เรื่อง : 13pM
ภาพ : Mike MotoX
ถ้าถามถึงมอ’ไซค์บิ๊กไบค์ที่ “เหมาะมือ” ตอบโจทย์การ “มีคันเดียว” ไว้ขี่ทำงานในเมือง ขี่เที่ยว ขี่ออกทริปได้ แถมยังหาอะไหล่ง่าย ของแต่งเยอะ ซื้อง่าย ขายคล่อง คงต้องเป็นตัวนี้ “Honda CB500F” หนึ่งใน 500 ซีรีส์ที่เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเวอร์ชั่น 2022 และนี่คือ 7 ประเด็นจากรีวิวแบบ “เต็มทริป” ของเรา!!

1.ช่วงล่างใหม่!!
จุดเปลี่ยนที่เด่นชัดคือ โช้คหน้าของ 500 F (และพี่น้อง 500 ซีรีส์ ใหม่ 2022) ขยับขึ้นไปใช้โช้คหัวกลับขนาดแกน 41 มม. Showa SFF ซึ่งทำงานแยกแรงดันภายในอิสระ แยกคอมเพรสชั่น-รีบาวน์ คนละกระบอก ขณะที่โช้คหลังเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ มีการปรับวาล์ว ความดูด ความต้านภายใน ต่างจากเดิม โช้คใหม่ชุดนี้ อยากบอกว่าซัดเต็มทริปผ่านทางทุกๆแบบสบายมาก รวมทั้ง ไปเข้าโค้งสวยๆแถวน้ำตกสาริกาพบว่า CB500F ตัวใหม่ทรงตัวดีขึ้น เข้าโค้งและบังคับเลี้ยวได้ดีขึ้นมากเช่นกัน


2.การควบคุม
ในช่วงแรกของการรีวิว เราตั้งใจขี่ฝ่าการจราจรในกทม.เพื่อดูการควบคุมสำหรับสายใช้งานในเมือง ด้วยช่วงแฮนด์กว้าง 798 มม.ความสูงเบาะ 789 มม. กับท่านั่งมีปรับเล็กน้อย (ชุดพักเท้าใหม่เป็นอลูมิเนียมทั้งแป้น)


รวมทั้งการออกแบบวาง บาล๊านซ์ตัวรถให้ทิ้งน้ำหนักไปด้านหน้ามากขึ้น โดยมีสวิงอาร์ม ใหม่ เบาลงกว่าเดิม 1 กก. เป็นชิ้นงานแบบอัดขึ้นรูป ดูเหมือนบางลง แต่ชุดด้านในใกล้จุดยึดกระเดื่องใหญ่ขึ้น ตัวสวิงอาร์มที่ออกแบบใหม่นี่มีการทำให้กระจายน้ำหนักมาด้านหน้ามากขึ้น เสริมการทำงานของโช้คหน้า-หลังให้ซับแรงได้ดีขึ้นนั่นเอง น้ำหนักสุทธิ CB500F 2022 อยู่ที่ 189 กก. (เบาที่สุดในพี่น้อง 500 ซีรีส์) แต่นี่คือรถที่ขี่ใช้งานในเมืองสบายๆครับ ส่วนเรื่องออกทริป สบายหายห่วงอยู่แล้วเพราะมิติสปอร์ตบางส่วนถ่ายทอดมาจากตัว R ทำให้ขี่ลู่ลมได้ดี


3.ขุมพลัง
เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 471.03 ซีซี. หม้อน้ำ ลูก 67 มม. ชัก 66.8 มม. บิดติดมือ “พอดี” กับรถแบบ CB500F ที่ชอบมากคือ 6 เกียร์ มีสลิปเปอร์คลัทช์ คลัทช์นิ่มเบามือ เข้าเกียร์ง่าย เชนจ์ดาวน์ได้โคตรนิ่ม (ที่ผ่านมาเครื่องบล็อคนี้มีฟีดแบ็คดีมาก อึด ทน ไม่จุกจิก) ทั้งนี้ใน ปี 2022 มีการปรับเรื่องโปรแกรมการจ่ายเชื้อเพลิงใหม่ ทำให้อัตราเร่งกระชับขึ้น ส่วนเรื่องความเร็วปลาย ทริปนี้ผมลองกดไปถึง 164 กม./ชม. ยังเหลือในมือพอสมควร (ท็อปสปีด 178-180 เหมือนเวอร์ชั่นก่อนที่เคยลอง) ส่วนเรื่องอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 25-35 กม./ลิตร ตามจังหวะคันเร่งที่เปิด โดยเซ็ทหน้าจอไว้ดูได้เลย


