
สมเกียรติ กล่าวว่า “อินเดีย คือสนามที่พวกเราไม่มีข้อมูลอยู่เลย ‘เลย์เอาท์’ ดูมีความน่าสนใจ กับทางตรงที่ยาว และมีโซนเบรกหนัก ซึ่งน่าจะเข้าทางพวกเรา แต่ไม่มีใครมีข้อมูลอ้างอิง แน่นอนว่าเวลาในการเรียนรู้และค้นหาเซ็ตอัพมีจำกัด แต่ยังไงก็ตามผมดีใจมากที่ในที่สุดเราก็เข้าสู่การแข่งขันในโซนเอเชียแล้ว”
สำหรับ บุดด์ห อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต นับเป็นสนามที่ท้าทายความสามารถนักแข่งทุกคนในการขับขี่ รวมถึงทีมช่างอย่างมากสำหรับการหาเซ็ตติ้ง เพราะไม่เคยรองรับการแข่งขัน โมโตจีพี มาก่อน โดยมีระยะทางต่อรอบ 5.01 กิโลเมตร มีทั้งสิ้น 13 โค้ง ขวา 8 ซ้าย 5 ทางตรงยาวที่สุด 1.006 กิโลเมตร คาดว่าจะมีการทุบสถิติความเร็วสูงสุด (Top Speed) สนามแห่งนี้ด้วย มีโซนเบรกหนักหลายจุด และต้องใช้ความแข็งแกร่งร่างกายสูงมาก
ทั้งนี้ ศึก อินเดียน กรังด์ปรีซ์ จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 22 กันยายน ก่อนจับเวลารอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ตวันเสาร์ที่ 23 กันยายน และดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายนนี้ เริ่มต้นในรุ่น โมโตทู 15.15 น. ตามเวลาประเทศไทย ปิดท้ายด้วย โมโตจีพี 17.00 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTVHD36 และ True Visions SPOTV
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารพร้อมส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #MotoGP #Moto2 #SC35 #RaceToTheDream #Motorsport #IdemitsuHondaTeamAsia #HondaRacingThailand #RaceToTheOne

