หลังจากเปิดตัวไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ ในที่สุด เอ.พี.ฮอนด้า ก็จัดงานทดสอบขับขี่ดูอัลเพอร์โพสรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง All New CRF300L และ CRF300 Rally สื่อมวลชนได้ลองสมรรถนะกันไปเป็นครั้งแรกเรียบร้อย โดยงานนี้จัดขึ้นที่ จ.ชลบุรี บนสนามทดสอบสไตล์เอ็นดูโร่-ครอสคันทรี่ที่ครบเครื่องทั้ง หล่มทราย ขึ้น-ลงเนิน วิ่งขึ้นเขาในซิงเกิ้ลแทร็ค ลุยโคลนฯลฯ หลังจากแอดฯโยไปร่วมขี่รถทั้งสองรุ่นในงานนี้มา ก็มี “รีวิวฉบับย่อ”ให้พอเข้าใจกันง่ายๆมาฝากกันก่อนดังนี้ครับ

-เครื่องยนต์ แคมคู่ DOHC ปริมาตร 286.01 ซีซี. ( ยืดชักจากเดิม 8 มม. ขึ้นเป็น 63.047มม.) เพิ่มกำลังอัดมาเป็น 10.7 : 1) แรงขึ้นกว่าตัวเก่าชัดเจน

-แรงบิดมาไว ติดมือ ตอบสนองการชู้ตคันเร่งดีเยี่ยมตั้งแต่รอบต้น ยาวไปถึงรอบกลาง การที่เพลาข้อเหวี่ยงมีบาล๊านเซอร์และมีลูกปืนแบริ่งเข้ามาช่วยก็ลดอาการสะท้านของเครื่องในรอบสูงได้ดีเลย

-หม้อน้ำ มีการย้าย จากฝั่งซ้ายไปขวา นัยคือช่วยลดความเสียหายของสายลุยล้มซ้ายที่มักทำหม้อน้ำแตกบ่อยๆนั่นเอง
– อีกจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลง คือเรื่อง “โครงสร้าง” ที่น้ำหนักรถเบาลง 5 กก. ผลจากการออกแบบ เมนเฟรมชิ้นใหม่ สวิงอาร์มอลูมิเนียมใหม่ รวมถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยอีกหลายรายการ

-พอรถเบาลง การคอนโทรลที่ขี่ไปเพียงรอบแรก ยังรู้สึกว่าขี่ง่ายขึ้น เนื่องจากดีไซน์บอดี้ที่ถูกทำให้ “แคบ”ลงด้วย การหนีบเข่าไปกับรถทำได้กระชับขึ้น การบังคับเลี้ยวโค้งสั้นๆแคบๆในซิงเกิ้ลแทร็คบนเขาทำได้ฉลุยเลย โดยเฉพาะฟีลลิ่งของ CRF300L ซึ่งลดระยะเทรลลงมาส่งผลให้หักเลี้ยวได้ดีในทางแบบเอ็นดูโร่


-ความสูงเบาะ ของตัว 300L อยู่ที่ 830 มม. ส่วน 300 Rally เป็น 895 มม. อาจจะดูว่าสูง แต่ด้วยช่วงยุบของโช้ค เวลาขี่จริงแทบไม่รู้สึกว่าสูงเกินไปครับ คนร่างเล็กที่ใช้ 300Rally ก็แค่อาจดูตำแหน่งเหมาะๆเท่านั้นเวลาจะจอด

-ช่วงเกียร์คืออีกจุดใหญ่ของการเปลี่ยน เพราะมีการปรับอัตราทดใหม่ ระยะเกียร์ 1-2-3-4-5-6 “กว้าง” ขึ้นกว่าเดิมมากๆ วันนั้นวิ่งในสนามทดสอบแบบเอ็นดูโร่ พบว่าการต่อย่านกำลังในเกียร์ 2-3 ถือว่าเหลือเฟือ ขณะที่เกียร์ 4-5 น่าจะไหลปลายได้มากกว่าตัวเดิม(เอาไว้ได้ลองวิ่งไกลๆจะเอามาเล่าอีกรอบครับ)

