รีวิว เต็มทริป KTM 390 Adventure สรุป 7 ประเด็นโดนๆ

รีวิว เต็มทริป KTM 390 Adventure สรุป 7 ประเด็นโดนๆ
เรื่อง : 13pM
ภาพ : กัน1000R
…การกลับมาของ KTM ในเมืองไทย มีตัวขายอยู่คันหนึ่งที่ผมเห็นแล้วรู้สึกว่า “น่าสนใจ” มากๆและอยากนำไป “ลอง” สักทริป หลังจากผ่านการไปเยี่ยมโชว์รูม KTM LADPRAO ผมรับ KTM 390 Adventure มาตะลุยเที่ยว “เต็มทริป” ไปจนสุด “หลังเขื่อน” ศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี แล้วก็หาข้อมูลทุกๆด้านเป็นบทสรุป 7 ประเด็น มาฝากกันดังนี้!!

 

1. มิติและการควบคุม

…รถคันนี้ขี่ง่ายมั้ย?? นั่นคือคำถามแรก ซึ่งการจัดประเภท KTM 390 คันนี้ให้อยู่ในคลาส Adventure (ที่จริงผมอยากเรียกว่า ดูอัลเพอร์โพสมากกว่า) ถือว่าเป็นสิ่งบ่งชี้อยู่แล้วในเรื่อง “มิติ” ทันทีที่ผมขึ้นคร่อมรถ เบาะสูง 830 มม. ก็บอกได้เลยครับสำหรับคนที่มีความสูงระดับเดียวกับผม(160 ซม.) ก็มีบ้างที่ต้องเขย่ง+บัลเลต์ สำหรับการ “จอด” ตามไฟแดง จริงอยู่ความสูงเบาะอาจจะดูไม่มาก แต่ “ความกว้าง” ของทรงเบาะนี่เองที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนร่างเล็กเท่าไหร่นักสำหรับการขี่ในเมือง แต่การการขี่ออกเดินทาง 390 Adventure มันคล่องตัวดีทีเดียว น้ำหนักตัวพร้อมน้ำมันเต็มถังอยู่ที่ 158 กก.เท่านั้น การพลิกเลี้ยวทำได้ง่ายดาย เรื่องการนั่งขี่ยาวๆออนโรด “วิ่งปะทะลม” ถือว่าผ่านฉลุย ส่วนช่วงลงไปขี่ทาง “เทรลล์” ก็ให้ฟีลลิ่งของ KTM ได้ดี รถให้แฮนด์ลิ่งพาเราผ่านทางขรุขระพวกนั้นไปได้ โดยไม่รู้สึกว่าฝืนอะไร ความกว้างของแฮนด์มาพร้อมการ์ดแฮนด์เป็นหนึ่งในจุดที่ชวนให้นึกถึงรถวิบากครับ จุดนี้เดี๋ยวตอนท้ายมาว่ากันถึงข้อสังเกต

อีกนิดกับวงล้อที่มาแบบ ล้อหน้า 19 นิ้ว ล้อหลัง 17 นิ้ว พร้อมยาง michelin anakee adventure ในรอบต้นความเร็วต่ำมีอาการหน้าส่ายเล็กน้อย แต่เมื่อวิ่งเต็มกำลังก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ที่น่าสนใจคือยาง anakee ให้ฟีลลิ่งการเลี้ยวทางดำที่หนึบเกินคาดครับ เนื่องจากทางไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีโค้งเยอะหลากหลายรูปแบบ แถมขากลับผมต้องขี่ฝ่าสายฝนมาช่วงใหญ่ๆ ในทางดินไม่ต้องเอ็นดูโร่จ๋าๆยางคู่นี้สอบผ่าน…จัดว่าดีสมราคา!!

 

2.เครื่องยนต์

ความจัดจ้านของ KTM ฝังอยู่ในเครื่องยนต์ทุกขนาด และใน 390 Adventure คันนี้ก็เช่นเดียวกัน เครื่องยนต์สูบเดี่ยว 373 ซีซี. (ลูก 89 มม. ช่วงชัก 60 มม.) หม้อน้ำ สตาร์ทขึ้นมาก็ได้ยินเอกลักษณ์ของ KTM เลยครับ มันโผงผางและตอบสนองคันเร่ง(คันเร่งไฟฟ้า)ได้ “ติดมือ” มากๆ เครื่องสูบเดี่ยวบล็อคนี้ออกแบบมาให้ใช้รอบ “ตึง” อยู่ตลอด คือแต่ละเกียร์(ค่อนข้างกว้างตามสไตล์)ต้องซัดให้รอบ “ได้ที่” แล้วค่อยสับลงเรียกเกียร์มารับช่วงต่อจึงจะได้ความมันส์ 390 Adventure มีสลิปเปอร์คลัทช์ที่ช่วยให้การเชนจ์เกียร์นิ่มนวลดีมาก และที่ต้องยกให้เลยว่า “เด็ด” คือเดโมคันนี้การ “ปลดล็อค” ฟังก์ชั่น “ควิกชิพเตอร์” มาให้(ปกติฟังก์ชั่นนี้ต้องจ่ายเงินซื้อแยก) ทำให้การใช้งานใน “เส้นทางผจญภัย” สะดวกมากๆ เพราะถ้ารอบเกิน 2500 รอบ/นาที สับเกียร์หรืองัดได้เลยไม่ต้องไปกำคลัทช์ มันช่วยให้การลุยขึ้นลงไปเส้นทางดินทำได้อย่างสมูท ส่วน “ความเร็วปลาย” ทริปนี้วิ่งไปถึง 161 กม./ชม.แล้วยกครับ เพราะแค่นั้นก็รู้ละว่ามันเหลือๆสำหรับการขี่สไตล์ “ทราเวล”

