Honda Press CBR Trophy 2025 ถึงเวลาแข่งขันเพื่อพัฒนาฝีมือ
Thai Honda เปิดประสบการณ์การแข่งขันให้กับสื่อมวลชนได้สัมผัสประสบการณ์จริงในการแข่งขันกติการะดับสากล ในรายการ Honda Press CBR Trophy 2025 โดยในครั้งนี้ รถที่เราใช้ในการแข่งขันคือ CBR650R E-Clutch โมเดลที่ขับขี่ได้สะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ระบบคลัตช์แบบอัตโนมัติ “ถึงจะไม่ใช่สปอร์ตตัวแข่งร่างทอง แต่ถ้าได้ลองบอกเลยว่าจะติดใจ”
กติกาการแข่งขันคือ
รถ CBR650R E-Clutch เดิมโรงงาน เปลี่ยนแค่ยางวัน Qualifying และ Race ส่วนวันซ้อม Practice ให้ใช้ยางเดิมติดรถ 2 วัน แบ่งซ้อม 2 กลุ่ม สื่อมวลชน 17 ท่าน คัดเข้ารอบจากเวลา Practice 12 ท่านเพื่อเข้า Qualifying มีการตรวจสุขภาพ และตรวจสภาพรถและอุปกรณ์ขับขี่ที่ต้องผ่านมาตรฐานสากล
ร่างกายต้องพร้อม จิตใจต้องแข็งแกร่ง

ครั้งนี้ผม “แทน ธรรมชาติ” รับหน้าที่ทำการแสดง จากใจเลยว่าตื่นเต้นมาก อาจจะเคยมาร่วมชมทำข่าวหรือมาช่วยซัพพอร์ตพี่ ๆ ในการแข่งขันหลายครั้ง แต่พอมาเป็นตัวเองที่ต้องทำการแข่งขัน แค่รู้ก็สุดจะตื่นเต้นแล้ว สำหรับตัวผมแล้วประสบการณ์การขับขี่ทางนี้อยู่ในจุดที่เพิ่งได้เริ่ม แต่ทุกครั้งที่ได้ลงสนามก็ตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองทุกครั้ง สุดท้ายกลายเป็นความหลงใหล
Practice 1-2
สัมผัสแรกกับ CBR650R E-Clutch รถเดิมยางเดิม คุณพระ!!! อย่างที่ผมเคยรีวิวไว้ การปรับเปลี่ยนตัวรถให้มีท่านั่งที่สปอร์ตมากยิ่งขึ้น ทำให้การขับขี่ให้ฟีลลิ่งการควบคุมที่มั่นใจ และระบบ E-Clutch ที่มาพร้อมกับควิกชิฟเตอร์ทำให้การตัดต่อกำลังทำได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ถึงน้ำหนักจะต่างจากตัวธรรมดา แต่ประสิทธิภาพที่ได้ในการทำความเร็วด้วยระบบ E-Clutch ทำได้ดีมาก ขี่สนุก 20 นาที 2 วัน ยิ่งขี่ยิ่งมั่นใจ ยางเดิม ๆ ก็ขี่สนุกได้ เวลาดีสุดสำหรับการซ้อมสองวันอยู่ที่ 02:07.321 นาที ทำให้ผ่านเข้ารอบ 12 คน แบบงง ๆ จริง ๆ แล้วมีพี่ ๆ สื่อหลายท่านเลยที่น่าจะทำได้ดีกว่า แต่นี่แหละเสน่ห์การแข่งขัน ปัญหาที่เกิดจากตัวรถบ้าง หรือการเซตติ้งต่าง ๆ ดวง ไม่มีอะไรสามารถคาดเดาได้ เร้าอารมณ์สุด ๆ
Qualifying
ผ่านเข้าสู่รอบนี้ก็ทวีคูณความตื่นเต้นเข้าไปอีก ช่วงเช้าก็จะเป็นการจับฉลากเลือกรถกับช่างคู่ใจ ผมได้เบอร์ 9 และได้จับฉลากได้สุดยอดช่างที่ขี่รถได้นิดหน่อย “โค้ชพี่แมน” กิตติ แจ่มสาคร อดีตแชมป์ประเทศไทย ที่สำคัญคือพี่เค้าหล่อและเจ้าชู้เหมือนกับผมเลย คิดว่าน่าจะเข้าขากันได้เป็นอย่างดี อิอิ หยอกนะครับ.
