ภาพ : Mike MTZ
…กระแสสกู๊ตเตอร์โมเดิร์นคลาสสิค เดือดขึ้นทันทีที่ LAMBRETTA THAILAND เปิดตัว X300 พร้อมวางจำหน่ายในไทย …เท่านั้นยังไม่พอพวกเขายังร่วมมือกับพระเอกหนุ่มสุดหล่ออย่าง “มาริโอ้ เมาเร่อ” สาวกตัวจริงของแลมฯที่มาเป็นพรีเซนเตอร์แบบคูลๆอีกด้วย ที่สำคัญ LAMBRETTA ได้ส่งรถรุ่นนี้มาให้เราทดลองขี่-รีวิวในแทบจะทันทีที่เปิดตัว และนี่คือสิ่งที่เรา “ได้เรื่อง” จากสุดหล่อโคตรฮิต X300 คันนี้


1. ดีไซน์นี้แหละ “แลมเบรตต้า”


ย้อนความนิดหน่อย เพราะอยากย้ำว่า “แลมเบรตต้า” คือแบรนด์สกู๊ตเตอร์เก่าแก่จากเมืองมิลานประเทศอิตาลี (ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังบริหารโดยคนอิตาลี) …เมื่อเดือนพฤศจิกายน LAMBRETTA ได้ฉลองการครบรอบ 75ปี ด้วยการเปิดตัว X300 ในงาน Milan design week 2022 แล้วก็ยังเอามาโชว์ที่ EICMA …พอได้เห็นตัวจริงอีกครั้งตอนที่นำมารีวิว ต้องยอมรับว่ารถรุ่นนี้สวยจริงๆครับ มีเอกลักษณ์ด้วยเส้นสายไดมอนด์ไลน์ โชว์ความเป็นแลมฯไว้แทบทุกจุด โดยเฉพาะกรอบไฟหน้าแบบ 6 เหลี่ยม ตัวถังและชุดกระจังหน้าที่มี “ดั้ง”เป็นจุดสนใจ จะว่าไปบอดี้ของ X300 ให้อารมณ์สื่อไปทางสปอร์ตอยู่ไม่น้อย ไม่ได้วินเทจจ๋าๆแบบรุ่นดั้งเดิม ที่น่าสนใจขึ้นไปอีกขั้นคือการที่ X300 ประกอบในประเทศไทย

2. การขับขี่ควบคุม…ดีเกินคาด!

จากคอนเซ็ปต์ที่เป็น “ทางของแลมเบรตต้า” คือ Low & Long ผมพบว่าสิ่งนี้กลายเป็นความลงตัวของ “ช่วงรถ” X300 อย่างน่าทึ่ง ระยะฐานล้อ 1370 มม. เซ็ทท่านั่งเอาไว้ในจุดจุดศูนย์ถ่วงต่ำ คนร่างเล็กปล่อยเท้าวางที่วางเท้าบนตำแหน่งเบาะนั่งสูง 790 มม. ให้ความพอดีในการคอนโทรลมากๆครับ X300 มีคล่องตัวสูง เลี้ยวง่าย ไม่ฝืน ไม่ฝืด น้ำหนักตัวระดับ 160 กก.สอดคล้องกับความเป็น “ตัวถังเหล็ก” ซึ่งน้ำหนักนี่เองเป็นส่วนหนึ่งความเสถียร บาล๊านซ์ดีมาก เอาง่ายๆว่าขี่ๆแล้วลองปล่อยมือ รถก็ไม่มีอาการเซให้เห็นเลยครับ

