เจาะ 5 จุดเด่น Yamaha MT-09 ดุนะ แต่ขี่โคตรดี!!

คงจะดีถ้านักบิดที่ใช้ชีวิตในเมือง มีรถบิ๊กไบค์แนวสตรีทที่ตอบโจทย์ตรงใจเอาไว้ใช้งาน ใช้เมืองแบบนี้นอกจากต้องคล่องตัวแล้ว เพอร์ฟอร์แมนซ์ต้องดีด้วยเพราะรถใหญ่ถ้าตอบสนองคันเร่งไม่ดี ทำให้เสียจังหวะกันง่ายๆ งานนี้เราก็จัดให้ตามคำเรียกร้อง กับการลองขี่และทำความรู้จัก Yamaha MT-09 เวอร์ชัน 2022 สตรีทไบค์ที่หลายคนถามถึง ขอบอกว่าขี่สนุกจริง!!

1.หล่อ และ ลีน

มองปราดแรก Yamaha MT-09 ดู “เพียว” มากๆ ซึ่งหลักการออกแบบสอดคล้องกับความเป็นสตรีทไบค์ดิบๆที่ไม่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องรุงรัง จุดสังเกตอยู่ตรงโคมไฟหน้า “Bi-Functional LED” โปรเจกเตอร์ทรงกลมเป็นไฟต่ำและไฟสูงในตัว ด้านข้างมีแนวไฟ LED เดย์ไทม์รันนิ่งไลต์ ประกบเป็นทรงตัว Y เชพของบอดี้มาเทรนด์เดียวกับตระกูล MT ทั้งหลาย ดีไซน์ถังเชื้อเพลิงขนาด 14 ลิตร เป็นองค์ประกอบที่กลมกลืนซ่อนความเฉียบคมไว้อย่างพอเหมาะ

2. เครื่องยนต์ CP3

MT-09 สร้างชื่อให้ตัวเองด้วยความเดือดของ เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง 890 ซีซี. ในรหัส “CP3” ที่คงความดุเอาไว้ครบถ้วน กำลังสูงสุด 119 แรงม้า ที่ 10,000 รอบแรงบิดสูงสุดกว่า 93 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบ (วิ่งทะลุ 200+ สบายมาก) พร้อมระบบ D Mode ที่ให้มา 4 เลเวล ไล่ความแรงจาก 4-3-2-1 รวมถึงการเลือก TC ได้ 3 โหมด ซึ่งรวมถึง TC โหมด M ที่สามารถปิดการใช้งานได้ด้วย ตรงนี้เหตุผลคือใครมีทักษะระดับไหนก็ไปกับรถได้หมด พอยิ่งขี่เก่งขึ้นก็หมายความว่าจะใช้ MT 09 ได้สนุกขึ้นด้วย!!

นอกจากนี้ยังมี Assist & Slipper Clutch และควิกชิพเตอร์2 ทาง ที่ใช้งานได้เวิร์คโคตรๆ ทั้งขึ้นและลง

3. มิติดี ขี่ง่ายมาก

น้ำหนักตัว 189 กก. ความสูงเบาะเพียง 820 มม. บอดี้มีความเพรียวเล็ก ชุดแฮนด์กว้าง 795 มม. แต่เหมือนขี่รถคลาส 350 ซีซี.เท่านั้นครับ จุดสำคัญคือระยะคาสเตอร์ 25 องศา กับ ระยะเทรล108 มม. มันหมายถึงมุมเลี้ยวที่แคบ คล่องตัว จากที่ลองใช้งานในเมืองล้วนๆผมว่าบาลานซ์ของตัวรถดีเยี่ยมได้เลยครับ ทุกการขับเคลื่อน หรือแม้กระทั่งเข็น รู้สึกได้ MT 09 ว่าเบาสมูทดีมาก

4. ช่วงล่างตอบโจทย์“สายสตรีท”

ระบบสะเทือนหน้าแบบหัวกลับขนาดแกนใหญ่ถึง 41 มม. ช่วงยุบให้มา 130 มม. เท่าที่สัมผัสได้ฟีลลิ่งออกแนวสปอร์ต“แข็ง” แต่หนึบมาก สังเกตได้จากการวิ่งผ่านจุดบั๊มหรือรอยต่อส่วนต่างถนน และเลี้ยวโค้งด้วยความเร็ว ที่รถเก็บอาการบั๊มพ์ได้หมดเลย โช้คหน้าคู่นี้เซ็ตติ้งเองได้ด้วยครับ เลือกปรับรีบาวน์และพรีโหลดได้ละเอียดจากปุ่มปรับบนหัวโช้ค ส่วนระบบกันสะเทือนหลังเป็นโช้คเดี่ยว+กระเดื่องทดแรงที่ยามาฮ่าเรียกว่า “linkage system” พร้อมช่วงยุบ 122 มม. โดยสามารถปรับพรีโหลดได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามช่วงล่างเซ็ตติ้งเดิมจากโรงงานสำหรับคนที่ขี่ใช้งานในเมืองและออกทริปบ้าง เดิมๆเอาอยู่แล้วครับ…

สำหรับระบบเบรกก็ไม่มีกั๊ก ดิสก์หน้าคู่ คาลิเปอร์เรเดียลเมาท์4 POT จานเบรกคู่ 298 มม. ดิสก์หลังพร้อม ABS Dual Channel

5. เทคโนโลยีเต็มร่าง!

ความสมูทของ MT-09 เป็นผลมาจาก เซ็นเซอร์ IMU 6 แกน ที่พัฒนามาต่อเนื่องจากรุ่น YZF-R1 ซึ่งหมายถึงสามารถใส่ฟังก์ชันเพื่อความปลอดภัยได้ครบๆ นอกจาก Traction Control 3 ระดับที่เบื้องลึกนำองศาการเอียงรถมาคำนวณร่วมด้วย ยังมีระบบ Slide Control ระบบควบคุมล้อหน้ายก front wheel LIFt Control (LIF) ป้องกันการเงิบ…รวมถึงเบรกคอนโทรลที่ทำให้สั่งหยุดความเร็วได้ปลอดภัยมากขึ้น อีกจุดที่อยากกล่าวถึงคือ หน้าปัด Full Digital TFT ขนาด 3.5 นิ้ว ที่ให้ความรู้สึกมินิมอล แต่ก็มีฟังก์ชันที่จำเป็นๆครบถ้วนครับ

Yamaha MT-09 เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ เปิดราคาไว้ที่ 439,000 บาท (นำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคัน) กับความเป็นไฮเปอร์เน็คเก็ตในแง่ขุมพลัง แต่ให้การคอนโทรลที่ยืดหยุ่นเป็นมิตรสำหรับนักบิดสรีระเอเชียทั้งหลาย…จัดเป็นหนึ่งในบิ๊กไบค์ที่น่าเล่นมากๆของค่ายยามาฮ่าครับ