 

3.ช่วงล่างดี WP คอนเฟิร์ม

ทีเด็ดของโลโก้สีส้ม KTM มากับ “ช่วงล่าง” คู่บารมีเสมอ นั่นคือ White Power หรือ WP ซึ่งรุ่นนี้เป็น WP APEX ทั้งคู่ โช้คหน้าหัวกลับ ขนาดแกน 41 มม. ช่วงยุบ 143 มม. โช้คหลังเดี่ยว ช่วงยุบ 151 มม. ฟีลลิ่งของช่วงล่าง 390 Adventure ในการขี่ “ทางดำ” ออนโรด นุ่มหนึบดีมาก อาการในโค้งก็เฉียบคม เลี้ยวดีไม่มีโยน ทรงตัวดี ถ้าใครไม่แบกของหนัก ไม่ติดอะไรเพิ่มมาก ช่วงล่างเดิมๆกับทางดำถือว่าใช้ได้เลย จนถึงช่วงที่ผมนำไปขี่เล่นในทางดิน ช่วงล่างก็ยังเวิร์คอยู่ มีเพียงอาการยวบเล็กน้อยที่ด้านหลังเวลาวิ่งเข้าไปบั๊มพ์เนินแล้วรถดีด ซึ่งบ่งบอกว่าใครขี่ลงทางดินบ่อยน่าจะต้องปรับเซ็ตโช้คให้หนึบขึ้นอีกสักสเต็ป ทั้งนี้ช่วงล่างของ 390 Adventure รองรับการเซ็ทอัพได้ โดยโช้คหลังสามารถปรับสปริงพรีโหลดได้

4.ระบบเบรก ABS ไม่ธรรมดา!!

การออกไปขี่ “เต็มทริป”มีข้อดีเรื่องสถานการณ์จริงของการจราจรให้ได้เจอครบ… สำหรับเรื่องเบรกที่มาพร้อมกับรถ อาจจะคิดว่าไม่เท่าไหร่หากดูแค่ยี่ห้อเบรก แต่การใช้งานจริง เบรกหน้าคาลิเปอร์เรเดียลเมาท์ BYBRE ลูกสูบคู่ และเบรกหลัง จานแบบโฟลทติ้ง คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว (พร้อม ABS 2 ชาแนล ที่ดีไซน์มาให้ “หน่วง” เล็กน้อยตามสไตล์ Adventure) ในทริปนี้ผมว่าเบรกติดรถของ 390 Adventure ทำงานได้ “ดีมาก” ครับ จุดที่อยากเล่าเป็นพิเศษคือฟังก์ชั่นเด็ดๆที่ติดมาด้วย 2 ตัว

1. Cornering ABS ระบบเบรกที่เรียกว่า Cornering ABS พูดง่ายๆคือการเลี้ยวในโค้งแล้วจำเป็นต้องเบรกหยุดความเร็วในขณะที่รถเอียง ระบบจะคำนวณการจับ-ปล่อยที่คาลิเปอร์กระทำต่อผ้าเบรกให้ “เหมาะสม” ที่สุดเพื่อให้รถหยุดความเร็วลงได้โดยไม่เกิดอาการเสียหลัก ทำให้การขับขี่เกิดความปลอดภัยมากขึ้น

2. ABS Off-Road ส่วน ABS Off-Road เป็นโหมดที่สามารถกดเข้าไปเลือกได้ในหน้าจอ เมื่อเลือกโหมดนี้ รถจะปิด ABS ที่ล้อหลัง และลดระดับการทำงานของ ABS ล้อหน้าลง จุดนี้เพื่อผลในการขี่ทางดินที่ช่วยให้เบรกแล้วเลี้ยวได้ดีขึ้น ผมลองแล้วพบว่ามันทำงานได้ดีทีเดียว ถือเป็น “ของดี” ติดตัว 390 Adventure เลยก็ว่าได้

