่เหมือนกัน…โมเดลเจ้าตำนานอย่าง Africa Twin ก็ขึ้นชื่อเรื่องสมรรถนะและความสุขที่ตอบโจทย์สายลุยอย่างเต็มที่อยู่แล้ว… แต่การตอบโจทย์ให้ถึงสุดขีดของการใช้งานนั้นเป็นเรื่องที่ต่างกันออกไป

ธรรมดารถจักรยานยนต์โมเดลสแตนดาร์ดถูกออกแบบมาให้มีลักษณะ “กลางๆ” เพื่อตอบกลุ่มลูกค้าที่มีลักษณะนิสัย บุคลิก และการขับขี่ที่แตกต่างกัน..​ถือเป็นเสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ของการขับขี่รถจักรยานยนต์ “มันไม่ใช่เรื่องของความสะดวกสบาย.. มันคือเรื่องของการปลดปล่อยตัวตน”..

ทำไมต้อง “Africa Twin” ล่ะ?

เพราะความกลมกล่อมของเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 998 ซีซี. วางองศาการจุดระเบิด 270 องศา นอกจากจะได้การส่งมอบพละกำลังที่เสถียรแล้ว เรายังได้ยินเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ที่ “ตุบตับ” ประหนึ่งได้ยินจากเครื่องยนต์ V-Twin ในเวอร์ชั่นเก่าเลย พร้อมพละกำลังแรงม้ากว่า 94 ตัวที่พร้อมไต่ความเร็ว 200 กม./ชม. บนถนนหลวงได้แบบชิลๆ

ต่อเนื่องด้วยการควบคุม “อยู่มือ” แม้ว่าจะเป็นรถที่มีมิติใหญ่โตตามสไตล์แอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่ง แต่เจ้า Africa Twin กลับถูกออกแบบมาให้การควบคุมรถไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนๆก็ทำได้สะดวกสบาย หรือหากใครชอบตะลุยขุนเขาหนาวเหน็บ ระบบ “Heated Grip” ก็เปิดใช้งานได้ง่ายดายเช่นเดียวกัน

..พร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมด “TOUR” – เต็มพละกำลังแรงบิด และ Engine Brake ในระดับกลางๆ พร้อมระบบ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ในระดับสูงที่สุด เพื่อตอบสนองต่อการใช้งานในการเดินทางไกลในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นแรงบิดหรือความปลอดภัยนั่นเอง โหมด “URBAN” – เพื่อการวิ่งขับขี่ในเขตเมือง จะถูกตัดทอนพละกำลังลงมาให้เหมาะสมภายใต้การปรับตั้งค่าอื่นๆ ในระดับเดียวกันกับโหมด Tour และโหมด “USER” จะเปิดพื้นที่ให้คุณได้ปรับตั้งค่าต่างๆได้ตามที่ต้องการ..

และ “โหมดลับ” เพิ่มอีก 1 โหมด ออพชั่นเสริมความมันให้กับทุกๆโหมดขับขี่ของคุณ กับปุ่มควบคุม “G-Button” ปลดปล่อยการส่งกำลังอย่างทรงพลังสู่ระบบ Dual Clutch Transmission ให้คุณได้ตะลุยทุกเส้นทางได้อย่างทรงพลังมากขึ้น

ตอบมิติ “การเดินทาง”

เพิ่มสัดส่วนความสูงขึ้นมาอีก 30 มม. พร้อมลุยทางหิน บินข้ามขอนไม้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมความสามารถที่การมองเห็นได้กว้างไกลมากขึ้น กับการปาดเบาะเรียบเสมอกันหน้าหลังตามสไตล์เอ็นดูโร่ เพิ่มเหลี่ยมสันให้กระชับเข้ากับการใช้งาน ตำแหน่งพักเท้าและการหนีบถังเพื่อการควบคุมลุยฝ่าทุกอุปสรรคนั้นทำได้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกันก็มีมิติรองรับสรีระได้มากพอกับการเดินทางขึ้นเหนือลงใต้แบบ “สบายๆ” สมศักดิ์ศรีสุดยอดรถ Dual Purpose นั่นเอง