3. เครื่องยนต์นี่แหละทีเด็ด

รหัส LSP ( LAMBRETTA SUPER PERFORMANCE) ปริมาตรจริงๆจากเครื่องยนต์ 275 ซีซี. สูบเดี่ยว 4 วาล์ว หม้อน้ำ (ใช้พัดลมระบายอากาศ 2 ตัว และเสียงพัดลมไม่ดังด้วยนะ) คาแรคเตอร์เครื่องยนต์ 25 แรงม้าบล็อคนี้ ขอยกนิ้วโป้งให้เลยว่า “จัดจ้าน” โคตรๆ อัตราเร่ง 0-100 หนึบมือ และการไต่ความเร็วไปถึงท็อปสปีด แทบไม่ต้องเค้นรอบ และสามารถแตะความเร็ว 150 กม./ชม.ได้ไม่ยากเลย อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์ที่ให้คาแรคเตอร์สปอร์ตนี้ก็ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากผมทำการคำนวณจากหัวจ่ายฯ หลังจากวิ่งออกนอกเมืองจาก กทม.ไปถึงเลี่ยงเมืองชลบุรี ซึ่งต้องอัดความเร็วหลายครั้ง รวมถึงเร่งแซงรถใหญ่ตลอดกว่า 70 กม. ได้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงถึง 33 กม./ลิตร …เรียกว่าประหยัดน่าทึ่งเลยล่ะ

4. ช่วงล่าง-เบรก

อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ผมตั้งใจขี่เต็มทริปผ่านถนนโหดๆอย่างบางนา-ตราด เพื่อดูฟีลลิ่งโดยเฉพาะ คือ “ช่วงล่าง” ซึ่ง X300 ใช้โช้คหน้าคู่แบบ Double Arm Link อันเป็นซิกเนเจอร์ของแลมเบรตต้า ขณะที่โช้คหลังก็เป็นโช้คคอยล์สปริงคู่ วางเอียงองศาไม่ชันมาก ลองแล้วอยากบอกว่าชุดนี้ช่วยให้ผมรูดผ่านความบันเทิงของทางหลวงบางนาตราดไปได้อย่างราบรื่นเกินคาด หลายครั้งเจอหลุมขนาดย่อมก็ยังรักษาอาการของรถได้ดีครับ น้ำหนักรถกับเซ็ทติ้งของช่วงล่างที่ให้มา ทำงานประสานกับยางติดรถ (IRC หน้ากว้าง หลัง 130/70-12 ,หน้า 120/70-12 ) ที่นุ่มนวลกำลังดี ส่วนระบบเบรก ที่เป็น ดิสค์หน้า-หลังและให้ ABS 2 ชาแนล จากที่ทดสอบเบรกจริงจังพบว่าการทำงานของ ABS จะไม่ตอบสนองไวจนเกินไป แต่ก็เบรกได้ปลอดภัยไม่เสียอาการเพราะล้อล็อค


5. สรุป


จบทริปนี้ ผมได้คำตอบว่า X300 คือตัวตนของสกู๊ตเตอร์ยุคใหม่จากแลมเบรตต้าที่วางทิศทางสู่ความเป็น “โมเดิร์นคลาสสิคสมรรถนะสูง”ได้อย่างแน่วแน่ ขณะเดียวกันรถรุ่นนี้ก็ใส่ฟังก์ชั่นตอบโจทย์ผู้ใช้มาครบถ้วน อาทิ ถังน้ำมันความจุ 7.5 ลิตร ,พอร์ท USB Type C 3 แอมป์ ซึ่งหมายถึงเป็นระบบ Fast Charge ส่วนระบบไฟส่องสว่างแบบ Full LED จอดิจิตอลไฮบริดผสมอนาล็อค และยังมีรายละเอียดงานประกอบทั้งคันที่ปราณีตสวยงาม(ประกอบในประเทศไทย) ราคาค่าตัว 154900 บาท ถ้าเทียบกับสมรรถนะและคุณภาพของรถถือว่าไม่แพงเลยครับ

…ย้ำอีกที LAMBRETTA X300 มี 4 สีให้เลือก ได้แก่สีเขียว Milano Green(แบบที่เรารีวิว) ,สีดำ Lucente Black , ขาว Gemma White ,สีเทา Argento Grey

สนใจติดต่อรายละเอียดหรือจองซื้อได้ที่
ตัวแทนจำหน่าย LAMBRETTA ทั่วประเทศ
หรือที่ https://www.facebook.com/lambretta.th และ https://lambretta.co.th/

