
สำหรับไฮไลต์หลักๆที่เตรียมทำตลาดประเทศไทย ในปีหน้า ก็ตามนี้!!
-New XL750 Transalp

โมเดลนี้ออกแบบโดยศูนย์วิจัยและพัฒนา R&D ของฮอนด้ากรุงโรม ประเทศอิตาลี สืบทอดจิตวิญญาณอันโดดเด่นของ Transalp ในอดีต โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ สายผจญภัย มาพร้อมกับไฟ LED รอบคัน ตัวรถออกแบบเพื่อรองรับการขับขี่หลากหลายรูปแบบ ด้วยสมรรถนะจากขุมพลังเครื่องยนต์ 755 cc สองสูบเรียง บล็อคใหม่ ให้แรงบิดที่ทรงพลังในช่วงรอบต่ำถึงกลาง สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 5 โหมด พร้อมระบบควบคุม HSTC (Honda Selectable Torque Control)
XL750 ใช้เฟรมแบบไดมอนด์น้ำหนักเบา ให้ความคล่องตัวสูง น้ำหนักตัวเพียง 208 กก. คุมง่ายทั้งทางเรียบ และทางฝุ่น รองรับแรงกระแทกด้วยโช้คหน้าโชว่าขนาดแกน 43 มม. และโช้คหลังเดี่ยวปรับพรีโหลดได้5ระดับทำงานร่วมกับสวิงอาร์มและแขนกระเดื่อง Pro-Link ล้อหน้าขนาด 21 นิ้วที่จับคู่กับล้อหลังขนาด 18 นิ้ว พร้อมระบบเบรก ABS ที่สามารถเลือกปิดการใช้งานที่ล้อหลังได้

XL750 Transalp ติดตั้งหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง Android และ iOS ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงจากสมาร์ทโฟน (HSVCs) Honda Smartphone Voice Control system พร้อมด้วยไฟฉุกเฉิน (Emergency Stop Signal) ให้เพื่อนร่วมทางรับรู้เมื่อเบรกกระทันหัน

-New CL500 “Casual Scrambler”

ด้วยแรงบันดาลใจจาก CL Series ในยุคทศวรรษที่ 60 และ 70 CL500 จึงเป็นรถจักรยานยนต์ที่ผสมผสานระหว่างเสน่ห์เรโทรกับความไฮเทคได้อย่างลงตัวในสไตล์ Casual Scrambler สำหรับคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ที่ต้องการความโดดเด่น มีดีไซน์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ คล่องตัวทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวัน และท่องเที่ยวสุดสัปดาห์หรือแม้แต่ทางฝุ่นในบางเส้นทาง

CL500 มาพร้อมเครื่องยนต์สองสูบ 471cc ให้อัตราเร่งฉับไว ออกตัวได้เร็ว เส้นสายรอบคันสวยงาม ไฟหน้า LED ไฟเลี้ยว LED แฮนด์ยกสูง ระบบกันสะเทือนประกอบด้วยโช้คหน้าขนาด 41 มม. พร้อมยางหุ้ม และโช้คหลังแบบปรับได้ ล้อหน้าขนาด 19 นิ้วและด้านหลังขนาด 17 นิ้ว ผสานกันเป็นลุคใหม่แตกต่างอย่างมีสไตล์

New CB750 Hornet

สตรีทไบค์สายดุ Hornet ภาพลักษณ์เฉียบคม ร่วมสมัย ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับความงดงามของเฟรมและตัวรถ พร้อมถังน้ำมันทรง “ปีกแมลง” อันเป็นเอกลักษณ์ เน้นย้ำบุคลิกสปอร์ตของ Hornet ดุดัน สมรรถนะสูง ด้วยเครื่องยนต์สองสูบ 755cc มาพร้อมแรงบิดอันหนักหน่วง ให้อัตราเร่งที่เพลิดเพลินในทุกสถานการณ์การขับขี่ เฟรมน้ำหนักเบาแบบ Diamond Frame โช้คหน้าแบบหัวกลับ พร้อมโช้คหลังแบบ Pro Link มีระบบขับขี่ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกชุดค่าผสมที่ต้องการได้เอง ตามสไตล์การขับขี่ของแต่ละคน

CB750 Hornet มาพร้อมหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ซึ่งให้ข้อมูลสำคัญอย่างชัดเจน เชื่อมต่อได้ด้วย HSVCs (Honda Smartphone Voice Control system) ระบบสั่งงานด้วยเสียง และมีระบบหยุดฉุกเฉินหรือ Emergency Stop System เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

นับเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของตระกูล Hornet ในรูปลักษณ์ใหม่ที่สืบสานความเป็น CB ได้ชัดเจนต่อไป

-EM1 e:

โมเดล EM1 e: เป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ฮอนด้าจะเปิดตัวในยุโรป หลังจากที่ฮอนด้ามอเตอร์ประกาศแผนที่จะเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 10 รุ่นทั่วโลกภายในปี 2025 นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญของฮอนด้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

EM ย่อมาจาก Electric Moped มีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาวิธีเดินทางในเมืองที่ง่ายและ สนุกในคราวเดียวกัน รถรุ่นนี้เป็นรถคอมแพคพื้นเรียบ (Flat-Floored) ที่มาพร้อมกับ Smoothed Styling แตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร EM1 e: ถูกออกแบบมาสำหรับการเดินทางระยะสั้นในเมือง และทำให้การเดินทางไปทำงานหรือเรียนนั้นมีประสิทธิภาพ เงียบ และไม่มีมลพิษใดๆ ทำให้รถ EM1 e: กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการเดินทางของคนเมือง
แบตเตอรี่ของรถ EM1 e: เป็นแบตเตอรี่ Honda Mobile Power Pack e: มีความทนทาน และคุณภาพ จุดเด่นของ Mobile Power Pack (MMP) ถูกออกแบบให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่หลากหลาย ทนความชื้น แรงกระแทก และการสั่นสะเทือน

สำหรับรุ่นใหม่ที่น่าสนใจยังมี New CMX1100T Rebel ซึ่งขยับสู่กระแสฮิตของครุยเซอร์ยุคปัจจุบันที่ฮิตกีนในแบบแบคเกอร์ ที่ลงตัวในด้านดีไซน์ซึ่งคอมแพ็คคล่องตัวสุดๆ ซึ่งตัวนี้ก็แอบลุ้นให้Honda BigBike นำไปทำตลาดประเทศไทยด้วยเช่นกัน!!!