รอบนี้เปลี่ยนยางสำหรับการแข่งขันแบ่งเป็น 6 คันเป็นยาง Bridgestone Battlax RS11 และอีก 6 คันเป็น Pirelli Diablo Supercorsa SP V4 ผมได้เป็นยาง Pirelli ด้วยความที่รอบนี้กติกาคือ ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิด รถพังหรือล้ม จะถูกตัดสิทธิ์ทันที ใจก็ยังกล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าขี่เต็มที่ แต่พอได้ลองยางเกรดสำหรับการแข่งขัน การขับขี่แตกต่างออกไป สามารถทำให้ผมลดเวลาไปได้ถึง 2 วินาที แต่พี่ๆ ท่านอื่นก็เช่นกัน ฮ่าๆ จบการควอลิฟายได้กริดสตาร์ตที่ 7 แถว 3 ซ้ายสุด ด้วยเวลา 02:05.747 นาที มีหลายจุดที่ต้องแก้ ช่วงโค้ง 3, 4, 12 ยังช้าอยู่มาก เหลือเวลาแค่เช้าวันแข่งที่จะได้ปรับแก้
Race
ตื่นมาด้วยจิตใจที่แจ่มใส ได้คุยกับพี่นักแข่งหลายท่านเรื่องวิธีการคิดก่อนการแข่งขัน สิ่งที่หลายๆ คนแนะนำคือ “ไม่ต้องคิด” มีสมาธิกับสิ่งที่ต้องทำพอ ห้ามคิดเรื่องอื่น ลงไปวอร์มเช้าเป็นวันที่ดี อากาศดี ทุกอย่างลงตัว มีสมาธิ ได้คุยปัญหาการขับขี่และจุดที่ต้องแก้ไขกับโค้ชพี่แมน แล้วก็ลงไปปรับ ไม่ได้เค้นอะไรมาก 15 นาที กลับเข้ามาเวลาที่ได้ 02:04.572 นาที แบบงง ๆ แค่ทำตามที่ทีมนักแข่งอย่าง พี่แมน, โฟลท, แชมป์, ท็อป แนะนำก็ทำได้เลย นี่คือเหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดที่จะมาร่วมกิจกรรม Track Day Honda ทุก ๆ กิจกรรมเลย
ในระหว่างวันที่รอทำการแข่งขัน พักผ่อนดูการแข่งขันรายการ Honda CBR Trophy 2025 ต้องบอกว่าเป็นกิจกรรมที่ทาง Honda ตั้งใจที่จะสานต่อจากกิจกรรมอย่าง Track Xperience เพื่อต่อยอดให้กับลูกค้าที่ต้องการเปิดประสบการณ์ในการแข่งขัน โดยใช้กฎกติกาสากลที่ถูกรองรับด้วย FIM ที่สุดของความทุ่มเทจริง ๆ ยอมใจ โดยรุ่นในการแข่งขันก็จะมีตั้งแต่ 250 – 1000 ซีซี แบ่งคลาส A-B จนถึงรุ่นสุดท้าย คือการแข่งขันพิเศษที่จัดให้กับสื่อมวลชน
รุ่นสุดท้ายในคลาส 1000 ซีซี จบ และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ฝนตกลงมาอย่างหนัก ในใจก็คิดว่าน่าจะไม่ได้ทำการแข่งขันแล้ว แต่มีเสียงชายคนนึงผู้ยืนหยัดอย่างหนักแน่น สั่งเปลี่ยนยางฝนทั้งหมด พี่กานต์ ผู้ดูแลกิจกรรมทั้งหมด และดูแลสื่อมาตลอด 4 วัน เป็นช่างใหญ่อีก โดยยางที่เปลี่ยนก็จะมาใช้เป็นยางฝนจาก Bridgestone รุ่น Racing Battlax W01 การเป็นนักแข่งสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คงเป็นสถานการณ์แบบนี้ นี่คือสิ่งที่ทาง Honda กำลังจะมอบโอกาสสุดล้ำค่าให้กับสื่อมวลชนกลุ่มนี้ ประสบการณ์กับการขี่รถของผมในสนามกับยางฝนเท่ากับศูนย์ แต่ไม่มีใครถอดใจ พี่สื่อพร้อมลุยกันหมด ทีมช่างทุกคนช่วยกันลุยเปลี่ยนยางรถ 12 คัน ระหว่างรอ “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ และ “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ ได้เข้ามาแนะนำการขับขี่ยางฝน เน้นเบรกตอนรถตั้ง และระวังการใช้เบรกในโค้ง สุดท้ายเส้นสีขาวกับเอเพ็กซ์คือจุดที่ต้องระวังมากที่สุด
ตามธรรมชาติของเรากับการขี่รถบนถนนในวันที่ฝนตก ยังไงอาการกลัวที่จะลื่นคงหนีไม่พ้น แต่จากคำแนะนำในการใช้ยางฝนจริงๆ แล้ว เราสามารถขี่ได้เต็มที่ตามปกติได้เลย จริงหรือไม่ ลงไปลุยเถอะ