4.ระบบเบรกใหม่
เบรกใหม่ คือใจความสำคัญ เวอร์ชั่นนี้เปลี่ยนมาใช้ ดิสก์เบรกหน้าคู่ คาลิเปอร์ Nissin เรเดียลเมาท์ จานดิสก์หน้าแบบโฟลทติ้ง 296 มม. พร้อมระบบ ABS 2 ชาแนล นอกจากหล่อและเต็มขึ้น ยังให้บทสรุปเรื่องหยุดความเร็วได้ดีเยี่ยม เบรกแล้วมั่นใจขึ้นอีกหลายเท่าจากเวอร์ชั่นก่อนๆ อีกทั้งการตอบสนองของ ABS ละเอียดและแม่นยำ

5.ล้อและยาง
ล้อหน้าหลังของ CB500F เป็นขอบ 17 นิ้ว ถูกดีไซน์ใหม่เช่นเดียวกัน จากเดิม 6 ก้าน Y เหลือแค่ 5ก้าน Y น้ำหนักล้อหน้าลดลง 49 กรัม ล้อหลังลดลง 455 กรัม ออกแบบมาให้เน้นการเลี้ยวที่ดีขึ้น รัดด้วยยางขวัญใจสายทางดำอย่าง Michelin Road5 และด้วยสภาพเส้นทางการเลือกรีวิว เต็มทริปครั้งนี้มีช่วงโค้งต่อเนื่องให้ท้าทาย ทำให้ได้ลองยางค่อนข้างเต็มประสิทธิภาพและยางติดรถก็ทำได้ดีมากๆไม่แปลกใจทำไมนักบิดหลายคนถึงชื่นชอบยาง Road5

6.ฟังก์ชั่น
หน้าตาของ CB500F ปี 2022 เปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยด้วยชุดไฟหน้าที่ปรับรูปแบบใหม่ ใช้ชุดไฟต่ำ 4 โมดูล แล้ววางตำแหน่งไฟสูงไว้คู่กลาง บนล่าง ความเข้มของแสงเพิ่มขึ้น 25% แสงสว่างชัดและปลอดภัยขึ้น ใครที่เกรงใจรถสวนทางมา(เพราะไฟหน้าแรง) สามารถจูนลดองศาการส่องของไฟลงมาได้(อยู่ที่ฝั่งซ้ายด้านในของหัวรถ) ถังน้ำมันของ F มีขนาดความจุ 17.1 ลิตร รองรับการวิ่งทริป หน้าปัดเรือนไมล์ให้ฟังก์ชั่นครบถ้วน ตั้งทริปได้ 2 ทริป มีเลขบอกเกียร์และการคำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแบบเรียลไทม์

7.บทสรุป
ใครตั้งโจทย์ไว้ว่าต้องการรถขนาดกำลังเหมาะ “คันเดียวจบ” หลังการนำไปขับขี่รีวิว Honda CB500Fเต็มทริปครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำถึง “ความน่าใช้” ของรถรุ่นนี้ที่ถูก Honda เติมเต็มขึ้นมาจนเกือบสมบูรณ์แล้วครับ ข้อสังเกตจากผมคงเป็นเรื่องที่อยากให้เพิ่ม USB ชาร์จเจอร์ และจอ TFT ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทดีไวด์ของผู้ขับขี่ (ซึ่งเป็นเรื่องอนาคตที่คงไม่ไกลเกินฝัน)

New CB500F มี 2 สีให้เลือก ได้แก่ Grand Prix Red และ Mat Axis Gray Metallic ราคาแนะนำ 214,700 บาท พร้อมโปรฯ แถมประกันชั้น 1 + พรบ. + ทะเบียน สามารถไปสัมผัสคันจริงและทดลองขี่ได้ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaihonda.co.th/hondabigbike/

