
เปิดฉากด้วยรถจักรยานยนต์ที่มาสานต่อตำนาน MEGURO และ W Series 2 โมเดลใหม่สไตล์คลาสสิก ได้แก่ MEGURO S1 และ W230 พร้อมขุมพลังสูบเดี่ยว ครบครันด้วยออพชั่นรองรับการใช้งานและเต็มไปเอกลักษณ์การดีไซน์เฉพาะตัวในทุกๆมุมมอง โดยจะวางจำหน่ายในประเทศไทยช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

ต่อด้วยโซนรถจักรยานยนต์สายลุยกับการเปิดผ้าคลุม KLX 230 SE ดูอัลเพอร์โพสไซซ์เล็กสเปกแรงมาพร้อมฟังก์ชันใหม่ๆ อาทิ หน้าจอดิจิทัลสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์ ปุ่มเปิด-ปิดระบบ ABS ได้ ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ USD บอดี้พาร์ทปรับให้กระชับน่าใช้มากขึ้น เบาะนั่งได้รับแรงบันดาลใจจากรถสูตร ซึ่งจะวางจำหน่ายทั้งรุ่น SE และ Standard โดยในโซนนี้ยังมี รถสูตร KX250F เวอร์ชันครบรอบ 50 ปี (เข้าไทยเพียง 20 คัน) และ KLX140 RF ตัวลุยเสื้อลมรุ่นใหม่ รวมถึง KLR650 ดูอัลเพอร์โพสสูบโต มาจัดแสดงครบไลน์อัพ

อีกหนึ่ง “ไฮไลต์” ที่สร้างกระแสกระหึ่มเมืองไทยของคาวาซากิคือ การเผยโฉม Kawasaki Ninja 7 Hybrid ซึ่งนับเป็น “สตรอง ไฮบริด” สุดล้ำรุ่นแรกที่ Kawasaki โชว์นวัตกรรมเครื่องยนต์สูบคู่สันดาปภายในขนาด 451 ซีซี. ยุคใหม่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไซค์ฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงกลายเป็นการ E Boost พลังให้เทียบเท่ารถขนาด 1000 ซีซี. พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกเล่นได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมกันนี้ยังมีการประกาศเตรียมวางจำหน่าย(จำนวนจำกัด) NINJA E-1 มอเตอร์ไซค์ EV ในเรนจ์ราคา 2.5-2.7 แสนบาท โดยพร้อมส่งมอบในไตรมาส 3 ของปีนี้ด้วยเช่นกัน

สำหรับบูธ Kawasaki ยังมีรถจักรยานยนต์รุ่นต่างๆที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมาจัดแสดง ไม่ว่าจะเป็น Ninja ZX-6R, Ninja ZX-4R, Ninja 400, KLR650 Adventure (Non ABS),Eliminator SE

สนใจเข้าชมรถจักรยานยนต์คาวาซากิและรับโปรโมชั่นดีๆได้ที่งาน Motor Show 2024 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม-7 เมษายน 2567 ณ บูธคาวาซากิ หมายเลข B3 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี

หรือติดตามสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: www.kawasaki.co.th
Facebook: Kawasaki Motors Thailand
Youtube: KawasakiTHA
Instagram: kawasakitha
Line OA: @kawasakitha

