หมวกกันน็อค “ID Rocket”.. เต็มกลิ่นสปอร์ตยุค 70’s บนความปลอดภัยแห่งปัจจุบัน!

หมวกกันน็อค “ID Rocket”.. เต็มกลิ่นสปอร์ตยุค 70’s บนความปลอดภัยแห่งปัจจุบัน!
ในขณะที่ผมกำลังเดินดุ่มๆ หาซื้อของว่างเพื่อนำกลับไปเคี้ยวเล่นในการทำงานยามบ่าย ก็อดสังเกตการจราจรบนถนนไม่ได้ แม้ส่วนมากจะเป็นการถาม-ตอบคำถามในหัวตัวเองอยู่บ่อยๆก็ตาม ทำไมอากาศร้อนขึ้นทุกวัน ทำไมถนนแย่จัง ทำไมรถเยอะจัง .. “ทำไมคนขับรถคลาสสิกเยอะขึ้นจัง?”


ยิ่งพักหลังๆทั้งผู้ผลิตรถจากทั่วโลกเองก็กระหน่ำกันปล่อยโมเดล “ชุบชีวิต” ขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมกับบรรดาอุปกรณ์ส่วนควบประเภท “ของมันต้องมี” ก็กระหน่ำขายเช่นเดียวกัน.. เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้วันเวลา เทคโนโลยี ข้าวของรอบตัว จะมีการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้า เปลี่ยนแปลงรูปโฉมไปตามยุคสมัย แต่คนเราก็มักจะแพ้พ่ายให้กับของบางสิ่งที่กระแสการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นไม่สามารถสั่นคลอนออกไปจากใจเราได้…


ภาพของ “มอเตอร์ไซค์คลาสสิก”.. หรืออาจจะคลาสสิกแค่หน้าตาแต่ข้างในใหม่เอี่ยม ผมก็ขอเรียกมอเตอร์ไซค์สไตล์นี้ไว้ว่า “โมเดิร์นคลาสสิก” .. ซึ่งเป็นอีกแนวทางที่มาแรงมากๆ และมาแรงได้ 2-3 ปีมาแล้วด้วย.. ถ้าว่ากันตามทฤษฎีแล้ว กระแสการหวนกลับไปเล่นของเก่า(หรือหน้าตาเก่า) นั้น อาจย้อนกลับมาเพราะ “มีความทรงจำดีๆ เกิดขึ้น เมื่อสมัยที่เราเห็นสิ่งเหล่านั้นครั้งแรก” นั่นเอง..


ซึ่งหลังจากที่ผมเดินมาถึงประตูออฟฟิศ ผมก็ได้เห็นกล่องใส่หมวกกันน็อคยี่ห้อดัง 2 กล่อง พร้อมรอยยิ้มที่สดใสจากทีมขายที่เพิ่งไปรับ สินค้าตัวอย่างมาจากลูกค้า และคำพูดเบาๆอันเรียบเฉย “รีวิวหมวกกันน็อคกันเถอะ” ..และเมื่อผมแง้มกล่องดู รอยยิ้มก็เกิดขึ้นทันทีในใจ..

พุ่งไปเลยเจ้าหัวจรวด.. “Rocket”
ใช่แล้ว.. “Rocket” คือชื่อของหมวกกันน็อครุ่นนี้ ซึ่งตัวผมเองก็ไม่แน่ใจว่า ทางผู้ผลิตได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร แต่ตีความว่า มันคือหัวจรวดที่พาศีรษะของเราข้ามผ่านการจราจรไปได้ด้วยความปลอดภัย!!
เริ่มกันที่ความประทับใจแรก “หน้าตา”..ของหมวก Full-Face ในสไตล์สปอร์ตคลาสสิก.. ถ้าจำไม่ผิดก็คงเป็นราวๆ ยุค 1970 หรือช่วงแรกๆที่หมวกกันน็อคแบบปิดคางได้ถูกคิดค้นขึ้นมา.. ถ้าถามว่าประทับใจไหม ก็ต้องตอบว่าเจ้า Rocket เป็นหมวกที่ทาง ID ผลิตออกมา หน้าตาดูดีทีเดียว แม้จะไม่ถึงกับว้าว เพราะหมวกสไตล์นี้ก็หน้าตาคล้ายๆกันไปหมด แต่สิ่งที่โดนใจเลยก็เป็น “สีสัน” และ “ฟีเจอร์” ที่สังเกตได้ทันทีตั้งแต่ แว๊บแรก..