ออกไปไซติงแล็ปกัดฟันลองไปเบรกที่โค้ง 3 เลี้ยวเข้าไปแบบงงๆ พอออกโค้งได้ คิดในใจได้เฉย เอาเว้ยลองดูกับไปที่กริดสตาร์ต รูปอะไรไม่ได้ถ่ายแล้ว ลุยกันเลย ธงเขียวตี ซ้อมออกตัวสักหน่อย โค้ชพี่แมนแนะนำให้ใช้คลัตช์ ออกรอบเครื่องยนต์ 7500-8500 ออกไปวอร์มอัปแลป ออกได้อยู่ มั่นใจ เอาสกิลสายฝุ่นมาใช้ วอร์มไป 1 รอบ กลับมาสู่การแข่งขัน
ไฟดับ ไม่นับญาติ ออกตัวไปสวยงามตามติดที่แถว 2 ด้วยเกียร์ 1 กำลังเตะเกียร์สองไม่ทัน ระบบเข้าโหมด E-Clutch ตัดกำลังวูบลงมา งานเข้า รีบบิดตามออกไป ข้างในเดือดมากไม่กล้าเข้า หนีมาไลน์นอกเจอ บก.ตุ้ย ออกมาบังก่อนที่จะกดสุดตัววิ่งไปยกลึก ๆ ที่โค้ง 3 กัดฟันแตะเบรก กรี๊ดลั่นหมวกขึ้นมาอยู่ที่ 6 หลังจากนั้นตัดภาพไว ๆ พยายามขี่ให้นิ่งที่สุด ปัญหาคือฝนตกหนักขึ้น หมวกกันน็อกไม่มีพินล็อก เกิดฝ้าขึ้น ต้องคอยงัดชิลด์ทุกครั้งที่ออกโค้ง มองอะไรไม่เห็นเลยขาวไปหมด เหมือนขี่อยู่บนสวรรค์ ผมพยายามขี่ให้เหมือนเดิมกับตอนแห้ง และให้อยู่ในไลน์เดิมมากที่สุด แต่ความเป็นจริง มั่วไปหมด เบรกเลยจุด หาทางเข้าโค้งไม่เจอ เบลอจัด ท่องในใจ “ไม่ร่วง ๆ ” แล้วย่องตามไปเรื่อย ๆ จนครบ 8 รอบสนาม เอาจริง ๆ มองไม่เห็นธงหมากรุกซะด้วยซ้ำ ไปตรงป้ายดิจิทัล อดทำท่าดีใจเลย วนกลับเข้ามาเข้าพิท ดีใจมาก ๆ ที่สามารถจบการแข่งขันได้ ไม่ร่วง ฮ่า ๆ กลับเข้ามาในอันดับที่ 4 เท่านี้ก็ดีใจแล้ว แข่งจบพี่ ๆ สื่อทุกท่านปลอดภัย
บทสรุป
จบที่ 2 คลาส A แบบงง ๆ ทำเวลาได้ดีตั้งแต่ช่วงซ้อมแรก ๆ เลยถูกเตะมาอยู่กลุ่ม A แล้วจริง ๆ ก็มีพี่ ๆ สื่อที่ทำได้ดีกว่าผม แต่ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ผลก็เลยจบออกมาแบบนี้ ถือว่ามีโชคช่วยด้วย ต้องยอมรับว่าดีใจมาก เสียงตบมือวันนั้นยังคงดังอยู่ในใจผมเสมอ เป็นประสบการณ์ที่เหมือนฝันที่ได้ทำภารกิจชีวิตของไบค์เกอร์คนนึงที่รักในการขับขี่จะมีโอกาสทำได้ การแข่งขัน 1 ครั้ง มีหลายอย่างที่ต้องเตรียมตัว ร่างกาย จิตใจ และค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลย การที่ได้ร่วมกิจกรรม Honda Press CBR Trophy 2025 ทำให้ตัวผมเข้าใจถึงความหลงใหลของพี่ ๆ นักแข่งทุกท่านมากยิ่งขึ้น
สำหรับผมแล้วมันคือการที่เราได้ขี่รถที่เรารัก และพัฒนาตัวเองทุกครั้งที่ได้แข่งขัน ทำให้เราเห็นจุดบกพร่องและสามารถแก้ไขและพัฒนาได้ง่ายที่สุด และคนที่สำคัญของคุณก็คือคู่แข่ง จริง ๆ ก็คือเพื่อนคุณนั่นแหละที่จะผลักดันคุณให้ทะลุทุกขีดจำกัดแล้วทำได้ดีและพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน
เป้าหมายของผมกับการแข่งขันครั้งนี้ก็แค่อยากมาขี่รถในสนามระดับโลกอย่าง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และสามารถสนุกไปกับการพัฒนาตัวเองทุกครั้งที่ได้ขับขี่ก็เพียงพอแล้ว
สุดท้ายผมต้องขอขอบคุณโอกาสสุดพิเศษจากทาง Thai Honda ในครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้แล้ว ขอบคุณทีมงานผู้จัด ขอบคุณทีมงาน MKC ขอบคุณทีมงาน DA ขอบคุณพี่ ๆ สื่อทุกท่านเลยที่ให้โอกาสเรา MTC มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่


















