
1. ปรับโฉม “ดุ-เพรียว”
ยังคงเส้นสายความดุดันเฉียบคมเอาไว้ตลอดรอบคัน แต่ที่เห็นได้ชัดคือ MT-09 โฉมนี้ถูกปรับให้มีมิติ “สปอร์ต” มากขึ้น.. จะไม่ได้ท่านั่งตัวเกือบตรงเหมือนโฉมก่อนหน้า.. สังเกตได้จากถังน้ำมันที่ถูกปรับตำแหน่งให้ลดลงมาถึง 30 มม. เบาะนั่งสไตล์รถสปอร์ต พักเท้าเยื้องหลังมากขึ้น แฮนเดิลบาร์ปรับลงมาเล็กน้อย ทำให้มิติโดยรวมดูจะคล้ายๆรถสปอร์ตถูกถอดแฟริ่งมากขึ้นนั่นเอง


อย่างไรก็ดี.. องค์ประกอบที่ทำให้มันมีท่านั่งแบบสปอร์ตมากขึ้นนั้น “ปรับระดับได้”.. หมายความว่า ท่านั่ง องศาแฮนด์ และตำแหน่งพักเท้าสามารถปรับได้ให้ตรงใจ รวมไปถึงเบาะนั่งสไตล์สปอร์ต 2 ตอนแบบนี้ แต่กลับมีลักษณะที่แคบลงเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ผ่อนคลายสรีระ กับองศาเลี้ยวแฮนด์กว้างขึ้นอีก 4 องศา ก็จะทำให้ขับขี่ใช้งานในช่องจราจรได้อย่างคล่องแคล่วกว่าเดิมด้วย

2. เปลี่ยนหน้าจอใหม่รับการใช้งาน
หน้าจอ TFT แบบสีสันตระการตาขนาด 5 นิ้ว ถูกติดตั้งเป็นพื้นฐาน พร้อมรองรับการสั่งการคำสั่งต่างๆผ่านระบบจอยสติ๊กที่ประกับแฮนด์ด้านซ้าย โดยเฉพาะกับการตั้งค่าระบบช่วยเหลือขับขี่ที่ MT-09 ใหม่นี้จะกระทำได้ง่ายมากๆ
หน้าจอใหม่นี้รองรับการใช้งานเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้สะดวก-ลงตัว ทั้งการรับสายโทรศัพท์, ควบคุมเพลง ผ่านแอปพลิเคชั่น Y-Connect รวมถึงการใช้งานแอปฯ “Garmin StreetCross” เพื่อนำทางแบบ Turn-by-Turn อย่างที่เราเคยได้เห็นกันในสกู๊ตเตอร์ 300 ซีซี. ของทางค่ายก็มีติดตั้งมาให้พร้อมสรรพ

3. ระบบช่วยเหลือการขับขี่
นอกจากโหมดการขับขี่ 3 โหมด Sport, Street, Rain ที่เซ็ตการตั้งค่าพละกำลัง, แทรคชันคอนโทรล และอื่นๆเอาไว้แล้ว ยังเลือกกดเข้าไปตั้งค่าแต่ละรายการได้อีกด้วย หรือจะเลือกตั้งแค่าแบบที่ตัวเองพอใจแยกเอาไว้ก็ได้กับอีก 2 ยูสเซอร์โหมด..

ระบบใหม่ “Back Slip Regulator” หรือ BSR ช่วยลดอาการล้อหลังล็อกจากการเปลี่ยนเกียร์ลงกะทันหัน โดยการลดแรงบิดจากเครื่องยนต์ที่จะส่งไปล้อหลัง.. เป็นการป้องกันเพิ่มอีกชั้นจาก Slipper Clutch ที่บางครั้งอาจจะทำงานได้ไม่ครอบคลุมทุกครั้ง..

4. ช่วงล่างปรับจูนใหม่
ดูเผินๆอาจจะเหมือนหยิบโช้คอัพชุดเดิมมาใส่เฉยๆ แต่ MT-09 ใหม่นี้ ถูกไล่เซ็ตอัพใหม่หมดด้วย เนื่องจากท่านั่งและมิติการควบคุมที่เปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ รวมถึงชุดยาง Bridgestone Battlax Hypersport S23 ที่ติดรถมาให้ก็เย็นยางถนนกึ่งสปอร์ตเต็มตัว ทำให้มีการซับแรงเพื่อยึดเกาะถนนเปลี่ยนไปด้วย ..แต่ก็อย่างที่เราทราบกันว่า ยามาฮ่าให้ชุดโช้ค USD ของ KYB ด้านมามาพร้อม “ปรับระดับได้” ตามเซ็ตอัพที่เราชื่นชอบเพียงเอาไขควงอันเล็กๆไขไปมาเท่านั้น..


5. เพิ่ม “ครูซคอนโทรล”
มีติดตั้งเป็นพื้นฐานมาจากโรงงานตั้งแต่รุ่นมาตรฐานเลย ด้วยระบบครู)ซคอนโทรลนี้ก็จะช่วยเซฟแรงในการขับขี่ทางไกลได้อย่างดี แถมปกติก็มักจะเป็นออปชั่นที่ต้องซื้อเพิ่มแทบทุกค่าย(ในรุ่นพื้นฐาน) ซึ่งจะเปิดการทำงานได้เมื่อขับขี่ตั้งแต่เกียร์ 3 ขึ้นไปที่ความเร็วมากกว่า 40 กม./ชม. ปรับความเร็วขึ้นลงได้ด้วยการกดปุ่มบริเวณประกับแฮนด์เหมือนที่อยู่ในรถยนต์นั่นแหละ.. แค่ไม่เป็น Adaptive..


อย่างไรก็ดี เราต้องไม่ลืมว่า Yamaha MT-09 โฉมที่ผ่านมาคือใส่ของจัดเต็มมาให้มากพอสมควรอยู่แล้ว และโฉมใหม่นี้ก็ใส่เพิ่มมาให้พร้อมปรับท่านั่งเท่านั้น.. ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์อย่าง เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง ขนาด 890 ซีซี. ที่โคตรจะดีด, เฟรมแคสอลูมิเนียมน้ำหนักเบา, เซนเซอร์ประมวลผล 6 จุด (6 Axis IMU), ระบบแทรคชั่นคอนโทรลปรับระดับได้, ระบบสไลด์คอนโทรล, ระบบป้องกันล้อหน้ายกลอย, ระบบเบรกคอนโทรล 2 โหมด ฯลฯ

เอาเป็นว่าถ้าเรื่องอิเล็กทรปนิกส์ตอนนี้ MT-09 ไม่เป็นรองใครในเซ็กเมนท์แน่นอน แถมยังเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องซื้อเป็นออปชั่นเสริมเหมือนรถจากฝั่งยุโรปส่วนใหญ่ด้วย..
สุดท้าย “เรื่องราคา” ที่อเมริกามีการเปิดตัวสูงกว่าโฉมก่อนหน้านี้อยู่เล็กน้อย ดังนั้นก็คาดการณ์ได้ว่าถ้าเปิดตัวประเทศไทยก็คงมีราคาที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน .. ว่าแต่จะเข้าไทยเมื่อไรกันนะ?


