Lambretta J200 คลาสสิกสกู๊ตเตอร์ ราคาดี ฟีเจอร์ครบ
Lambretta J200 เปิดตัวแล้วในงาน Motor Show 2025 ถือเป็นคลาสสิกสกู๊ตเตอร์คันใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่สวย เพราะราคาก็ดีแถมฟีเจอร์ก็ครบ พร้อมกระทบไหล่คู่แข่งให้ยอดขายสะเทือนกันไป
J200 มีดีไซน์และสไตล์อย่างไร
![]() |
![]() |
สำหรับเจ้าโมเดลใหม่ล่าสุดจากแลมเบรตต้าคันนี้มาในสไตล์คลาสสิกที่ได้แรงบันดาลใจเสน่ห์ของ J-Series ตำนานอิตาเลียนสกู๊ตเตอร์รุ่นเล็กจากยุค 60s ผสานเข้ากับการออกแบบในสไตล์ Low & Long เอกลักษณ์ประจำค่าย ทำให้รถดูโดดเด่นมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง
อีกทั้งยังมีองค์ประกอบใหม่ดูแปลกตาอย่างไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ที่บังแตร ไฟหน้าแบบโปรเจ็กเตอร์ที่แหวกขนบเดิม ๆ ออกมา ให้ความพรีเมียมทะลุกรอบไฟหน้าทรงหกเหลี่ยมออกมาเลย นอกจากนี้ไฟท้ายและไฟเลี้ยวยังเป็น LED เต็มระบบสว่างชัดเต็มตา
J200 ใช้เครื่องยนต์อะไร
เครื่องยนต์ที่ใช้จะเป็นเครื่องบล็อกใหม่ เป็นเครื่อง LSP (Lambretta Super Performance) ขนาด 174.5 ซีซี ระบาบความร้อนด้วยน้ำ แบบ 4 วาล์ว พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดไฟฟ้าจาก Bosch และดีไซน์ใหม่พิเศษที่ผสมผสานโลโก้แลมเบรตต้ากับและสัญลักษณ์ MOD subculture
| เครื่องยนต์ | สูบเดียว 174.5 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ |
| กำลัง | 16.8 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที |
| แรงบิด | 12.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที |
| ความจุถังน้ำมัน | 9 ลิตร |
ช่วงล่างและมิติตัวรถเป็นอย่างไร
เรื่องของช่วงล่างยังคงรักษาเอกลักษณ์ของทางค่ายไว้ได้เป็นอย่างดี ด้านหน้ามีระบบกันสะเทือนแบบดับเบิ้ลอาร์มลิงก์ โดยมีการปรับปรุงให้ซับแรงได้ดีและนุ่มนวล โดยโช้คสามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS แบบ Dual Channel มาให้เลย
| ขนาดกว้าง x ยาว x สูง | 740 X 1,890 X 1,150 มม. |
| ระยะฐานล้อ | 1,340 มม. |
| ระยะจากตัวรถถึงพื้น | ไม่ระบุ |
| ความสูงเบาะ | 780 มม. |
| น้ำหนักพร้อมขี่ | 139 กก. |
| ระบบกันสะเทือน | – ด้านหน้าโช้คคู่แบบดับเบิ้ลอาร์มลิงก์ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ – ด้านหลังโช้คคู่ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ |
| ระบบเบรก | – ดิสก์หน้าเดี่ยว – ดิสก์หลังเดี่ยว |
| ล้อ | ล้ออลูมิเนียมแบบไม่ใช้ยางใน |
| ขนาดล้อและยาง | – หน้า 110/70 – 12” – หลัง 120/70 – 12” |
เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น
เทคโนโลยี
– ระบบแทรคชันคอนโทรล
– ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล
ฟีเจอร์เด่น
– หน้าจอสี TFT พร้อมเมนูภาษาไทยเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้
– ช่องเก็บของด้านหน้า พร้อมช่องจ่ายไฟ USB-A และ USB-C
– ช่องเก็บของใต้เบาะเก็บหมวกได้ 1 ใบ
– ระบบสมาร์ทคีย์
– ช่องเติมน้ำมันด้านหน้า ไม่ต้องเปิดเบาะเติม
คันนี้เหมาะกับใคร
หากถามวันนี้เหมาะกับใคร บอกเลยว่าเหมาะกับทุกเพศทุกวัยจริง ๆ ตัวรถมีมิติไม่ได้สูงหรือใหญ่อะไร บวกกับการเป็นรถสกู๊ตเตอร์ที่ก็ขับขี่ง่ายอยู่แล้ว จึงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันแบบไม่เกี่ยงเพศ ยิ่งถ้าคนที่ชอบรถในสไตล์คลาสสิกด้วยอยู่แล้วก็ถือว่าคันนี้น่าจะถูกใจตอบโจทย์ จัดว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ ในเวลานี้เลย
มีกี่สี ราคาเท่าไหร่
สำหรับ J200 จะแบ่งเป็น 2 รูปแบบด้วยกันคือ
![]() |
![]() |
– Premium type ดีไซน์ตัดด้วยสีโครม มี 2 เฉดสี ได้แก่ ขาว Gemma White และดำ Super Black
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
– Sport type ดีไซน์ตัดด้วยสีดำ มี 4 เฉดสี ได้แก่ ขาว Gemma White, ดำ Super Black , เทา Light Grey และน้ำตาล Cocoa Brown
จำหน่ายในราคาพิเศษ เฉพาะช่วงเปิดตัว! ที่ 99,800 บาท (จากราคาปกติ 109,800 บาท)
สามารถรับราคาพิเศษนี้ ได้ในงาน Motor Expo 2025
หรือ จองผ่านทาง https://booking.lambretta.co.th (ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธ.ค. 68) *รับข้อเสนอเดียวกันกับงาน Motor Expo 2025
คู่แข่งที่ใกล้เคียง
สำหรับเรื่องคู่แข่งที่ใกล้เคียงกับคลาสสิกสกู๊ตเตอร์คันนี้ก็จะมี
Vespa GTS Super 150 และ Vespa Primavera 150
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่

