ภายนอกคือหมวกสไตล์สปอร์ตในยุค 70’s มีตัวเลือก 8 สี 2 รูปแบบ คือสีมันเงากับสีด้าน.. แต่เจ้า ID Rocket นี้ดูผิดไปจากหมวกคลาสสิก “ปกติ” พอสมควร.. เพราะแค่มองปราดแรกก็จะเห็น “รู” อะไรอยู่เต็มหน้าหมวกไปหมด.. เจ้ารูเหล่านั้นคือสิ่งบ่งบอกความใส่ใจ และออกแบบมาเพื่อประเทศไทยอย่างแท้จริง เพราะมันคือรูระบาย อากาศที่มีให้ถึง 5 จุด! พร้อมช่องระบายลมร้อนออกด้านหลังอีก 2 จุด พร้อมกันนี้ที่ช่องลมบริเวณการ์ดคางยังสามารถเลือกเปิด-ปิดเพื่อ ลดปริมาณลมที่จะเข้ามารบกวนตอนขับขี่ได้อีกด้วย..


และอีกจุดที่สะดุดตามากๆคือ หมวกกันน็อค ID Rocket ให้ชิลด์บังลมหน้ามาเป็นสีปรอทอิริเดียม ซึ่งเจ้าตัวที่ผมได้มาคล้ายๆกับสีชาหน่อยๆ เมื่อสวมใส่ ก็ถือว่าช่วยรักษาสายตาของเรายามขับขี่ตอนกลางวันได้ดีในระดับหนึ่งทีเดียว แต่คงกันแดดจัดๆได้ไม่ดีเท่าไรนัก.. แต่ก็ใส่ปิดหน้าแล้วสบายตาแน่นอน.. ใกล้ๆกันที่บริเวณหางตา ยังมีฝาปิดครอบหูหมวกอลูมิเนียมขึ้นรูปที่ถูกนำไปกลึงเงาขึ้นลายเส้นเอกลักษณ์เฉพาะ ID Rocket ประกบปิดมาให้อย่างสวยงาม..
เมื่อก้มมองลงไปข้างใต้ก็จะพบเจอกับสายล็อคแบบสไลด์บาร์ที่ไม่ต้องห่วงเรื่องสนิม เพราะเลือกใช้วัสดุสแตนเลสมาให้ รวมถึงห่วงคล้องก็เป็นสแตนเลสเช่นเดียวกัน


นวมภายในทำมาดูดีครับ.. วัสดุเป็นผ้าสลับหนัง ตัดเย็บด้วยเส้นด้ายสีแดง เพิ่มความสปอร์ตได้ดี มีจุดสังเกตเล็กน้อยที่นวมปิดแก้ม แอบมีสัญลักษณ์รูปแว่นตาเพื่อบ่งบอกว่า ใส่แว่นได้ ไม่หนีบหู! และถ้าเราแงะนวมปิดแก้มคู่นี้ออกมาดูเราก็จะพบกับช่องกลมๆใกล้บริเวณหู คือพื้นที่ของการรองรับการติดตั้งลำโพง Bluetooth ภายในหมวกได้ด้วยนั่นเอง..

ถึงเวลาพา Rocket “บิน”
เราจะพาเจ้า ID Rocket นี้ไปยังจุดมุ่งหมายที่เต็มไปด้วยสถาปัตย กรรมสุดคลาสสิกที่เป็นแลนด์มาร์คประจำกรุงเทพมหานคร ทั้งสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง อาสนวิหารอัสสัมชัญ และถนนสายเก่าย่านเจริญกรุงบนเบาะรถ Yamaha XSR900 ของผมเอง.. เผื่อใส่แล้วเข้ากับรถผมว่าจะจัดมาสักใบ!
เมื่อสวมหมวกเข้าไปจากท้ายทอย ความฟิตของนวมที่ ID ให้มาถือว่าอยู่ในระดับที่ดีอย่างไม่คาดคิด อาจเพราะด้วยการออกแบบชิ้นนวม 3D Cutting และการทำไซส์แบบ Asian Fit ทำให้ได้ความกระชับเข้ากับรูปศีรษะมาก็เป็นได้.. สายรัดคางแบบสไลด์บาร์สวมเข้าล็อคแน่นหนาดี แต่ดูเหมือนว่าระบบสไลด์ปิดช่องลมคางจะเปิด-ปิดยากไปสักนิดเมื่อสวมถุงมือขับขี่..