5.หน้าจอและฟังก์ชั่น

TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมการคอนโทรลสั่งการจากปุ่มที่แฮนด์ฝั่งซ้าย เป็นคุณสมบัติที่ค่อนข้าง ok ส่วนรายละเอียดของการเซ็ตติ้งหน้าจอของ 390Adventure ผมเลือกใช้เฉพาะที่จำเป็นกับการเดินทางในทริปนี้ โดยเริ่มจากการเข้าไปเลือกโหมดหน้าจอที่มีแบบอัตโนมัติและแบบ “กลางคืน” ซึ่งมีแบ็คไลต์ที่แตกต่างกันช่วยให้มองเห็นได้ชัดตามสถานการณ์แสง สามารถเซ็ตทริปเอาไว้ดูระยะทางจากจุดสู่จุด ซึ่งหน้าจอก็จะขึ้น ระบบการแจ้งวัดรอบ ที่เป็นชิพท์ไลต์ไปในตัว,ระดับเชื้อเพลิง, เลขเกียร์, นาฬิกา และสัญญาณที่จำเป็นครับ ส่วนฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อใช้งานร่วมกับแพคเกจ KTM MY RIDE (ต้องซื้อเพิ่ม) จึงจะใช้ฟังก์ชั่นต่างๆที่มีอยู่ได้ครบถ้วน(ใครขี่รุ่นนี้อยู่แนะนำว่าซื้อเถอะ) นอกจากนี้ยังมีช่องจ่ายไฟแบบที่จุดบุหรี่ซึ่งที่ผมได้ใช้งานในช่วงขากลับ โดยรวมฟังก์ชั่นก็ครบถ้วนครับ

 

6.ข้อสังเกต

หลังจากขี่ยาวๆไปกลับร่วม 800 กม. ก็มีสิ่งที่ผมอยากเรียกว่าข้อสังเกต ในมุมมองของตัวเองเกี่ยวกับ 390 Adventure อยู่เล็กน้อย เริ่มจาก เบาะนั่งที่มีลักษณะกว้างไม่กระชับและ “นวมแข็ง” ไปหน่อย วิ่งไกล 100 กม.แรกก็รู้สึกปวดก้นแล้ว(จุดนี้ใครเจอเหมือนกัน เบาะเจล ถือว่าเป็นทางออกที่เหมาะ) จุดต่อมาคือ ตำแหน่งแฮนด์ “ต่ำ” ไป ทำให้การขี่มันในท่ายืนลุยเทรลล์ยังรู้สึกขัดๆอยู่บ้างครับ ข้อนี้ถ้าไปดูพวกสาย ADV ตัวอื่นจะพบว่า ตุ๊กตาแฮนด์ของพวกนั้นสูงกว่าพอสมควรเลย นอกจากนี้ก็มีเรื่องวัดรอบแบบชิฟท์ไลต์ ที่ปรับตั้งไม่ได้(ในคันนี้) ทำให้รอบไปถึงแค่ 6000(ความเร็ว 120 กม./ชม.) ก็กระพริบจนรู้สึกกวนตา ขณะเดียวกัน ระบบ TC ที่แม้จะทำงานดีในทางดำ แต่ไม่สามารถเลือกปิดได้ ทำให้การขี่ในทางเทรลล์มีอาการเสียจังหวะและขาดความสนุกไปพอสมควร สุดท้ายคือการที่ KTM MY RIDE ต้องซื้อแพคเกจเพิ่ม ตรงนี้ผมมีความเห็นว่าผู้จำหน่ายควรจัดเป็นโปรฯแถมให้ลค.ไปเลย จะได้ใช้ประสิทธิภาพของสิ่งที่ออกแบบมาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยที่สุด

7.ราคาและบทสรุป

ความเป็น “เอกลักษณ์” ของรถมอเตอร์ไซค์ KTM ตอกย้ำผมอีกครั้งจากการลองขี่ครั้งนี้ มันชัดเจนในความแตกต่างทั้งหน้าตา ฟังก์ชั่นและฟีลลิ่ง …สิ่งที่อยากเพิ่มเติมคือ ถังน้ำมันขนาด 14.5 ลิตร ถ้าวิ่งในอัตราความเร็วปกติไม่เกิน 120 กม./ชม. ก็ไปได้ไกลกว่า 300 กม. ต่อ 1 ถังครับ อย่างไรก็ตามในทริปนี้ผมหวดเต็มรอบตลอดเพราะต้องเร่งทำเวลา ทำให้ค่าสิ้นเปลืองหล่นลงมาอยู่ราวๆ 24 กม./ลิตรเท่านั้น

ในความเห็นของผม ใครที่มีใจรัก KTM อยู่เป็นทุนเดิม หรือใครที่สนุกกับการขี่รถ ADV ที่มีความท้าทายซึ่งจะสามารถขยายการเล่นออกไปได้อีกหลายสเต็ป KTM 390 Adventure ก็จัดเป็น “จุดเริ่ม” ที่น่าสนใจและตรงโจทย์ครับ แนะนำไว้พิจาณาเป็นตัวเลือก ด้วยค่าตัว 219,800 บาทเท่านั้น!!
สนใจลองติดต่อ KTM ลาดพร้าว(ปากซอยลาดพร้าว 122) ทีมขายเค้าพร้อมดูแลครับ