และที่โดดเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดก็คือ ถังน้ำมัน “24.2 ลิตร” เพิ่มมาจากโมเดลเก่าถึง 5.4 ลิตร ดังนั้นมั่นใจได้ว่าเราจะมีเวลาให้เต็มอิ่มกับช่วงเวลาบนถนนได้เต็มที่กว่าที่เคย พร้อมชิลด์บังลมหน้าที่สูงขึ้นจากโมเดลสแตนดาร์ด ทำให้การวิ่งทางไกลๆนั้นลดแรงลมปะทะได้สบายๆ และแครชบาร์ขนาดใหญ่ด้านหน้านอกจากจะช่วยให้ “ล้ม” ได้อย่างหมดห่วงแล้ว ก็ยังทำให้โมเดล Adventure Sport นี้ ดูดุดัน ทะมัดทะแมงเพิ่มขึ้นอีกหลายขุมเลยล่ะครับ

สบายเหนือระดับด้วย “Dual Clutch Transmission(DCT)”

ระบบเกียร์อัจฉริยะของฮอนด้า ที่ให้การส่งกำลังอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเสียกำลังเครื่องยนต์ไปกับการใช้ระบบส่งกำลังแบบเดิม พร้อมการใช้งานง่ายดายแค่ปลายนิ้วสัมผัส.. เพียงเลือกโหมดการขับขี่ที่คุณต้องการเท่านั้น กล่อง ECU ก็จะจัดแจงการทำงานของหัวฉีด จังหวะการส่งกำลังให้โดยอัตโนมัติ เพียงบิดคันเร่งออกไปรอสัมผัสกับการส่งกำลังทะยานสู่ความเร็วอย่างมีความสุขได้เลย.. สายวิ่งทางไกลยิ้มแก้มปริไม่มีหุบแน่นอนครับ

หรือถ้ารู้สึก ‘ขัดใจ’ อยากจะควบคุมจังหวะต่างๆด้วยตัวเองก็สามารถทำได้ง่าย ด้วย Paddle Shift บนแฮนเดิลบาร์ด้านซ้าย เติมเต็มความสนุกของการ “ควบคุม” ได้อยู่มือ

แต่แน่นอนว่าสำหรับการนำไปหวดบนพื้นที่โขดหินหรือปีนขึ้นเขา อาจจะต้องใช้ทักษะและความคุ้นเคยกับรถและระบบ DCT นี้พอสมควร ด้วยความที่เป็นระบบเอกลักษณ์เฉพาะของ Honda จึงต้องใช้ทักษะการควบคุมที่เฉพาะทางพอสมควรครับ ..ซึ่งถามสั้นๆว่าเอาไปลุยได้มั้ย.. “ได้ครับ”

           สนนราคาค่าสินสอดก็ตกอยู่ที่ 625,000 บาท กับออพชั่นเพื่อการ “ทัวร์ริ่ง” วิ่งฉิวๆ ชิลๆ ทุกถนน นอกเหนือจากออพชั่น“สุดขอบ” โช้คหัวกลับหน้า 45 มม. ปรับตั้งค่าเต็มระบบ คันเร่งไฟฟ้า ล้อซี่ลวดอลูมีเนียม แล้วไหนจะระบบเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ ทั้ง Dual Clutch Transmission ให้การขับขี่ทางไกลได้อย่างสะดวกสบาย และโหมดการขับขี่ 3 โหมด!! ..ออพชั่นหนาแน่นขนาดนี้แถมเพิ่มราคาขึ้นมาจากเวอร์ชั่นสแตนดาร์ด 70,000 บาท.. ผมว่าคุ้ม!!

[envira-gallery id=”5110″]