กว่าจะมุดเส้นลาดพร้าว-บางกะปิ ออกมาพ้นถนนหน้าออฟฟิศก็เล่นเอาหมดพลังไปกึ่งหนึ่ง แต่ก็ทำให้ผมได้เห็นว่า ประสิทธิภาพการใช้งาน จริงของเจ้า Rocket เป็นอย่างไร.. อันดับแรกคือความกระชับที่ให้มา วัสดุนวม และหลายสิ่งที่สัมผัสกับตัวศีรษะของผู้สวมใส่ถือว่าทำงานตามหน้าที่ของหมวกได้อย่างดี.. ชิลด์หน้าให้มุมมองที่กว้างสะใจดีมากๆ เหมือนการ์ดคางไม่มีอยู่จริง และช่วงระบายอากาศด้านบนก็ได้ช่วยไม่ให้ผมเป็นลมแดดหมดสติไปกลางถนนเสียก่อน ด้วยการถ่ายเทอากาศในระดับที่ดีพอใช้ได้ แม้จะมีเสียง “วี้ด” ของลมเข้ามาอยู่บ้าง แต่ก็มิได้ส่งเสียงดังจนน่ารำคาญแต่อย่างใด..


แน่นอนว่าสิ่งที่ทรมานคนใส่หมวกกันน็อคมากที่สุดคือ การจอดร้อนอยู่กลางสี่แยกและรถขยับไปไหนไม่ได้ การเปิด-ปิดชิลด์หน้าจึงดูสำคัญขึ้นมาทันที! แม้ระบบการขยับหมุนชิลด์ขึ้น-ลงนี้จะไม่ใช่จุดแข็งของเจ้า Rocket เท่าใดนัก แต่กลไกยึดชิลด์หน้าหมวกแบบ “สปริงดึงรั้งกลับ” ที่ช่วยลดเสียงรบกวนก็ถือว่าทำได้ดีและมีประโยชน์ไม่ใช่น้อย เพราะถ้าพูดถึงในกลุ่มหมวกวินเทจแล้วคงมีไม่กี่รุ่นที่คำนึงถึงเสียงลมที่จะเล็ดลอดเข้ามาข้างหู..


และเมื่อเราขับขี่รอดพ้นลาดพร้าวเข้าสู่เลียบทางด่วนรามอินทราได้แล้วก็คือพื้นที่แห่งอิสระ.. มีระยะเล็กน้อยให้ XSR900 ลูกชายผมได้อาละวาดคันเร่งสักหน่อย พอให้ได้ทดสอบการใช้งานบนย่านความเร็วกันบ้าง.. และผลเป็นแบบนี้ครับ..
ในช่วงความเร็วที่ไม่เร็วมาก (0-100 กม./ชม.) ถือว่าเป็นหมวกทรงวินเทจที่ผมให้ “ดีเยี่ยม” ไปประดับบ่าได้เลย.. รูปทรงโค้งมนเหมือนหัวกระสุน ให้ระบบ Aero-Dynamic ที่ลื่นไหล ไม่ส่ายไปมา และหันซ้าย-ขวาได้ง่าย ระบบระบายอากาศก็ถือว่าระบายลมร้อนช่วยให้หายใจได้ง่ายขึ้นเยอะยามใช้งานในรูปแบบ City Ride และน้ำหนักตัวที่ 1,450 กรัม (±50) ก็ไม่หนักจนต้องเกร็งกล้ามเนื้อต้นคอเพื่อรองรับกับแรงลมที่มาปะทะเพิ่มไปอีกส่วน..