-จุดสำคัญที่ข้ามไม่ได้คือเวอร์ชั่นนี้มีใส่ Assist Slipper Clutch นอกจากคลัทช์จะนิ่มมือ(สปริงคลัทช์ 3ตัว) ยังให้การเชนจ์เกียร์ได้อย่างนุ่มนวล ลดการกระชากคุมอาการที่ท้ายเวลาเชนจ์ดาวน์ลงได้ดีชัดเจน

– ระบบเบรกดิสค์หน้าถึงใช้คาลิเปอร์ลูกสูบคู่แบบเดียวกัน มีจุดที่แตกต่างกันตรงที่ “จานดิสค์” ของ CRF300Rally มีเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่กว่า(เนื่องจากสไตล์การใช้งาน) ระบบเบรกถือว่าผ่านทั้งคู่ครับ


-น้ำหนักรถ CRF300L เพียง 138 กก. ถือว่าเบาจริงๆ ส่วน CRF300Rally หนัก 150 กก. ตรงนี้ใครเอาไปเปลี่ยน “ท่อแต่ง” ปรับเปลี่ยนพาร์ทอีกบางส่วน น้ำหนักก็จะลดได้อีกเยอะเลย ช่วงที่ผมสลับไปขี่ 300Rally ก็ไม่ได้รู้สึกว่าคุมยากนะ พวกบิ๊กไบค์หนักกว่านี้เยอะ

-ช่วงล่างมีการเพิ่มช่วงยุบของโช้คหน้าหัวกลับขนาดแกน 43 มม. (สีโช้คเปลี่ยนไปเข้มขึ้น) ด้านหลังเป็นแขนกระเดื่องโปรลิ้งค์กับโช้คเดี่ยว จากการขี่ทั้ง 2 ช่วง ฟีลลิ่งช่วงล่าง “เดิม” จากโรงงานถือว่าหนึบและนุ่มนวลมากๆครับ อย่างไรก็ตามโช้คหลังที่บางคนเอ่ยปากว่านุ่มไปนิดก็สามารถปรับพรีโหลดที่เกลียวสตรัทเพิ่มความแข็งได้ตามถนัด หรือใครสายโหดก็มีช่วงล่างแต่งตรงรุ่นหลายยี่ห้อเอามาเสริมสมรรถนะได้ไม่ยาก
-ยางเดิมติดรถเป็น IRC หน้า 80/100-21M/C 51P , หลัง 120/80-18 M/C 62P ถือว่าพอดีแล้วกับสไตล์การใช้งานทั่วไป

-ตัว CRF300Rally ให้ถังน้ำมันขนาด 12.8 ลิตร ,CRF300L ถังน้ำมัน 7.8 ลิตร จุดนี้สายขี่เที่ยวน่าระยะไกลควรโดน 300Rally เพราะตอบโจทย์ ส่วนสายเอ็นดูโร่เน้นเข้าป่าก็ไปทาง 300L เหมาะสม!!

-ออพชั่นอื่นๆที่เพิ่มมา ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดดิจิตอล ที่มีบอกเกียร์ มีชิฟท์ไลต์และพีคโฮลบอกรอบที่เหมาะสมในการเปลี่ยนเกียร์ ไฟหน้า LED ที่หล่อขึ้น รวมไปถึงของแต่งอีกมากมายหลายรายการที่พร้อมให้เบิกแบบตรงรุ่น ก็จะทำให้ซีรีส์300 ทั้งคู่น่าใช้จริงๆถ้าเป็น “สายลุย” ไปทุกที่ ที่ไม่มีทาง!

-ราคาจำหน่าย
CRF300L 145,800 บาท
CRF300 RALLY 172,200 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.aphonda.co.th/honda2017/motorcycle/onoff