ทะยานเข้าสู่ช่วง 100-120 กม./ชม. ถึงเริ่มมีอาการ “ส่าย” ชกลมบ้างเล็กน้อย ส่วนระบบซับเสียงรบกวนด้านข้างยังทำงานได้ดีอยู่ และเมื่อทะลุ 120 กม./ชม. ขึ้นไปนั้น คุณสมบัติที่ได้กล่าวชมเชยไปข้างต้นดูเหมือนถูก “ปิดสวิตช์” ไปซะเฉยๆ.. เสียงลมจะเริ่มรบกวนแปรผันตามความเร็วที่มากขึ้นถือเป็นเรื่องปกติของหมวกกันน็อค “ทุกรุ่น” ซึ่งอย่าลืมว่าเจ้า ID Rocket นั้นมีช่องรองรับการติดตั้งลำโพงบลูทูธอยู่ด้วย ดังนั้น.. เปิดเพลงฟังไปเลยครับ น่าจะเพลินอยู่ทีเดียวเชียว.. แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ผู้ที่ใส่หมวกกันน็อคทรงวินเทจสไตล์นี้ใครเขาจะมากดความเร็วทะลุ 120 กม./ชม. กัน??


รวมถึงฟังก์ชั่นเล็กๆอย่าง”ตัวล็อคชิลด์หน้าหมวกสายหนังย้ำกระดุม” ก็ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้ชิลด์บังลมหน้าในทุกย่านความเร็ว ไม่สั่นหรือดิ้นตามแรงลม.. นอกจากจะช่วยไม่ให้ลมตีหน้าหมวกเปิดจนอาจจะเสียจังหวะควบคุมแล้ว เจ้าสายหนังเล็กๆนี้ยังเพิ่มความสวยงาม(และความหล่อ) ให้กับหมวกสปอร์ตคลาสสิค(และผู้สวมใส่) ได้เป็นอย่างดี (อิอิ)..

บทสรุป “ID Rocket”..
หลังจากแวะชักภาพกับกำแพงและแลนด์มาร์กสวยๆไปแล้ว ก็มาแวะพักจิบกาแฟ พลางไล่เรียงเรื่องราวของหมวกกันน็อค ID Rocket ใบนี้ในหัวเสียใหม่.. ว่าสรุปแล้ว นางคือหมวกใหม่หรือหมวกเก่า.. เอ๊ะยังไง?!
ตามที่จั่วหัวไว้ เต็มกลิ่นสปอร์ตยุค 70’s .. ดังนั้นผู้ที่หลงใหลในความเก่า คลาสสิก หรือวินเทจ ไม่ว่าจะทั้งสีสัน รูปทรง หรือความทรงจำที่เคยมี สิ่งเหล่านี้ผมถือว่าเจ้า ID Rocket ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี.. แถมเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆที่หาได้ในยุค 2020 เท่านั้นเข้าไปด้วย! นวมแบบ 3D Cutting วัสดุเปลือกหมวก SIRT (Super High Impact Resistant Thermoplastic) พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยอย่าง ECE.22.05 และ มอก. 369-2557 สิ่งเหล่านี้คือสิ่งดีๆที่ ID ใส่ใจมอบให้มากับหมวกกันน็อค Rocket ใบนี้.. อ้อ ราคาค่าตัวอยู่ที่ 1,990 บาทเท่านั้นเอง! มี 4 ขนาดรองรับกับศีรษะได้หลากหลายตั้งแต่ S, M, L และ XL… ถือว่าถูกมากๆสำหรับหมวกในสไตล์นี้และได้มาตรฐานความปลอดภัยครบถ้วน..

ในที่สุดก็มาถึงจุดสิ้นสุดของการรีวิวหมวกกันน็อคสุดคูล ID Rocket แต่เพียงเท่านี้ ใครที่ยังมีคำถาม หรือข้อสงสัยก็ไปเสาะหาข้อมูลกันได้ที่แฟนเพจ Indexhelmet หรือสอบถามผ่านทางเพจ Motocross Magazine ของเรามาก็ได้ครับ.. ไว้คราวหน้าได้สินค้าอะไรน่าสนใจมาอีก ผมจะมาเล่าให้ได้อ่านกันอีกครั้ง..ขอบคุณครับ